วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ทุบหัว ฆ่าโหด รองนายก ทต. รวบกิ๊กสาวเสริมสวย ฉกบิกอัพใช้หนี้แสน



ฆ่าทุบหัวรองนายกเทศบาลตำบล ขับออกจากบ้านหายไปข้ามวัน เจออีกทีเป็นศพถูกฆ่าทุบหัวในผ้าห่มโยนทิ้งข้างทาง ภรรยามาดูศพถึงลมจับบอกสามีกำลังมีกิ๊กอยู่กับหญิงสาวเจ้าของร้านเสริมสวยใน อ.แจ้ห่ม ตำรวจตามตัวมาสอบสวนพร้อมลูกพี่ลูกน้อง เค้นนานกว่า 5 ชั่วโมง จึงเปิดปากสารภาพ ลวงผู้ตายมาหาที่ร้าน และให้น้องชายใช้ไม้ตีจนเสียชีวิต ก่อนจะนำรถยนต์ปิกอัพไปใช้หนี้ให้แฟนเก่า

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 29 ก.ค. พ.ต.อ.อานุภาพ เกื้อหนุน ผกก.สภ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง รับแจ้งมีพบศพถูกฆ่าตายอยู่ข้างถนนสายลำปาง-แจ้ห่ม ช่วงหลัก กม.ที่ 39-40 เขตบ้านสาป่าก่อ หมู่ 5 ต.บ้านสา อ.แจ้ห่ม จึงไปออกไปสอบร่วมกับ พ.ต.อ.สังเวียน อินตากูล ผกก.กก.สส.ภ.จว.ลำปาง พ.ต.ท.สุเทพ แก่นราช รอง.ผกก.สส.สภ.แจ้ห่ม พ.ต.ท.ทวี หมุดดี พนักงานสอบสวน สภ.แจ้ห่ม พร้อมชุดสืบสวน สภ.แจ้ห่ม ชุดสืบสวน ภ.จว.ลำปาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจากศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ลำปาง แพทย์เวร รพ.แจ้ห่ม และเจ้าหน้าที่กู้ภัยแจ้ห่ม ในที่เกิดเหตุพบศพผู้เคราะห์ร้ายถูกห่อพันด้วยผ้าห่มผืนใหญ่สีชมพู 2 ชั้น มัดด้วยเชือกอย่างแน่นหนาถูกโยนทิ้งอยู่ข้างถนนจึงได้ร่วมกันแกะผ้าห่มออกเพื่อทำการชันสูตรพลิกศพ พบผู้ตายชื่อนายกิตติพงษ์ สายพรม อายุ 61 ปี มีตำแหน่งเป็นรองนายกเทศมนตรีตำบลนาครัว อ.แม่ทะ จ.ลำปาง อยู่บ้านเลขที่ 32/1 หมู่ 7 ต.นาครัว อ.แม่ทะ ถูกตีด้วยของแข็งเข้าที่ศีรษะด้านหลังอย่างแรงจนกะโหลกยุบ โดยสภาพศพสวมเสื้อยืดแขนสั้นสลับขาว-ดำ สวมกางเกงขายาวแบบยีนฟอก และสวมถุงเท้าสีดำแต่ไม่มีรองเท้า รถปิกอัพอีซูซุ ดีแมคซ์ 4 ประตู สีดำ ทะเบียน กท 5338 ลำปาง และโทรศัพท์มือถือของผู้ตายได้หายไป คาดเสียชีวิตมานานประมาณ 8-10 ชั่วโมง 

จากการสอบสวน นางจินดา สายพรม อายุ 59 ปี ภรรยาของนายกิติพงษ์ พร้อมญาติๆที่มาดูศพ และกำลังอยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจให้การกับเจ้าหน้าที่ด้วยน้ำตานองหน้าว่า  เมื่อวันที่ 28 ก.ค.สามีได้ขับรถยนต์กระบะออกจากบ้านไปประชุมที่ศาลากลางจังหวัด แล้วขาดการติดต่อไป ซึ่งตนเองสงสัยว่าสามีจะแอบไปพบหญิงสาวคนหนึ่งที่เปิดร้านเสริมสวยใน อ.แจ้ห่ม จึงเกรงว่าสามีจะเกิดอันตรายเพราะทราบมาว่าหญิงคนดังกล่าวมีเจ้าของอยู่แล้ว  เลยไปแจ้งความเอาไว้ที่ สภ.แม่ทะ กระทั่งมาวันนี้จึงพบว่าสามีถูกฆ่าตายแล้ว 

พล.ต.ต.พรชัย พักตร์ผ่องศรี ผบก.ภ.จว.ลำปาง เปิดเผยว่า หลังทราบเบาะแสเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบที่ร้านเสริมสวยต้องสงสัย พร้อมกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เบื้องต้นพบร่องรอยคราบเลือดในที่เกิดเหตุด้วย รวมทั้งได้นำตัวผู้ต้องสงสัยมาทำการสอบสวน ซึ่งสาเหตุการฆาตกรรมตั้งไว้ก่อนใน 2 ประเด็นคือ เรื่องชู้สาวเป็นหลัก ส่วนอีกเรื่องคือปัญหาหนี้สิน  ตอนนี้ทราบตัวคนยกศพมาทิ้ง และคนทำความสะอาดในร้านเสริมสวยแล้ว ส่วนรถปิกอัพของผู้ตายที่หายไปนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบในเขตอำเภอเมืองลำปาง และทำการตรวจยึดไว้แล้วเช่นกัน 

ต่อมาเมื่อวันที่ 30 ก.ค. พล.ต.ต.พรชัย พักตร์ผ่องศรี ผบก.ภ.จว.ลำปาง ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.วังเวียน อินตากูล ผกก.สส.ภ.จว.ลำปาง เดินทางไปร่วมกับ พ.ต.อ.อานุภาพ เกื้อหนุน ผกก.สภ.แจ้ห่ม กับพวกติดตามจับกุมตัว น.ส.เบญจรัตน์ หรืออ้อม อรชร อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 179 ม.6 ต.แม่สุก อ.แจ้ห่ม  จ.ลำปาง  นายมารุต หรือเจี๊ยบ อรชร อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่  35 ม. 6 ต.แม่สุก อ.แจ้ห่ม  และนายพงษ์นิกร ส่งเกศาชาติ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17 ม. 4 ต.แจ้ห่ม อ.แจ้ห่ม  นำตัวมาสอบสวน  หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนพบว่าทั้งหมดได้ร่วมกันฆ่า ซ่อนเร้น และอำพรางศพ นายกิตติพงษ์ สายพรม อายุ 61 ปี รองนายกเทศมนตรีตำบลนาครัว อ.แม่ทะ 

ทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว น.ส.เบญจรัตน์ และนายมารุต มาสอบสวนเครียดนานร่วม 5 ชั่วโมง จนกระทั่งทั้งสองคนเปิดปากรับสารภาพว่าได้ร่วมกันลงมือฆ่านายกิตติพงษ์จริง  เพื่อต้องการหาเงินไปใช้หนี้ให้ชายหนุ่มที่เคยคบหาคนเก่า เนื่องจากตนเองติดหนี้อยู่ 1 แสนบาท และได้ถูกตามทวงถามมาโดยตลอด   โดยในวันเกิดเหตุ น.ส.เบญจรัตน์ ได้นัดให้นายกิตติพงษ์มาหาที่ร้านเสริมสวยและชวนพูดคุย พร้อมกับนวดตามร่างกายให้เพื่อให้ผ่อนคลาย ขณะที่นายกิตติพงษ์กำลังนอนคว่ำหน้าให้นวดอยู่  น.ส.เบญจรัตน์ ก็ได้เรียกให้นายมารุต ญาติผู้น้องเข้ามาและใช้ไม้ตีที่ศีรษะของนายกิตติพงษ์จนเสียชีวิต จากนั้นได้ช่วยกันใช้ผ้าห่มมามัดห่อศพอย่างแน่นหนาและซุกซ่อนไว้ในบ้าน  ก่อนที่ น.ส.เบญจรัตน์จะขับรถยนต์ของผู้ตายออกไปที่หน้าสถานบันพลศึกษา และโทรศัพท์เรียกให้อาจารย์คนหนึ่ง ซึ่งเคยคบหากันมาก่อน ออกมาเอารถคันดังกล่าวไปขาย เพื่อเป็นการใช้หนี้ที่ น.ส.เบญจรัตน์ติดเงินอยู่ 1 แสนบาท  โดยอาจารย์คนดังกล่าวก็ได้ขับรถกลับไปส่ง น.ส.เบญจรัตน์ที่แจ้ห่ม ก่อนจะกลับมานำรถไปจอดไว้ในโรงเรียนที่ตนเองสอนอยู่ย่าน ต.บ่อแฮ้ว อ.เมือง จ.ลำปาง พร้อมกับถอดเครื่องเสียงรถยนต์ออกไว้เพื่อจะเตรียมนำรถไปขาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจตามมาพบและยึดไว้ในเวลาต่อมา   ด้าน น.ส.เบญจรัตน์ เมื่อได้กลับไปถึงก็ได้ช่วยกันกับนายมารุตยกศพเพื่อจะนำไปทิ้ง แต่ทั้งสองคนยกไม่ไหว จึงได้จ้างนายพงษ์นิกร ส่งเกศาชาติ มาช่วยกันยกศพไปทิ้งไว้ริมถนนสายลำปาง-แจ้ห่ม ดังกล่าว  หลังจากทั้งหมดให้การรับสารภาพแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันซ่อนเร้นอำพรางศพ และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะได้นำตัวอาจารย์ที่รับรถของผู้ตายมาจาก น.ส.เบญจรัตน์ มาทำการสอบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมครั้งนี้ด้วยหรือไม่ หากไม่เกี่ยวข้องก็ยังจะต้องถูกดำเนินคดีในข้อหารับของโจรต่อไป 

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ฉบับที่ 989 ประจำวันที่ 1 - 7 สิงหาคม 2557)
 



Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support