วันศุกร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2557

40 องศาเผาเถิน ร้อนปรอทแตก ไฟป่า - หมอกควันซ้ำหมอเตือน 4 โรคระวัง



ลำปางร้อนระอุสูงสุดภาคเหนือ ทะลุ 40.5  องศาเซลเซียส

ลำปางร้อนสุด อ.เถินอุณหภูมิขึ้นสูงถึง 40 องศาเซลเซียส 3 วันติดต่อกัน อุตุฯเผยร้อนเร็วกว่าปีที่ผ่านมา ทั้งอากาศแห้งทำให้เกิดไฟป่าและหมอกควัน พบค่าสูงสุดขณะนี้อยู่ที่ 195 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร  ด้านสถานการณ์ผู้ป่วยลำปางเพิ่มขึ้นไม่มากนัก เนื่องจากหมอกควันไม่รุนแรงเหมือนปีที่ผ่านมา แต่ยังคงเฝ้าระวัง 4 กลุ่มโรคเสี่ยง แพทย์เตือนอย่าออกกลางแจ้งที่มีฝุ่นและแดดจัด

นายทิวา พันธ์ไม้สี หัวหน้าสถานีอุตุนิยมวิทยาลำปาง เปิดเผยถึงกรณีที่จังหวัดลำปางประสบปัญหาสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวและปัญหาหมอกควันปกคุล่มทั่วทั้งจังหวัดติดต่อกันหลายวันว่า แม้คุณภาพอากาศในพื้นที่จะกลับเข้าสู่สภาวะที่ดีขึ้นบ้างแล้ว หลังถูกกลุ่มหมอกควันสาเหตุจากไฟป่าปกคลุมพื้นที่นานหลายสัปดาห์ แต่สภาพอากาศกลับยังร้อนอบอ้าวอยู่ และพบว่าวันที่ 19 มี.ค.57 มีอากาศร้อนสูงสุดวัดได้ถึง 40.5 องศาเซลเซียส ที่ อ.เถิน จ.ลำปาง ส่วนในเขต อ.เมืองสูงสุดวัดได้ถึง 39.8 องศาเซลเซียส ถือว่าสภาพอากาศในปีนี้ร้อนเร็ว และทะลุ 40 องศาเซลเซียสเร็วกว่าทุกปีที่ผ่านมา แต่ก็ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ในหน้าร้อนสภาพอากาศก็จะร้อนอบอ้าวเป็นปกติ

“ในช่วงฤดูร้อนของปี 57 นี้ ค่าอุณหภูมิสูงสุดสูงกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย หมายความว่าในเดือนเมษายนอุณหภูมิของลำปางอาจจะมีค่าเฉลี่ยอุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียสขึ้นไป 5-7 วัน แต่ ณ วันที่ 19 มี.ค.57 ที่ อ.เถิน จ.ลำปาง มีอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 40.5 องศาเซลเซียส  ซึ่งร้อนเร็วกว่าทุกปี มีอุณหภูมิ 40องศาเซลเซียสติดต่อกันมาแล้ว 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 17-19 มี.ค. และสูงที่สุดในภาคเหนือด้วย” นายทิวา กล่าว

หัวหน้าสถานีอุตุนิยมวิทยาลำปาง กล่าวต่อไปว่า ส่วนความชื้นสัมพัทธ์ หรือปริมาณไอน้ำในอากาศ ที่ จ.ลำปางจะมีความชื้นสัมพัทธ์อยู่ที่ 20-30 เปอร์เซ็นต์ เมื่อความชื้นน้อยบวกกับอากาศร้อนก็จะทำให้เกิดไฟป่าขึ้น ปัญหาหมอกควันก็จะตามมา ซึ่งค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือ PM10 ในรอบ 7 วันที่ผ่านมามีค่าสูงสุดในวันที่ 15 มี.ค.57 อยู่ที่ 195 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ถึงแม้ว่าค่าฝุ่นจะลดต่ำลงบ้างแล้ว แต่ก็ยังถือว่ามีผลกระทบต่อสุขภาพอยู่ ถ้ากรณีช่วงที่อากาศร้อนแบบนี้ วันที่ 20-24 มี.ค.57 ความกดอากาศสูงจากประเทศจีนก็จะแผ่ลงมาเข้ามาทางภาคอีสานและขยับขึ้นมาถึงภาคเหนือ ประกอบกับลมตะวันตกที่พัดมาจากอ่าวเบงกอล ประเทศพม่า เข้ามาในภาคเหนือทำให้มีฝนฟ้าคะนอง ลมกรรโชกแรง ซึ่งจะมีโอกาสที่ลูกเห็บจะตกในช่วงนี้ ประชาชนต้องเฝ้าระวังเรื่องฝนฟ้าอากาศด้วย ฝากเตือนประชาชนว่าฝนแรกไม่ควรนำมาบริโภค เพราะจะมีการปนเปื้อนฝุ่นละออง ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกาย

ด้านนายแพทย์ณัฐพล เอกรักษ์รุ่งเรือง  หัวหน้ากลุ่มงามเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลลำปาง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปัญหาหมอกควันที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.ลำปาง ได้มีการเฝ้าระวังผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง 4 ระบบ คือ ระบบทางเดินหายใจ  ระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคตา และโรคผิวหนัง   โดยจะมีการเฝ้าระวังเป็นรายสัปดาห์ไป ยังไม่พบว่าผู้ป่วยกลุ่มนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ซึ่งอาจจะมีเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติเล็กน้อย เนื่องจากเป็นกลุ่มโรคที่อาจมีโรคระบาดตามฤดูกาล เช่น  การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ก็จะกระทบต่อผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจ เป็นต้น   นอกจากนั้นก็จะมีการเฝ้าระวังพิเศษในกลุ่มที่ค่อนข้างอ่อนแอ เช่น เด็ก คนท้อง คนชรา ผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรัง ได้มีการแนะนำให้ดูแลสุขภาพตัวเองเพื่อไม่ให้เกิดการแทรกซ้อนเกิดขึ้น  สำหรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น ถ้าเทียบกับในแต่ละปี ซึ่งระดับมลพิษจะมีค่าไม่เท่ากัน ที่ จ.ลำปาง ยังไม่ถึง 2 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากในฤดูกาลเดียวกันของปีก่อนอาจจะประสบปัญหาหมอกควันมากกว่าปีนี้  ส่วนผู้ป่วยที่เกิดจากสภาพอากาศร้อนยังไม่ได้รับรายงาน อาจจะมีบ้างที่ผู้ป่วยมีอาการอ่อนเพลียแดดจากการทำงาน ซึ่งไม่ได้เข้ามารักษาตัวในโรงพยาบาล แต่ทางโรงพยาบาลก็ได้เฝ้าระวังอยู่เช่นกัน   

นายแพทย์ณัฐพล กล่าวอีกว่า เตือนประชาชนที่มีสุขภาพอ่อนแอและอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ไม่ควรออกทำกิจกรรมกลางแจ้ง หากจำเป็นควรใช้ผ้าปิดจมูก หรือผ้าชุบน้ำหมาดๆปิดจมูกไว้ และควรหมั่นทำความสะอาดภายในบริเวณบ้าน และเครื่องปรับอากาศเพื่อป้องกันฝุ่นละออง  นอกจากนี้ทางโรงพยาบาลลำปางได้มีการตั้งจุดบริการแจกหน้ากากอนามัยสำหรับประชาชนที่เข้ามาใช้บริการด้วย


ทั้งนี้  สถิติที่ร้อนอบอ้าวมาก ที่สุด ที่จังหวัดลำปาง ทะลุ 40 องศาเซลเซียส ช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. 2556 จำนวน 9 วัน มีอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 41.5 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 4 เม.ย.56   ส่วนในปี 2557  ขณะนี้อุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 40.5 องศาเซลเซียสในวันที่ 19 มี.ค.57   สำหรับค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM10 นั้น พบว่าเมื่อปี 2555 มีค่าสูงสุดในวันที่ 17 ก.พ.55 ที่สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศบริเวณศาลากลางหลังเก่า อ.เมือง วัดได้ 235.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรเป็นค่าสูงสุดของภาคเหนือ  และในปี 2556 เมื่อวันที่ 13 มี.ค.56  ที่สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ สถานีอนามัยบ้านท่าสี ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ วัดได้ 204.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร  และในปี 2557 ค่าสูงสุดวัดได้เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 57 ที่สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ สถานีอุตุนิยมวิทยา อ.เมือง จ.ลำปาง วัดได้ 195 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 


(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ฉบับที่ 970 ประจำวันที่ 21 - 27 มีนาคม 2557)  
Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support