วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ร่อนจดหมายถึงคสช. ขอย้ายปลัดเทศบาล


ไพฑูรย์ ห่วงเทศบาลเสียหายหลังหมดวาระ ร่อนหนังสือถึงหัวหน้า คสช.ขอให้ย้ายปลัดเทศบาล เหตุจากมีพฤติกรรมทุจริต เคยถูก ป.ป.ช.ฟันผิดวินัยร้ายแรง มีประวัติปฏิบัติหน้าที่ประมาทเลินเล่อ

ผู้สื่อข่าวลานนาโพสต์ได้รับรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 ก.ค.57 ที่ผ่านมา  นายไพฑูรย์ โพธิ์ทอง นายกเทศมนตรีเมืองเขลางค์นคร ได้ยื่นหนังสือที่ ลป 52301/24 เรื่องร้องเรียนพฤติการณ์ของพนักงานเทศบาลเมืองเขลางค์นคร ถึงหัวหน้าคณะรักษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)  เพื่อขอให้ คสช.ซึ่งเคยมีประกาศคำสั่ง ฉบับที่ 69/2557 เรื่องมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบ เพื่อให้การบริหารราชการของ คสช. ในการดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชน รวมทั้งเพื่อให้เกิดความสงบสุขแก่สังคมและผลประโยชน์ของประเทศชาติโดยรวมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาทุจริตประพฤติมิชอบ พิจารณาย้ายปลัดเทศบาลเมืองเขลางค์นครออกไปปฏิบัติหน้าที่อื่นในระหว่างถูกดำเนินคดีและถูกสอบสวนทางวินัย จนกว่าการดำเนินคดีจะสิ้นสุด 

ซึ่งในหนังสือดังกล่าว มีเนื้อหาระบุว่า จากประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 85/2557 วันที่ 10 ก.ค.57 เรื่องการได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นเป็นการชั่วคราว ในข้อ 11 ระบุว่า ในกรณีที่ผู้บริหารท้องถิ่นครบวาระหรือว่างลง ให้ปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น

คณะผู้บริหารของเทศบาลเมืองเขลางค์นคร จะครบวาระในวันที่ 25 ก.ย.57 แต่ด้วยเหตุที่ประกาศ คสช. ตามที่กล่าวข้างต้น ซึ่งกรณีของเทศบาลเมืองเขลางค์นครนั้นปรากฏข้อเท็จจริงว่า นายอมร ทองประดิษฐ์ ปลัดเทศบาลเมืองเขลางค์นคร ได้ถูกกล่าวหาทางอาญาและถูกดำเนินการทางวินัย  กระทำผิดวินัยร้ายแรง กรณีได้ใช้หรือมีส่วนรู้เห็นในการให้พนักงานจ้างของเทศบาลไปอยู่เฝ้าบ้านและไปทำสวน การนำรถดับเพลิงไปรดน้ำต้นไม้ เติมน้ำในสระและเติมน้ำในถังเก็บน้ำบ้านพักของตนเอง โดยนายพันธ์ศักดิ์ คำแก้ว อดีต สท.เมืองเขลางค์นคร ได้แจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 24 ส.ค. 54  ต่อมาเมื่อวันที่ 9  ต.ค.56 พนักงานสอบสวนมีความเห็นให้สั่งฟ้องนายอมร ทองประดิษฐ์   ปัจจุบันยังอยู่ในการพิจารณาของอัยการ

นอกจากนั้น ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยฯ ตามคำสั่งเทศบาลเมืองเขลางค์นคร เพื่อสอบสวนวินัยเรื่องที่นายอมร ทองประดิษฐ์ ปลัดเทศบาลเมืองเขลางค์นคร ได้ใช้หรือมีส่วนรู้เห็นในการให้พนักงานจ้างของเทศบาลไปอยู่เฝ้าบ้านและไปทำสวน นำรถดับเพลิงไปรดน้ำต้นไม้ เติมน้ำในสระ ดังกล่าว คณะกรรมการฯมีมติเอกฉันท์ให้ลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรงโดยให้ ไล่ออก  และนายกเทศมนตรีได้เสนอคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดลำปาง (ก.ท.จ.ลำปาง)พิจารณา แต่ปรากฏว่าคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 1/2557 เมื่อวันที่ 24 ม.ค.57 ว่า พฤติการณ์ถือว่าเป็นความผิดไม่ร้ายแรง ฐานอาศัยหรือยอมให้ผู้อื่นอาศัยอำนาจหน้าที่ราชการของตนไม่ว่าจะโดยทางตรง หรือทางอ้อม หาประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น ตามข้อ 3 วรรคสอง แห่งประกาศ ก.ท.จ.ลำปาง  เรื่องหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวนการลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชาร การอุทธรณ์และการร้องทุกข์ จึงเห็นควรลงโทษ ลดขั้นเงินเดือน 1 ขั้น แต่หากผลคดีทางอาญาเป็นที่สุดให้ลงโทษ จึงพิจาณาลงโทษทางวินัยให้เหมาะสมโทษทางอาญาอีกครั้งหนึ่ง

การใช้เชื้อเพลิงของทางราชการไปในทางทุจริต เทศบาลได้มีหนังสือแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีอาญาไปยัง สภ.เมืองลำปาง ลงวันที่ 20 พ.ค. 56 โดยนายอมร ทองประดิษฐ์ ปลัดเทศบาลฯ และนายวิสุทธิ์ อุ่นผูก พนักงานจ้างทั่วไป ได้ร่วมกันกระทำการในขณะที่เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์สินนั้นเสีย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147  และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ใดผู้หนึ่ง หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ก่อให้เกิดความเสียหายแก่เทศบาลฯ  เทศบาลฯได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงแก่นายอมร ทองประดิษฐ์ และนายวิสุทธิ์ อุ่นผูก ตามคำสั่งเทศบาลฯที่ 763/2556 วันที่ 14 พ.ย.56  ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน

ทั้งนี้  เมื่อครั้งที่นายอมร ทองประดิษฐ์ เคยปฏิบัติหน้าที่ปลัดเทศบาลเมืองนครนายก  ได้ถูกแจ้งให้ดำเนินการสอบสวนทางวินัย และผลออกมาว่านายอมร มิได้ใช้ความระมัดระวังและตรวจสอบให้ดีกว่าการเบิกจ่ายเงินเป็นไปตามระเบียบ กฎหมาย และหนังสือสั่งการของทางราชการหรือไม่ โดยมีพฤติกรรมซึ่งถือได้ว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาณเลินเล่ออย่างร้ายแรง นายอมร จึงต้องรับผิดชอบค่าสินไหมให้แก่ทางเทศบาลฯ จำนวน 375,000 บาท

ในการนี้ เทศบาลเมืองเขลางค์นครเห็นว่าหากคณะผู้บริหารได้ครบกำหนดวาระลง ในวันที่ 25 ก.ย.57 นายอมร ทองประดิษฐ์ ในฐานะปลัดเทศบาลเมืองเขลางค์นคร ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรี ตามประกาศของ คสช. ที่ 85/2557  จะทำให้ขั้นตอนของการดำเนินคดีอาญาและการดำเนินการทางวินัยจะถูกกระทบกระเทือน ขาดความเป็นธรรมและโปร่งใส ซึ่งคดีดังกล่าว เป็นคดีที่ร้ายแรงเนื่องจากถูกกล่าวหาว่ากระทำโดยทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ด้วยเหตุผลดังกล่าว ประกอบกับคำสั่ง คสช.ที่ 65/2557 ขอให้พิจารณาโยกย้ายนายอมร ทองประดิษฐ์ ปลัดเทศบาลเมืองเขลางค์นครไปปฏิบัติหน้าที่อื่น จนกว่าคดีจะสิ้นสุด เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น


ทั้งนี้  ทางสำนักปลัดนายกรัฐมนตรี โดยนางสุปราณี จันทรัตนวงศ์ ผอ.ศูนย์บริการประชาชน ปฏิบัติราชการแทนปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือที่ นร. 0105.02/42461 ลงวันที่ 31 ก.ค.57 มาถึงนายไพฑูรย์ โพธิ์ทอง นายกเทศมนตรีเมืองเขลางค์นคร  โดยสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้ประสานให้จังหวัดลำปาง ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบกรณีที่นายกเทศมนตรีได้ร้องเรียนดังกล่าว พิจารณาดำเนินการต่อไปและให้แจ้งผลต่อนายกเทศมนตรีโดยตรง 

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ฉบับที่ 993 ประจำวันที่ 29 สิงหาคม - 4 กันยายน 2557)
Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support