วันพฤหัสบดีที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เปิดประชุมไตรภาคีนัดแรกแก้ปัญหาบ้านแหง รองผู้ว่าฯเรียก 2 ฝ่ายให้ข้อมูล ชาวบ้านยันไม่ยอมรับ



ขั้นตอนการดำเนินการของบริษัทเขียวเหลือง อ้างผิดตั้งแต่การทำประชาคมหมู่บ้าน รวมทั้งการขอใช้พื้นที่ป่าไม่โปร่งใส เสนอให้บริษัทเริ่มต้นใหม่ชาวบ้านจะยอมถอย ด้านเขียวเหลืองครวญลงทุนแล้วร่วม 100 ล้าน ขอความเห็นใจ หากทับซ้อนที่ดินชาวบ้านยินดีชดใช้ค่าเสียหาย ขอให้แก้ไขไปตามที่ผิดพลาด ยืนยันไม่กลับไปเริ่มใหม่ ด้านรองผู้ว่าฯมอบนายอำเภองาวจัดประชุมในหมู่บ้านอีกครั้ง นำทั้ง 2 ฝ่ายให้ลงพื้นที่จริง เพื่อแก้ไขให้ถูกจุด 

-ประชุม 3 ฝ่ายนัดแรก

เมื่อวันที่  15 ก.ค.57  นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการไตรภาคี เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรบ้านแหงเหนือ กรณีบริษัทเขียวเหลือง จำกัด ขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ในท้องที่ ต.บ้านแหง อ.งาว ครั้งที่ 1/2557  ซึ่งคณะกรรมการทั้ง 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ตัวแทนภาครัฐ ตัวแทนจากบริษัทเขียวเหลือง และตัวแทนราษฎร หมู่ 1 และ หมู่ 7 ต.บ้านแหง อ.งาว รวมจำนวน 30 คน  โดยในการประชุมได้เลี่ยงไม่ให้กลุ่มชาวบ้านและบริษัทเขียวเหลืองได้พบกันโดยตรง ซึ่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ให้กลุ่มตัวแทนราษฎร ต.บ้านแหง เข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาที่ชาวบ้านประสบอยู่ และบอกถึงความต้องการของชาวบ้านก่อน 
 
-ชาวบ้านแหงยันประชามติไม่ถูกต้อง

น.ส.แววรินทร์ บัวเงิน ตัวแทนกลุ่มรักษ์บ้านแหง  กล่าวว่า ขบวนการขอประทานบัตรในพื้นที่ยังมีปัญหามากมาย อันดับแรกคือการรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้าน ซึ่งได้มีการประชุม 3 ครั้งแต่ไม่ประสบความสำเร็จ จากนั้นได้มีการประชุมในวันที่ 24 ก.ย.53 จัดโดยที่ว่าการอำเภองาว เพื่อชี้แจงเกี่ยวกับการทำเหมืองแร่ให้ชาวบ้านทราบ โดยมีทั้งกลุ่มที่คัดค้านและไม่คัดค้านไม่ร่วม ซึ่งกลุ่มคัดค้านไม่มีการลงชื่อเข้าร่วมประชุม แต่เมื่อรายงานการประชุมออกมาปรากฏว่าได้เขียนในรายงานว่า เห็นชอบกับการทำเหมืองหรือไม่ และมีการใส่รายชื่อชาวบ้านที่เห็นชอบ จำนวน 316 คน ทั้งที่การประชุมวันนั้นบอกว่าเป็นการชี้แจง และไม่ได้มีการนับจำนวนคนยกมือแต่อย่างใด แต่มีมติออกมาว่าชาวบ้านเห็นชอบแล้ว การกระทำในตรงนี้จึงเห็นว่าไม่ถูกต้อง ไม่มีความน่าเชื่อถือมาตั้งแต่แรกแล้ว จึงไม่ต้องการและไม่เห็นด้วย และยังได้นำรายงานการประชุมตรงนี้ไปเข้าประชุมสภา อบต. วันที่ 28 ก.ย.53 เป็นการประชุมในวาระเร่งด่วน ซึ่งทางสภาก็เห็นชอบโดยอ้างว่าชาวบ้านมีมติเห็นชอบแล้ว จากนั้นทางบริษัทก็นำมติทั้ง 2 ครั้งไปประกอบการขอประทานบัตร และคำขออนุญาตป่าไม้  ซึ่งเรายืนยันว่าที่ผ่านมาชาวบ้านกับบริษัทไม่เคยตกลงและสมานฉันท์กัน ชาวบ้านไม่เคยได้รับการแก้ปัญหาใดๆ 

-ขุดแร่ทับที่ทำกิน

ร.ต.ประพันธ์ ธรรมยศ  ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวเพิ่มเติมว่า พื้นที่ป่าและพื้นที่จะทำการขุดแร่ห่างกัน 700 เมตร สูงกว่าหมู่บ้านประมาณ 100 เมตร ชาวบ้านวิตกเรื่องป่า เพราะจะมีเส้นทางสู่ที่ทำมาหากิน เส้นทางสาธารณะ ลำห้วย ถ้าขุดแร่เป็นการก็จะทำลายสิ่งเหล่านี้ ชาวบ้านจะเดือดร้อนในเรื่องการทำมาหากิน  ตอนนี้ไม่ได้มีสิ่งใดมายืนยันให้ชาวบ้านได้ว่าถ้าย้ายทางลำน้ำ ทางสาธารณะ ชาวบ้านจะอยู่ได้หรือไม่  แม้แต่รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ชาวบ้านก็ไม่เคยเข้าไปมีส่วนร่วมใดๆ ไม่เคยมีใครมาขอความร่วมมือจากชาวบ้านเลย แต่กลับมีรายงานผลกระทบออกมาแล้ว 

-ใบอนุญาตป่าไม้ไม่โปร่งใส

น.ส.แววรินทร์ กล่าวอีกว่า นอกจากนั้นชาวบ้านยังติดใจเรื่องการออกใบอนุญาตของป่าไม้ เชื่อว่าใบอนุญาตไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ได้ออกใบอนุญาตตามระเบียบของกรมป่าไม้ในข้อ 8(5) ระบุว่าต้องไม่ขัดแย้งกับราษฎรในพื้นที่  ซึ่งราษฎร หมู่ 1 และหมู่ 7 ที่เป็นที่ตั้งของพื้นที่ออกใบอนุญาตยืนยันว่าป่าไม้ไม่มาแก้ปัญหาใดๆ และชาวบ้านก็ยังมีความขัดแย้งกับบริษัทตลอด 4 ปีที่ผ่านมา  รวมทั้งใบอนุญาตแผ้วทางป่า 1 ปี ทางชาวบ้านได้มีการพูดคุยกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ปรากฏว่าตามระเบียบป่าไม้เขียนไว้ชัดเจนว่า ใบอนุญาตแผ้วถางป่าจะมีได้ก็ต่อเมื่อได้รับประทานบัตรแล้วเท่านั้น แต่ที่นี่เป็นที่เดียวของประเทศไทยที่ให้แผ้วถางป่าก่อนได้รับประทานบัตร ขอให้ป่าไม้หาข้อชี้แจงมาให้ชาวบ้านทราบด้วยว่าเหตุใดถึงออกใบอนุญาตให้

-ยกเลิกประชามติเรื่องจบ

ด้านนางศศิรส ศรีนวล ตัวแทนชาวบ้าน หมู่ 1  กล่าวว่า ถ้าสามารถแก้ปัญหามติที่ประชุมในวันที่ 24 และ 28 ก.ย.53 ได้ทุกอย่างก็จบ เพราะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการอนุญาตจากป่าไม้ ให้มีการขอประทานบัตร ถ้าแก้ตรงนี้ได้ก็จะแก้ไขข้ออื่นๆได้ 

-ให้เขียวเหลืองเริ่มต้นใหม่

“เราไม่ได้ว่าถ้าจะขออนุญาตประทานบัตรทำเหมือง แต่ขอให้ทำให้ถูกขั้นตอน คิดว่าไม่ใช่เป็นเรื่องยากที่จะกลับไปเริ่มต้นใหม่ ให้เพิกถอนใบอนุญาตป่าไม้ มติทั้งหมดออกไป บริษัทจะทำตามระเบียบแบบแผนที่วางไว้ได้หรือไม่ คิดว่าชาวบ้านรับได้จากการแก้ปัญหาตรงนี้ ดีกว่าจะไปแก้ปัญหาปลายเหตุ ชาวบ้านต้องการการป้องกันไม่ได้ต้องการการเยียวยา ถ้าจะถอยคนละก้าวพวกเรายินดีถอย แต่การที่ชาวบ้านจะยอมรับหรือไม่นั้นอยู่ที่ตัวบุคคล ไม่สามารถไปบังคับได้” กลุ่มชาวบ้านกล่าว

-เรียกเขียวเหลืองชี้แจง   

หลังจากที่กลุ่มชาวบ้านให้ข้อมูลแล้ว ทางรองผู้ว่าราชการจังหวัดได้เรียกตัวแทนจากบริษัทเขียวเหลือง จำกัด เข้ามาชี้แจงและให้ข้อมูลต่อทันที โดยนำเสนอข้อเรียกร้องของชาวบ้านให้ทราบ ว่าต้องการให้บริษัทได้เริ่มต้นใหม่ ตั้งแต่ขั้นตอนแรกเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาจะทำได้หรือไม่ 

-เขียวเหลืองครวญลงทุนร่วม 100 ล้าน

ด้านตัวแทนจาก บริษัท เขียวเหลือง จำกัด  กล่าวว่า  บริษัทมาลงทุนเป็นจำนวนมากแล้ว อยากขอให้ทางชาวบ้านเห็นใจ ถ้าหากเริ่มต้นใหม่คงจะยาก อะไรผิดตรงไหนอยากให้หามาตรการแก้ปัญหา ซึ่งทางบริษัทยินดีจะแก้ เรื่องแนวเขตเรายินดีที่จะไปรังวัดใหม่ร่วมกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ถ้าทับซ้อนพื้นที่ของชาวบ้านเรายินดีที่จะชดใช้ให้ ชาวบ้านเดือดร้อนอะไรก็ยินดีชดใช้ให้ตามความเป็นจริง อยากให้แก้ไขสิ่งที่ผิดก็ว่าไปตามผิด หากเริ่มใหม่บริษัทเสียหายมาก ตอนนี้ก็ลงทุนไป 100 กว่าล้านแล้ว 

-ยันทำประชามติถูกต้อง

สำหรับเรื่องการทำประชามติ บริษัทได้ขอประทานบัตรแปลงที่ 4-8 ได้ดำเนินการตามขั้นตอน แต่ชาวบ้านได้โต้แย้งมาโดยตลอดว่าประชามติใช้ไม่ได้ จากรายงานการประชุม สภา อบต.บ้านแหง ก็สรุปแล้วว่ารายงานการประชุมนำไปเป็นส่วนประกอบในการทำประทานบัตรเหมืองแร่ได้ ซึ่งราษฎรบ้านแหงได้ลงชื่อไว้หลายร้อยคน มีหลักฐานเอกสารทั้งหมด  

-ขอใช้พื้นที่ป่าไม้ถูกต้อง

นอกจากนั้นในเรื่องของการประชามติมีการร้องเรียนไปหลายหน่วยงานทั้งทางปลัดอำเภอ นายก อบต. บริษัทได้ไปแก้ข้อกล่าวหาที่ ป.ป.ช. ศูนย์ดำรงธรรม  และผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็สรุปออกมาว่าประชามติใช้ได้   ซึ่งการจัดทำในวันดังกล่าว มีอำเภอเป็นประธานดำเนินการ  ทางบริษัทจึงใช้ประชามติดังกล่าวไปขอใช้พื้นที่ สปก.เพื่อทำเหมืองแร่ อีกส่วนก็ไปขอพื้นที่ป่าไม้ เพื่อขอใช้พื้นที่ทำเหมือง เมื่อตรวจสอบแล้วก็พบว่าพื้นที่ป่าดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมและเหมาะสมในการทำเหมืองแร่ จึงมีข้อสรุปออกมาส่งไปที่กรมป่าไม้ และได้รับหนังสืออนุญาตตามแบบ ป.ส. 23 ว่าให้บริษัท เขียวเหลือง จำกัด ได้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้เพื่อทำการเหมืองแร่ 

-กรรมการสิ่งแวดล้อมให้ข้อเสนอทำ EIA

ทั้งนี้  ในที่ประชุมได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมว่า จากการประชุมของคณะกรรมการชำนาญการสิ่งแวดล้อม  ให้ความเห็นชอบไปเมื่อวันที่ 22 ต.ค.56 ได้กำหนดมาตรการไว้เป็นประเด็นหลักที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ คือ จะต้องมีการจัดตั้งคณะกรรมการหลักเพื่อแก้ปัญหาข้อขัดแย้ง   ให้มีการตั้งคณะกรรมการชุมชนสัมพันธ์ เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ และรับข้อร้องเรียนของชุมชน  เงื่อนไขกำหนดให้มีการตั้งกองทุนอย่างน้อย 4 กองทุน  คือ กองทุนประกันความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมและพัฒนาชุมชนปีละ 1 ล้านบาท  กองทุนพัฒนาชุมชน 1 ล้านบาท  กองทุนเฝ้าระวังสุขภาพ ปีละ 5 แสนบาท และกองทุนฟื้นฟูพื้นที่การทำเหมือง  สำหรับประเด็นเรื่องข้อขัดแย้งที่อยู่ใต้ของพื้นที่ จึงได้กันเส้นทางขนแร่ออกจากทางทิศเหนือ เพื่อเลี่ยงการเกิดปัญหาต่อชุมชน 

-รองผู้ว่าฯสั่งลงพื้นที่จริง 

นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง  กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้เป็นการรับฟังปัญหาจากฝ่ายชาวบ้านและฝ่ายบริษัท ซึ่งประเด็นที่ชาวบ้านไม่ยอมรับในเรื่องการทำประชามติ และปัญหาพื้นที่ทับซ้อนที่กระทบกับวิถีชีวิตชาวบ้าน  ส่วนทางบริษัทได้ชี้แจงถึงพื้นที่ที่จะดำเนินการและสิ่งที่ได้ดำเนินการไปแล้ว โดยยืนยันว่ายังไม่ได้ทำการใดๆกับพื้นที่ป่า และยังไม่ได้รับอนุญาตทำเหมือง  ดั้งนั้นจึงได้มอบหมายให้นายอำเภอจัดการประชุมในพื้นที่ อ.งาว ขึ้นเป็นครั้งที่ 2 เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้เห็นพื้นที่จริงจะได้รู้ว่าจุดไหนเป็นปัญหา จากนั้นจะมีการประชุมไตรภาคีร่วมกับที่จังหวัดอีกครั้ง เพื่อรายงานผลความคืบหน้าในการลงพื้นที่ ซึ่งเรื่องนี้จะต้องหาทางออกร่วมกัน

ทั้งนี้ บริษัท เขียวเหลือง จำกัด ได้ทำการจดทะเบียนประเภทบริษัทจำกัด เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.51 ด้วยทุนจดทะเบียน 30 ล้านบาท และวันที่ 9 พ.ค. 56 ได้เพิ่มทุนเป็น 50 ล้านบาท  ตั้งอยู่เลขที่ 282 หมู่ที่ 1 ต.บ้านแหง อ.งาว จ.ลำปาง  โดยมีนายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคลบริษัท เกลือเจริญอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และ นางสาวนิตศรา อินทรง มีชื่อเป็นคณะกรรมการ

บริษัทนี้เป็นของกลุ่มทุนการเมืองพรรคภูมิใจไทยสายของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน มีนายเรืองศักดิ์ งามสมภาค เคยมีตำแหน่งเป็นรองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทยคนที่หนึ่ง นั่งอยู่ในตำแหน่งกรรมการบริษัทและประธานบริษัท  ปัจจุบันบริษัท เขียวเหลือง จำกัด กำลังดำเนินการขออนุญาตใช้ที่ดิน ส.ป.ก. ในเขตปฏิรูปที่ดินตามที่ประกาศอยู่ในพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่ตำบลบ้านร้อง ตำบลปงเตา ตำบลบ้านแหง ตำบลนาแก ตำบลหลวงเหนือ ตำบลหลวงใต้ และตำบลแม่ตีบ อำเภองาว จังหวัดลำปาง ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2552 เพื่อทำเหมืองแร่ถ่านหินที่บ้านแหง แต่บริษัทดังกล่าวได้ดำเนินการขอประทานบัตรจนเกิดความไม่ไว้วางใจจากประชาชนในหมู่บ้านแหงเหนือ หมู่ 1 และ 7 หลายประการ จนมีการคัดค้านมาตั้งแต่ปี 53 จนถึงปัจจุบัน


(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ฉบับที่ 987 ประจำวันที่ 18 - 24 กรกฎาคม 2557)
Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support