วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

สองรองนายกเทศมนตรี ยันไม่ลาออกจากตำแหน่ง รอผลตัดสินคดีนายกฯสิ้นเดือน ไม่ว่าผล



สองรองนายกเทศมนตรี ยันไม่ลาออกจากตำแหน่ง  รอผลตัดสินคดีนายกฯสิ้นเดือน ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร มั่นใจงานไม่สะดุด เนื่องจากเตรียมแผนงานและแผนงบประมาณปี 58 ไว้เรียบร้อยแล้ว เผยผลงานรอบ 1 ปี 4 เดือนทำงานเต็มที่ พนักงานลูกจ้างมีความสุข

หลังจากเมื่อช่วงเดือน มี.ค. 57 ที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์ภาค 5 เชียงใหม่ ได้รับฟ้องคดีของ กกต.ที่มีมติให้ใบแดงนายกิตติภูมิ นามวงค์ นายกเทศมนตรีนครลำปาง กรณีเกี่ยวกับการหาเสียงด้วยนโยบายเกินจริง หลอกลวง ชักจูงใจให้ประชาชนเลือก  ที่บอกว่า เด็กนักเรียนต้องได้รับทุนส่งเสริมการเรียนจากงบประมาณเทศบาลนครลำปางทุกคนๆละ 1,000 บาทต่อปี  ซึ่งนายกิตติภูมิ ได้หยุดปฏิบัติหน้าที่ระหว่างรอผลการพิจารณาคดีของศาล โดยมีนายชัยศรี สัชฌะไชย รองนายกเทศมนตรี รักษาการนายกเทศมนตรีแทน  โดยเมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายกิตติภูมิได้เดินทางไปขึ้นศาลเพื่อสอบพยานปากสุดท้าย  และจะมีการตัดสินคดีในวันที่ 30 ก.ค.57 นี้  ซึ่งที่ผ่านมาเทศบาลนครลำปางยังคงมีผลการทำงานออกมาอย่างต่อเนื่อง  และมีหลายโครงการได้ดำเนินตามนโยบายของนายกเทศมนตรี  โดยนายชัยศรี สัชฌะไชย   และนพ.สุรทัศน์ พงษ์นิกร รองนายกเทศมนตรี ได้ร่วมกันผลการดำเนินงานต่างๆ ในระยะเวลาที่ได้ดำรงตำแหน่ง 1 ปี 4 เดือน ที่ผ่านมา  พร้อมยืนยันว่าไม่ลาออกก่อนอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าจะนางนพวรรณ ธนะสุวัตถิ์ ลาออกจากตำแหน่งไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยให้เหตุผลว่าต้องช่วยดูแลธุรกิจครอบครัว  

นายชัยศรี สัชฌะไชย รองนายกเทศมนตรี เปิดเผยว่า หลังจากที่นายกเทศมนตรีต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ไป ทางฝ่ายบริหารยังคงทำงานอย่างต่อเนื่องตามนโยบายและโครงการต่างๆที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งล้วนเป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อประชาชนในเขตเทศบาล เช่น การจัดตั้งกองทุนเราช่วยกัน บริการรถรับ-ส่งศพ บริจาคโลงศพฟรี ตั้งแต่เปิดให้บริการมาได้มีผู้มาขอรับบริจาคโลงศพแล้ว 30 กว่าโลง ซึ่งกองทุนนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ใจบุยอย่างแท้จริง เริ่มแรกได้มีการบริจาคเงินเข้ามามียอดรวมถึง 6 แสนบาท และได้รับบริจาครถตู้อีก 1 คันราคา 1.2 ล้านบาท และจะดำเนินโครงการต่อไปซึ่งในอนาคตอาจจะมีการจัดตั้งเป็นมูลนิธิก็เป็นได้   นอกจากนั้นยังได้จัดโครงการใกล้ใจอุ่นไอรักขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้พิการ คนยากจน พบว่ามีมากถึง 241 ราย จึงได้จัดเยี่ยมและถุงยังชีพให้การช่วยเหลือ พร้อมขอความร่วมมือบ้านพักเด็กและครอบครัวเพื่อขอรับเบี้ยยังชีพ โดยได้รับการสนับสนุน 15 รายๆละ 2,000 บาท ซึ่งเทศบาลยังคงหาแนวทางขอรับช่วยเหลือผู้ป่วยรายอื่นๆอยู่อย่างต่อเนื่อง 

ด้าน นพ.สุรทัศน์ พงษ์นิกร กล่าวว่า สำหรับการจัดตั้งโรงพยาบาลสาขาได้ดำเนินการไปแล้ว 3 แห่ง ซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง หรือ ศสม. ตั้งที่เทศบาลนครลำปาง 1 แห่ง ศูนย์บริการสาธารณสุข 2 โรงเรียนปงสนุก 1 แห่ง และที่วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ต.หัวเวียง 1 แห่ง  ขณะนี้กำลังผลักดันให้มีแห่งที่ 4 ที่ศูนย์บริการสาธารณสุข 3 สุขสวัสดิ์ ต.พระบาท เพื่อให้ครบตามเป้าหมาย ลดความแอดอัดในโรงพยาบาลและให้ผู้ป่วยได้รับบริการที่สะดวกรวดเร็วขึ้น  และยังมีโครงการตรวจหามะเร็งเต้านมให้กับสตรีในเขตเทศบาล ซึ่งจากผลการดำเนินการพบว่ามีการลดปริมาณผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะรุนแรงได้มากขึ้น การคัดครองแล้วพบผู้ป่วย 1 คนก็ถือว่าคุ้มกับการทำงานเพราะจะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตลงได้หากได้รับการรักษาที่ทันเวลา

นพ.สุรทัศน์ กล่าวอีกว่า  ในส่วนสำนักการช่าง มีโครงการจำนวนมากที่ทำมาเป็นเรื่องถนนหนทางต่างๆ  ปี 56 มีถึง 46 โครงการ และปี 57 ทำอีก 27 โครงการ งบประมาณรวม 100 ล้าน  ยกตัวอย่างเช่น ปรับปรุงผิวจราจรถนนรอบเวียง  บริเวณถนนท่ามะโอไปถึงสามแยกทางไปหลวงพ่อเกษม งบประมาณ 5 ล้านบาท เพื่อไว้รับเสด็จเชื้อพระวงศ์ที่จะเสด็จมาร่วมพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อวัดท่ามะโอ ถนนเส้นนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ  และยังมีโครงการพัฒนาฟื้นฟูแม่น้ำวัง ที่ได้รับแรงกระตุ้นจากสื่อมวลชน จนเกิดความร่วมมือในการแก้ปัญหานี้ขึ้น  อีกสิ่งหนึ่งที่ได้รับความภาคภูมิใจคือเทศบาลได้รับการยกย่องจากองค์การธนาคารโลกให้เป็นเมืองตัวอย่างที่มีก๊าซคาร์บอนต่ำ และเร็วๆนี้จะได้รับการเปลี่ยนหลอดไฟจาก กฟภ.เป็นหลอด LED ในถนน 6 สายหลัก กว่า 800 หลอดอีกด้วย

สำหรับโครงการสำคัญ คือ ทางเทศบาลชุดนี้มีความเห็นร่วมกับจังหวัดในการปรับปรุงศาลหลักเมือง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นบรรพบุรุษของลำปาง  ซึ่งในเขตเทศบาลมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ควรสักการะอยู่มาก แต่ยังขาดการดูแลอยู่หลายจุด  ทางรองฯชัยศรีได้นำคณะไปศึกษาดูงานที่ จ.อุดรธานี และ จ.ขอนแก่น เพื่อเป็นแนวทางในการทำงาน  ขณะนี้ก็ได้รับงบประมาณจากกองทุนโรงไฟฟ้า 15 ล้านบาท  ปรับภูมิทัศน์ด้านหน้าศาลากลางเก่าแล้ว  และได้มีการออกแบบการพื้นที่ศาลหลักเมืองใหม่ โดยการขับเคลื่อนต่อไปข้างหน้าต้องขอความร่วมมือจากประชาชนชาวลำปางด้วย  และสุดท้ายที่เห็นเป็นความสำเร็จ คือ คนในเทศบาลมีความสุข ไม่มีความทะเลาะเบาะแว้ง ไม่มีการร้องเรียนเป็นคดีแม้แต่เรื่องเดียว 

เมื่อสอบถามว่าคิดที่จะลาออกหรือไม่ นายชัยศรี กล่าวว่า คงทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะยังคงต้องทำงานอยู่ หากตนออกไปสักคนงานคงไม่สามารถเดินหน้าไปได้ ถึงอย่างไรก็จะทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะทราบผลการตัดสินคดีของนายกิตติภูมิในวันที่ 30 ก.ค.นี้  เช่นเดียวกับ นพ.สุรทัศน์ที่กล่าวว่า ไม่คิดจะลาออก ซึ่งการที่จะได้ทำงานต่อไปหรือไม่อยู่ที่ฟ้ากำหนด 

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามต่อไปว่า หากผลการตัดสินของนายกเทศมนตรีออกมาในทางลบ จะมีปัญหาต่อการบริหารงานหรือไม่ นายชัยศรี กล่าวว่า ในตอนนี้ทางเทศบาลไม่มีปลัดเทศบาล มีเพียงรองปลัดฯรักษาการอยู่ ก็เกรงว่ารองปลัดฯจะต้องทำงานหนักมากขึ้นอีกเยอะ ในส่วนของโครงการหรืองบประมาณต่างๆนั้น คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาเพราะได้มีการร่างงบประมาณปี 58 ไว้เรียบร้อยทั้งหมดแล้ว และมั่นใจว่าเป็นงบประมาณที่สมบูรณ์แบบที่สุด เหลือเพียงการนำเข้าสภาเทศบาลให้ทาง สท.พิจารณาเท่านั้น

 
(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ฉบับที่ 988 ประจำวันที่ 25 - 31 กรกฎาคม 2557)
 
Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support