วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

สถานีรถไฟนครลำปาง รอยทางแห่งความรุ่งเรือง




กุลธิดา สืบหล้า...เรื่อง

นอกจากจะเป็นแหล่งกินอันลือชื่อแล้ว ย่านสถานีรถไฟดูเหมือนเป็นห้องรับแขกของเมืองที่สร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวอยู่ไม่น้อย

เกือบ 100 ปีที่สถานีรถไฟนครลำปางตั้งอยู่ตรงนี้ โดยถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2458 ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 นับเป็นสถานีรถไฟรุ่นแรก ๆ ที่สร้างขึ้นในประเทศไทย และยังหลงเหลืออยู่ภายหลังสงครามโลกทั้ง 2 ครั้ง ออกแบบโดยวิศวกรชาวเยอรมัน ซึ่งได้รับมอบหมายให้สร้างทางรถไฟสายเหนือ นับว่าการสร้างสถานีรถไฟแห่งนี้ ได้นำความก้าวหน้ามาสู่เมืองลำปางก่อนเชียงใหม่หลายปี เนื่องจากการเจาะอุโมงค์ที่ถ้ำขุนตานยังไม่แล้วเสร็จ (การขุดเจาะอุโมงค์ขุนตานผ่านภูเขาไปถึงเมืองเชียงใหม่สำเร็จในปี พ.ศ. 2464)

สถานีรถไฟนครลำปางเปิดใช้งานวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2459 ตรงกับวันปีใหม่ไทยในยุคนั้น รองรับขบวนรถรวมพิษณุโลก-ลำปางและอุตรดิตถ์-ลำปาง ก่อนจะมีรถด่วนสายเหนือวิ่งตรงจากกรุงเทพฯ ขึ้นมาทำขบวนเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2465

เมื่อแรกเริ่มมีรถไฟสายเหนือ สถานีรถไฟนครลำปางคือจุดสิ้นสุดของเส้นทาง เมืองลำปางในยุคนั้นจึงเป็นศูนย์กลางการขนถ่ายสินค้าจากกรุงเทพฯ ไปยังภาคเหนือ และลำเลียงสินค้าที่จำเป็นจากภาคเหนือมายังกรุงเทพฯ ทำให้สบตุ๋ยกลายเป็นย่านการค้าที่รุ่งเรืองเฟื่องฟูมาก ร่องรอยความเจริญเหล่านั้นยังคงหลงเหลือให้เห็นจากอาคารบ้านเรือนที่ใหญ่โตโอ่อ่า นอกจากนี้ รถไฟยังบรรทุกรถม้าจากกรุงเทพฯ มาถึงเมืองลำปาง ซึ่งในช่วงเวลานั้น กรุงเทพฯ กำลังระบายรถม้าสู่หัวเมืองต่าง ๆ อีกทั้งการมาถึงของรถไฟยังส่งผลให้เกิดการสร้างถนนพหลโยธินไปเมืองพะเยาและเชียงราย ถือเป็นการเชื่อมโยงเส้นทางการค้าของเมืองทางเหนือด้วย

ความน่าสนใจของสถานีรถไฟนครลำปางอยู่ที่รูปแบบสถาปัตยกรรมที่เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น ก่ออิฐฉาบปูน ผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีปีก 2 ข้างเชื่อมกับโถงกลาง รูปแบบสถาปัตยกรรมโคโลเนียล มีการประดับตกแต่งด้วยไม้ฉลุและปูนปั้น โดยชั้นบนเป็นที่ทำการสารวัตรเดินรถลำปาง ส่วนชั้นล่างเป็นที่ทำการของสถานี รั้วระเบียงอาคารชั้นบนและเหนือวงกบประตูและหน้าต่างเป็นไม้ฉลุสวยงาม ส่วนทางเข้าห้องโถงชั้นล่าง ซึ่งเป็นห้องจำหน่ายตั๋ว และทางขึ้นชั้นบน เป็นทางเข้าแบบโค้ง Arch ขนาดใหญ่

อย่างไรก็ตาม อาคารสถานีได้ผ่านการต่อเติมมาบ้างบางส่วน โดยเฉพาะช่วงก่อนปี พ.ศ. 2520 มีการต่อเติมส่วนควบคุมบริเวณปีกทางทิศใต้ ส่วนพักคอยด้านที่ติดกับรางรถไฟ และซุ้มด้านหน้าที่จอดรถ จากนั้นมีการเปลี่ยนกระเบื้องหลังคา กระเบื้องพื้น และปรับปรุงพื้นชั้นล่างทั้งหมดในปี พ.ศ. 2538 

พื้นที่ทั้งหมด 161 ไร่ นอกจากจะแบ่งเป็นที่ตั้งของอาคารสถานีแล้ว ยังมีอาคารโรงรถจักรที่ออกแบบโดยสถาปนิกชาวเยอรมัน จึงได้รับอิทธิพลแนวคิดสถาปัตยกรรมแบบสมัยใหม่จากทางตะวันตก ผังอาคารหลักเป็นรูปพัด ซึ่งเกิดจากการใช้งานโดยมีแป้นหมุนไฮโดรลิกเป็นตัวจ่ายหัวรถจักรให้เข้าซอง ชานชาลาด้านใน เชื่อมต่อกับอาคารสำนักงานด้านหลังที่มีรูปแบบเดียวกัน ข้าง ๆ กันมีถังสูงเก็บน้ำสีดำเป็นแลนด์มาร์ก โครงสร้างเป็นโครงแข็ง มีสัดส่วนที่เป็นไปตามกฎการรับแรงของโครงสร้างอย่างแนวคิดสมัยใหม่อีกอัน หนึ่ง

ด้านกลุ่มอาคารพักอาศัย ลักษณะเป็นบ้านเดี่ยวหลายชนิด แต่อยู่ในรูปแบบที่สอดคล้องกัน ไม่ว่าจะเป็นสีของอาคาร วัสดุที่ใช้ และสัดส่วนของอาคาร ก็เป็นในทิศทางเดียวกัน รูปแบบสถาปัตยกรรมได้รับอิทธิพลจากตะวันตก ผสมผสานกับแนวคิดแบบสมัยใหม่คล้ายกันทุกหลัง จะต่างกันที่ขนาดการใช้งานภายในและการปรับโฉมให้หรูหราสมฐานะของเจ้าหน้าที่รถไฟ ซึ่งมีทั้งที่ใช้เป็นบ้านพักอาศัยและสำนักงานต่าง ๆ ของสถานี

กลุ่มอาคารสโมสรรถไฟ อาคารชั้นเดียวเรียบง่าย วางตัวขนานไปกับทางรถไฟ ประกอบด้วยคอร์ตเทนนิสและโรงบิลเลียด

สุดท้าย กลุ่มอาคารที่หายไปแล้ว นั่นคือ โรงแรมรถไฟ ที่เคยสร้างไว้รองรับผู้โดยสารที่ต้องการค้างคืน ในยุคที่สบตุ๋ยเคยเจริญก้าวหน้าในฐานะย่านการค้าสำคัญ และเป็นจุดเชื่อมโยงการเดินทางไปยังที่อื่น ๆ

สถานีรถไฟนครลำปางได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมแห่งสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้เป็นอาคารอนุรักษ์ดีเด่น ประเภทอาคารสถาบันและสาธารณะ ประจำปี พ.ศ. 2536 

หากนับจากปี พ.ศ. 2458 ซึ่งเป็นปีที่เริ่มสร้าง ปี พ.ศ. 2558 หรือปีหน้านี้ สถานีรถไฟนครลำปางก็จะยืนหยัดมาครบ 1 ศตวรรษ นับจากขบวนแรก รถไฟได้บรรทุกความเปลี่ยนแปลงมากมายมาสู่เมืองของเรา และมันยังส่งแรงกระเพื่อมจนถึงทุกวันนี้


(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ฉบับที่ 1002 ประจำวันที่ 31  ตุลาคม - 6 พฤศจิกายน  2557)
 

Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support