วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เช่ามดลูก บุญหรือบาป


อุ้มบุญ คำที่ฟังแล้วไพเราะรื่นหู หากแต่ข้างหลังภาพนั้น คือโศกนาฎกรรมของชีวิต ความคับแค้น จนยากที่ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งยอมที่จะเป็นเครื่องมือทางการค้า ฝังบางสิ่งไว้ในตัวเธอ เพื่อให้เป็นทางผ่านของอีกชีวิตหนึ่ง ที่ไม่ใช่ของเธอ 

เรื่องอุ้มบุญไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในโลกใบนี้ เมื่อการตั้งท้องตามธรรมชาติกลายเป็นเรื่องยากสำหรับคู่สมรสหลายคู่ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางสุขภาพ อายุ  ความเครียดจากการทำงาน หรืออะไรก็ตาม ทำให้ ทารกน้อย โซ่ทองคล้องใจที่จะคล้องให้ครอบครัวสมบูรณ์อย่างในอุดมคติ ที่หลายคนใฝ่ฝันหา กลายเป็นเรื่องไม่ง่ายอย่างที่ใจคิด วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจึงได้ถูกพัฒนามาเพื่อช่วยในการเจริญพันธ์

การ อุ้มบุญ ก็คือการนำน้ำเชื้อของผู้ชายไปผสมกับไข่ของผู้หญิงที่ถูกกระตุ้นด้วยยาให้ตก ไข่ออกมาหลายๆใบเพื่อเพิ่มความน่าจะเป็นในการปฏิสนธิ จากนั้นก็ให้เกิดการปฏิสนธิเป็นตัวอ่อนในหลอดแก้ว แล้วจึงนำไปฝังตัวที่มดลูกของคุณแม่อุ้มบุญซึ่งนั้นหมายความว่า สามารถคัดเลือกสเปิร์มได้ เลือกเพศได้ แต่นั่นก็ไม่มีอะไรที่จะการันตีได้ว่าทารกที่เกิดมาจะสมบูรณ์แบบ
 
นอกจากนี้ การทำเด็กหลอดแก้วจำเป็นต้องนำไข่ออกมานอกร่างกายของฝ่ายหญิง ซึ่งต้องมารับการฉีดยากระตุ้นไข่ทุกวันเป็นระยะเวลา 10 วัน กระบวนการนำไข่ออกมานอกร่างกายหญิงสาวนั้น เสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น เกิดการอักเสบ อวัยวะภายในได้รับบาดเจ็บ แต่ในกระบวนการซื้อขายเชื่อว่าผู้หญิงที่ไปขายไข่ไม่ทราบเรื่องนี้ และจะเป็นอันตรายมากขึ้นเพราะเมื่อเป็นการซื้อ-ขายที่ต้องการผลกำไร ย่อมต้องมีการให้ยากระตุ้นไข่ให้ได้เยอะที่สุด ยิ่งมีความเสี่ยงมากที่จะเกิดกรณีร่างกายตอบสนองกับยามากเกินไป เสี่ยงต่อการเสียชีวิต ที่สำคัญเมื่อเกิดการอักเสบแทรกซ้อนในอนาคตเสี่ยงที่จะไม่สามารถมีลูกได้ ข้อมูลเหล่านี้ได้มีการแจ้งให้แก่คุณแม่อุ้มบุญที่เปิดมดลูกให้เช่าหรือไม่

อย่างกรณีน้องแกมมี่ ที่อยู่ในกระแสในขณะนี้ ก็ไม่ใช่กรณีแรก เพียงแค่ เป็นกรณีแรกที่ถูกเปิดเผยกรณีอย่างนี้มีมากมายที่ต่างประเทศในลักษณะเดียวกันกับ น้องแกมมี่ คือได้สเปิร์มจากคุณพ่อและนำไปผสมกับไข่ที่อ้างว่าได้จากการบริจาคมาไม่ใช่ จากหญิงที่เป็นคู่สมรส และ เช่ามดลูกผู้หญิงที่ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีปัญหาเรื่องเงินกันแทบทั้งสิ้น โดยเฉพาะในประเทศที่กำลังพัฒนาอย่าง ประเทศไทย อินเดีย ฯลฯ ที่ต้องการ เงินในการจุนเจือครอบครัว แต่หลายคนก็เต็มใจเพราะถือว่าได้บุญไปในตัวที่สามารถช่วยให้คนที่อยากมีลูกได้สมปรารถนา ส่วนคุณแม่อุ้มบุญก็มีรายได้ไปใช้จ่ายในหลักแสนจากค่าเวลาในการดูแลและบำรุงเด็กในครรภ์

จริงอยู่ว่าการอุ้มบุญ จะช่วยให้ผู้ที่อยากมีลูกได้สมปรารถนา แต่การรับจ้างอุ้มบุญ ถือว่าเป็นการกระทำผิดตามประกาศแพทยสภา ฉบับที่ 21 ปี 2554 เรื่องมาตรฐานการให้บริการเกี่ยวกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ซึ่งกำหนดว่าการตรวจวินิจฉัยโรคทางพันธุกรรมของตัวอ่อน ก่อนย้ายเข้าสู่โพรงมดลูก ทำได้เฉพาะการตรวจวินิจฉัยโรคตามความจำเป็น ต้องไม่กระทำในลักษณะการเลือกเพศ โดยสถานพยาบาลและแพทย์ผู้ให้บริการต้องได้รับหนังสือรับรองจากราชวิทยาลัยสูตินารีแพทย์แห่งประเทศไทย
 
นอก จากนี้แพทยสภามีระเบียบข้อปฏิบัติอย่างชัดเจนเกี่ยวกับการอุ้มบุญอย่าง ชัดเจนว่า ต้องทำให้คู่สมรสตามกฎหมายเท่านั้น แต่ก็ยังมีข้อถกเถียงว่าต้องเป็นคู่สมรสที่จดทะเบียนด้วยหรือไม่ซึ่งขณะนี้ ยังไม่ได้กำหนดถึงขั้นนั้น และการอุ้มบุญต้องกระทำการโดยผ่านความสมัครใจ และต้องเป็นญาติโดยสายเลือดของฝ่ายสามี หรือภรรยาเท่านั้น ไม่ให้มีการซื้อขายหรือทำธุรกิจเด็ดขาด

แต่เมื่อกฎหมายไม่มีความศักดิ์สิทธิ์  ผู้ ดูแลกฎและมีเกี่ยวข้องต่างเพิกเฉย ทั้งที่กระแสการรับจ้างอุ้มบุญเพียงแค่ค้นหาใน กูเกิ้ล ก็โผล่รายละเอียดมาให้พรึบ มีชาวต่างชาติมากมายเดินทางมาใช้โรงพยาบาลเมืองไทยผลิตทารกตามออเดอร์  ผ่านไป 9 เดือนก็เดินทางกลับประเทศพร้อมทารกไปดูแลในฐานะลูก 

หากสิ่งที่ว่ามาเป็นการผสมเทียม เพื่อต้องการมี ลูกจริงๆ ก็ควรจะเป็นน้ำเชื้อและไข่ของคู่สมรส แต่ทำไมที่เป็นข่าวกันเกือบทั้งหมด กลับมีแต่น้ำเชื้อฝ่ายชายที่แจ้งความประสงค์เป็นพ่อ แล้วไปผสมกับ ไข่ที่ได้จากการบริจาคจากหญิงชาวจีน หรือหญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยา-คู่สมรส
 
กรณีล่าสุดหลังจาก เรื่อง น้องแกมมี่โด่งดังก็ดูเหมือนจะมีการขยายผลคนตำรวจบุกแหล่งอุ้มบุญที่คอนโดแห่งหนึ่งกลางกรุงเทพมหานคร พบเด็กอุ้มบุญ 9 คน ที่เกิดจากน้ำเชื้อของพ่อชาวญี่ปุ่นคนเดียวกัน แต่ไข่นั้นจากไหนไม่มีใครทราบ โดยทนายกรณีเด็กอุ้มบุญทั้ง 9 คน ได้ยืนยันว่าทำถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง และเด็กได้รับการดูแลอย่างดี โดย เจ้าของน้ำเชื้อ ผู้เป็นพ่อของเด็กเป็นนักธุรกิจที่ร่ำรวยมหาศาล และต้องการมีลูกไว้คอยดูแลกิจการที่สร้างมา !!!

การแต่งงานด้วยความรัก มีลูกเพิ่มเติมเต็มความสุข ย่อมเป็นสายสัมพันธ์ที่เหนียวแน่น การตั้งครรภ์ 9 เดือน ย่อมต้องมีความผูกพันของแม่ลูก หากทารกเติบโตในครรภ์อย่างสมบูรณ์ ปัญหาก็คงไม่เกิด แต่หากทารกเกิดมาพร้อมโรคทางพันธุกรรม รักษาไม่ได้ คำถามที่ตามมาคือ จะต้องทำแท้งหรือ?? 

หนึ่งชีวิตที่บริสุทธิ์กลับถูกสั่งให้เกิดได้ สั่งให้ตายได้ ซื้อขายกันราวกับสินค้า หรือนี่จะเป็นการค้ามนุษย์แบเบาะ โดยที่ เด็ก ไม่มีโอกาสได้เลือกชีวิต แต่ถูกกำหนดให้เกิดตามคำสั่ง ว่ากันว่า ธุรกิจเช่ามดลูกอุ้มบุญปีๆหนึ่งมีเงินสะพัดหลักพันล้านบาท

หาก อุ้มบุญกลายเป็นการเช่ามดลูกเชิงพาณิชย์สามารถทำได้อย่างอิสระ คงได้เห็นการ ซื้อ-ขาย อวัยวะ มาใช้เป็นอะไหล่สำรองสักวันหนึ่ง


(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ฉบับที่ 990 ประจำวันที่ 8 - 14 สิงหาคม 2557)
Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support