วันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ถือมีดดาบบุกปล้น เซเว่นหน้ามอดัง วงจรปิดพาเข้าคุก


ระทึกเซเว่นอีเลฟเว่นหน้า ม.ราชมงคลลำปาง ถูกคนร้ายเป็นชายถือมีดดาบยาวกว่าครึ่งเมตร ใช้ผ้าปิดหน้าเข้าปล้นเงินที่แคชเชียร์ ได้ไปหลายพันบาท กล้องวงจรปิดจับภาพชัด พนักงานจำรูปพรรณได้เคยมาซื้อของหลายครั้ง จนตำรวจสาวถึงตัวคนร้ายและตามจับกุมได้ที่หอพักในตัวเมืองลำปาง สารภาพไม่มีเงินจ่ายค่างวดรถและเมาสุราจึงก่อเหตุ

เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 57 เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.พรชัย พักตร์ผ่องศรี ผบก.ภ.จว.ลำปาง  พ.ต.อ.สิโรฒม์ ภาคพิชเจริญ รอง ผบก. พ.ต.อ.ฐนกร คุ้มวงศ์ ผกก.สภ.เมืองลำปาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองลำปาง  นำตัวนายกฤษดา บุญมาก อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 58 ม.8 ต.บุญนาคพัฒนา อ.เมือง จ.ลำปาง พร้อมของกลางอาวุธมีดยาวประมาณ 53 ซ.ม. , ผ้าสำหรับปิดจมูกสีชมพูจำนวน 1 ผืน เสื้อยืดแขนยาวสีเขียว และรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้าดรีม สีดำ ทะเบียน ขกพ-568 ลำปาง 1 คัน มาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน หลังก่อเหตุใช้อาวุธมีดบุกเดี่ยวจี้พนักงานร้าน เซเว่น อีเลฟเว่น สาขาหน้าม.ราชมงคลลำปาง เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 25 เม.ย.57 ที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 เม.ย 57 เวลาประมาณ 05.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ ภ.จว.ลำปาง ว่ามีเหตุชิงทรัพย์ที่ร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาหน้า ม.ราชมงคลล้านนา ต.พิชัย อ.เมือง จ.ลำปาง  ร.ต.ต.อำนาจ สายเครือปัน รอง สวป. สภ.เมืองลำปาง จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พร้อมกับประสานเจ้าหน้าที่ของร้านเพื่อขอดูกล้องวงจรปิด พบชายใช้ผ้าสีชมพูปิดจมูก สวมเสื้อยืดแขนยาวสีเขียวมีตัวอักษรติดหน้าอกว่า อมิสตา ใช้มีดชิงทรัพย์เงินสดจาก น.ส.นงลักษณ์ ต๊ะเครือ อายุ 24 ปี พนักงานแคชเชียร์ประจำร้านเซเว่นไปได้ประมาณ 4,600 บาท และได้ใช้รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าสีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนขับหลบหนีไป  เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ร่วมทำการสืบสวนหาข่าว และทราบในเวลาต่อมาว่า ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุในครั้งนี้ คือนายกฤษดา บุญมา จึงได้ให้พนักงานสอบสวนขออำนาจศาลจังหวัดลำปางในการออกหมายจับเลขที่ 48/2557 ลงวันที่ 25 เม.ย.57  ต่อมาเวลา 27 เม.ย.57 เวลาประมาณ 15.30 น.  เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนทราบว่า นายกฤษดาได้หลบพักอาศัยอยู่ที่หอพักแห่งหนึ่ง ถ.ราษฏร์บูรณะ หมู่ 7 ต.พิชัย อ.เมือง จ.ลำปาง จึงได้ไปตรวจสอบ จนกระทั่งพบนายกฤษดากำลังนั่งอยู่บนรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้าดรีมสีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวและขอตรวจบัตรประจำตัวประชาชนของนายกฤษดา พบว่ามีชื่อและเลขบัตรตรงตามหมายจับ จึงได้แสดงหมายจับให้ดู และควบคุมตัวมาสอบสวนทันที


ด้านนายกฤษดา ผู้ต้องหา ยอมรับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุจริง โดยได้เงินไป 3,200 บาท เพราะต้องการเงินไปจ่ายค่างวดรถที่ค้างชำระไว้  เนื่องจากรายได้จากการประกอบอาชีพรับจ้างทำฝ้าเพดานไม่เพียงพอใช้จ่าย บวกกับอาการเมาสุรา จึงตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ในข้อหา ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็น หรือจำหน้าได้ ให้ใช้อาวุธ โดยใช้ยาพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป เพื่อให้พ้นการจับกุม 

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ฉบับที่ 976 ประจำวันที่  2 - 8 พฤษภาคม 2557)
Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support