วันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ขบวนปฐมฤกษ์ตกราง รถไฟเสียท่า เหตุนายสถานีสั่งสับรางก่อน


ผู้ว่าการรถไฟนั่งร่วมขบวนปฐมฤกษ์เปิดเส้นทางรถไฟขบวนแรกสายเหนือ  ถึงสถานีลำปาง นายสถานีรถไฟสั่งสับรางทั้งที่โบกี้ยังข้ามไม่พ้น โชคดีไม่มีใครบาดเจ็บ  สั่งย้ายนายสถานีด่วน ประจำกองจัดการเดินรถเขต 3 แทน

เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.56  นายประภัสร์ จงสงวน  ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมคณะผู้บริหาร รฟท. ได้ร่วมเดินทางมากับขบวนรถไฟสายเหนือต้นทางจากกรุงเทพฯ ปลายทางเชียงใหม่ เพื่อทดสอบความพร้อมในการให้บริการรถไฟสายเหนือระยะยาว  หลังปิดให้บริการตั้งแต่ 16  ก.ย.56 ถึง 30 พ.ย. 56 รวม 75 วัน ตั้งแต่สถานีศิลาอาสน์ จ.อุตรดิตถ์ ถึงสถานีนครเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ โดยได้มีการเปิดทดลองใช้รถไฟวันที่ 1 ธ.ค.วันแรก โดยผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทยพร้อมคณะ ได้ทดลองนั่งรถไฟขบวนด่วนพิเศษที่ 1 ออกจากกรุงเทพฯ เมื่อเวลา 18.20 น. กำหนดถึงลำปาง เวลา 05.25 น. แต่รถขบวนดังกล่าวมาถึงล่าช้าไป 66 นาที  และเมื่อเดินทางออกจากสถานีลำปางมาถึงบริเวณสถานีลำพูน พนักงานขับต้องนำรถเข้าช่องทางเบี่ยง เพื่อหลบให้รถไฟที่มาจากจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นขบวนรถไฟฟรีเพื่อประชาชนที่มารอเข้ารางมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯอยู่หน้าสถานี แต่ขณะที่โบกี้สุดท้ายซึ่งเป็นของผู้ว่าการรถไฟนั่งมายังไม่พ้นบริเวณทางเบี่ยงนายสถานีได้สั่งให้พนักงานสับรางเพื่อแยกรางออก เป็นเหตุให้โบกี้ด้านหน้าที่เลี้ยวเข้าสู่รางหลีกไปแล้วดึงโบกี้ที่คาอยู่บนรางหลักออกไปด้วย ทำให้โบกี้ที่คาอยู่บนรางหลักปีนตกออกจากรางและแฉลบไปยังรางหลีกทะลุรางจนได้รับความเสีย และต้องจอดขวางรางอยู่ ทำให้รถต้องหยุดวิ่ง และต้องระดมเจ้าหน้าที่กว่า 50 คน เร่งซ่อมและเปิดทางให้รถไฟขบวนเชียงใหม่-กรุงเทพเดินทางไปก่อน ส่วนขบวนรถด่วนพิเศษที่1ได้มีการตัดขบวนหน้าให้เดินทางต่อไปยังเชียงใหม่ และปล่อยโบกี้ที่ตกรางและพ่วงรวม 3โบกี้ไว้ที่เกิดเหตุเพื่อรอรถยกขึ้น  ทั้งนี้ ขณะเกิดเหตุไม่มีใครนั่งในโบกี้ที่เกิดเหตุ เนื่องจากนายประภัสร์ และคณะกำลังเดินสอบถามผู้โดยสารความรู้สึกของผู้โดยสารที่เดินทางมากับขบวนรถคันดังกล่าว และมานั่งพักผ่อนที่โบกี้กลางแทน   ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้นายประภัสร์  จงสงวน ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย มีคำสั่งย้ายนายสิลรัตน์ ดีวาจี นายสถานีรถไฟลำพูน ไปประจำที่กองจัดการเดินรถเขต 3 สถานีศิลาอาสน์ จ.อุตรดิถ์ทันที

สำหรับการซ่อมรางรถไฟครั้งนี้ ได้มีการปรับปรุงทางในอุโมงค์ 4 แห่ง ได้แก่ อุโมงค์ปางตูบขอบ อุโมงค์เขาพลึง อุโมงค์ห้วยแม่ลาน อุโมงค์ขุนตาน และมีการปรับรัศมีโค้งแคบ 7แห่งซึ่งเป็นจุดเสี่ยงพร้อมวางราง 100 ปอนด์ รวมระยะทาง 8,048 เมตร เปลี่ยนหมอนคอนกรีตเพื่อทดแทนของเก่าระยะทาง 52.24 กิโลเมตร 


 (หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ฉบับที่ 955  6 - 12 ธันวาคม 2556) 
Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support