วันพุธที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ชลฯ กำจัดจอก น้ำใสแล้ว 40%


เผยน้ำใสหน้าเขื่อนกิ่วลม ชลประทานกำจัดจอกแล้ว 40 เปอร์เซ็นต์ ปรับแผนขอเรือลำเลียงและรถแบ็คโฮลงโป๊ะเพิ่ม เนื่องจากจุดกำจัดอยู่กลางแม่น้ำ มั่นใจ 6 ก.ม.แรกเสร็จทันสิ้นเดือน ผู้ประกอบการล่องแพได้  ขณะเดียวกันซากจอกที่ตักขึ้นแล้ว 13,000 ตัน เตรียมทดลองทำปุ๋ยหมักแจกชาวบ้าน

หลังจากเปิดโครงการเขื่อนสวยน้ำใส คืนความสุขให้ประชาชน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระชนมายุ 87 พรรษา 5 ธ.ค.57 เมื่อวันที่ 28 ต.ค.57 ที่ผ่านมา เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาจอกหูหนูที่แพร่ระบาดอยู่ในอ่างเก็บน้ำเขื่อนกิ่วลมมานานนับปี  โดยหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็น ปภ.เขต 10  กฟผ.แม่เมาะ  อบจ.ลำปาง บริษัทปูนซิเมนต์ไทยลำปาง ได้สนับสนุนเครื่องจักร หลายรายการ ทั้งรถแบ็คโฮ รถเครน รถบรรทุก รวมทั้งน้ำมันที่จะใช้ในการดำเนินการ  นอกจากนั้นยังมีกำลังทหารจาก มทบ. 32  อส.จากเทศบาลและอบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่จำนวนมาก ในส่วนของกลุ่มผู้ประกอบการแพและผู้ใช้น้ำในเขื่อน ได้ร่วมกันสนับสนุนอาหารและน้ำดื่ม ซึ่งการทำงานครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันอย่างดี

ลานนาโพสต์ได้ติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาจอกหูหนูตั้งแต่เริ่มเปิดโครงการ โดยได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเมื่อวันที่ 10 พ.ย. 57 พบว่าบริเวณด้านหน้าเขื่อนพบว่าจอกหูหนูได้หายไปเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงช่วงขอบที่ติดกับฝั่งยังคงมีจอกหูหนูลอยอยู่จำนวนหนึ่ง และมีกองซากจอกหูหนูที่ตักขึ้นมาแล้ว กองขนาดใหญ่อยู่ 2 กอง 

จากการสอบถามนายวศิน ลีลาชินาเวศ  หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการส่งน้ำบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมาย เปิดเผยว่า  จากที่ได้มีการประชุมแนวทางการแก้ปัญหาร่วมกับ ชมรมชาวแพว่า ได้ตกลงกันไว้ว่าจะแก้ปัญหาให้ได้ในช่วง 6 ก.ม.แรกก่อน เพื่อให้ทางผู้ประกอบการล่องแพได้ ตามโครงการคลองสวยน้ำใสของผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ซึ่งพื้นที่จุดนี้มีจอกหูหนูกระจายอยู่ประมาณ 600 ไร่ ปัจจุบันได้ดำเนินการไปแล้ว 40 เปอร์เซ็นต์ โดยเมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมาได้มีการประชุมรายงานความคืบหน้า และประสานงานขอเครื่องจักรเพิ่มเติม เป็นเรือลำเลียงวัชพืช จากศูนย์อำนวยการเครื่องจักรกลที่ 2 จ.พิษณุโลก มาเพิ่มอีก 2 ลำ ทาง ปภ.เขต 10 สนับสนุนรถแบ็คโฮมาลงโป๊ะ และรถบรรทุกเทท้าย 2 คัน ซึ่งโชคดีที่ได้โป๊ะจากบริษัท ช.การช่างที่มาสร้างสถานีสูบน้ำประปา เลยขอยืมมาได้ถึงวันที่ 22 พ.ย.57 ตอนนี้เร่งดำเนินการอยู่

นายวศิน กล่าวต่อไปว่า ในส่วน 6 ก.ม.แรก ระยะทางจะเกือบถึงกิ่วลมรีสอร์ท ได้แบ่งเป็น 4 บล็อก ซึ่งบล็อกที่ และ น้ำใสแล้ว ตอนนี้กำลังทำงานอยู่ในบล็อกที่ 3 โดยจะเร่งกำจัดให้เสร็จทันทีผู้ประกอบการจะล่องแพได้ จากนั้นก็จะกักวัชพืชไว้ช่วงกิ่วลมรีสอร์ทเพื่อดำเนินการกำจัดอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยก็ต้องเปิดทางให้แพทั้งฝั่งหน้าเขื่อนและฝั่งสำเภาทองล่องมาได้คนละครึ่งทาง  แต่ถ้าไม่กั้นไว้ช่วงตรงกลาง ปัญหาก็จะเกิดจากผู้ประกอบการทางด้านหน้าเขื่อน ทำให้ออกแพไม่ได้ 

ซึ่งการทำงานในบล็อกที่ 3 และ 4 เราไม่สามารถนำรถลงได้ จึงต้องเพิ่มเป็นเรือลำเลียงที่จะนำวัชพืชที่ตักขึ้นมาแล้วใส่ในเรือและลำเลียงมาถึงฝั่งบริเวณสถานีสูบน้ำของ กฟผ. เพื่อให้รถแบ็คโฮที่รออยู่ตักขึ้นใส่รถบรรทุกนำไปทิ้ง ส่วนแบ็คโฮลอยน้ำ หากได้จาก ปภ.เขต 10 มาสนับสนุนได้โป๊ะจาก ช.การช่างมา ก็จะมีแบ็คโฮลงน้ำได้ 2 ลำ ช่วงกันตักใส่เรือ  ในส่วนของด้านหน้าเขื่อนที่ยังมีกองซากจอกหูหนูที่ตักขึ้นมาแล้วอยู่ริมฝั่ง ได้วางแผนว่าจะหารถแบ็คโฮขนาดเล็ก ลงบนรถเครนและหย่อนลงไปตักซากจอกหูหนูส่วนที่กองอยู่ เพื่อป้องกันไม่ให้กองจอกลอยออกไปกลางน้ำอีก เพราะช่วงนี้ก็มีน้ำลำห้วยธรรมชาติไหลลงเขื่อนมาเรื่อยๆ น้ำอาจเพิ่มระดับขึ้น ซึ่งได้ประสานรถเครนของ ช.การช่างไว้แล้ว 

นายวศิน กล่าวอีกว่า สำหรับพื้นที่ทิ้งวัชพืชตอนนี้มี 2 จุด คือ พื้นที่ข้างโรงเรียนเมืองมายที่กำหนดไว้ทำปุ๋ยหมัก และจุดทิ้งอยู่ภายในโครงการ ซึ่งมีทาง อบต.ทุ่งฝาย มาขอวัชพืชไปทดลองทำปุ๋ยหมัก จำนวน 2 ลำรถ  โดยมีวัชพืชที่ขนขึ้นมาได้แล้วประมาณ 13,000 ตัน  ทางผู้ว่าฯก็กำชับให้ทำตามแผนให้สำเร็จ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถล่องแพได้ตามแผนในวันที่ 30 พ.ย.57 นี้  ซึ่งทางชลประทานก็จะยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเก็บวัชพืชในส่วนที่ยังตกค้างอยู่ต่อไป 

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ฉบับที่ 1003 ประจำวันที่ 14 - 20 พฤศจิกายน  2557)
Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support