วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

รวบลูกเลี้ยงโหด ฆ่าสยองตายาย โกรธแค้นถูกดุด่า




ตามรวบลูกเลี้ยงเนรคุณ ฆ่าพ่อแม่บุญธรรมชิงทรัพย์ หนีไปหางานทำที่กรุงเทพฯ สารภาพลงมือโหดเพราะแค้นที่ถูกทั้งสองคนดุด่า  เหยียดหยาม 

เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 57  ที่สำนักงานตำรวจภาค 5  พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ รรท.ผบช.ภ.5 ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมตัว นายชัยวัฒน์ หรืออู๊ด จันทะมาตย์ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 303/8 หมู่ 5 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดลำปาง ที่ 146/2557 ลงวันที่ 21 ต.ค.2557 ในข้อหา ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจนตา ไตร่ตรองไว้ก่อน หลังจากก่อเหตุฆ่าโหดสองสามีภรรยา คือ นายบุญส่วน สบายจิต อายุ 60 ปี และนางสำเนียง สบายจิต อายุ 60 ปี ภายในสวนลำไยไม่มีเลขที่ เขตบ้านแพะ หมู่ 5 ต.วังเหนือ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง เมื่อวันที่ 20 ต.ค.57 ที่ผ่านมา 

โดยเจ้าหน้าที่ได้นำของกลางเป็น โทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง จำนวน 1 เครื่อง แหวนทอง จำนวน 1 วง กระเป๋าใส่เงิน จำนวน 1 ใบ สร้อยคอทองคำพร้อมพระ จำนวน 1 เส้น ต่างหูทองคำ 1 เส้น แหวนหยก จำนวน 1 วง สร้อยคอถักด้วยผ้าพร้อมพระ จำนวน 2 องค์ ตระกรุด จำนวน 1 คู่ พระเครื่อง จำนวน 6 องค์ สร้อยคอทองแดง จำนวน 1 เส้น สมุดธนาคาร จำนวน 5 เล่ม สร้อยคอทองคำพร้อมลูกปัดสีชมพู จำนวน 1 เส้น 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนทราบว่า นายชัยวัฒน์ หรืออู๊ด ได้หลบหนีมากบดานทำงานเป็นช่างไดนาโม อยู่เขตหนองแขม กรุงเทพฯ จึงได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.น.9 แบ่งกำลังกันเฝ้าจุดต่างๆ จนกระทั่งพบ นายชัยวัฒน์ ที่บริเวณหน้าตลาดศูนย์การค้าหนองแขม ซอยเพชรเกษม 81/1 ถนนเพรชเกษม แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพฯ จึงได้แสดงหมายศาลเข้าจับกุมตัวได้ และนายชัยวัฒน์ ให้การว่า เป็นคนคนเดียวกันกับผู้ถูกออกหมายจับ จึงได้ทำการควบคุมตัวมาตรวจค้นหาหลักฐานพยาน และหลักฐานทางนิติเวช และตรวจหาหลักฐานของกลาง ก่อนควบคุมตัวมาดำเนินคดี

นายชัยวัฒน์  ให้การรับสารภาพว่า มีปากเสียงทะเลาะวิวาทกับนายบุญส่วน และนางสำเนียง บ่อยครั้ง ทำให้เกิดความแค้นในใจ และเกิดอารมณ์โกรธอย่างมาก ได้อาศัยช่วงที่นางสำเนียงออกไปตลาดในตอนเช้า และนายบุญส่วนอยู่บ้านคนเดียว จึงได้ใช้ด้ามเสียมฟาดศีรษะนายบุญส่วนเสียชีวิต เมื่อนางสำเนียง กลับมาจากตลาดมาถึงกลางสวน จึงได้ใช้ด้ามเสียมฟาดหัวนางสำเนียง จนกึงแก่ความตายเช่นกัน จากนั้นได้รื้อค้นเอาทรัพย์สินจำนวนมากหลบหนีไปอยู่ที่กรุงเทพฯ โดยนำทองหนักกว่า 2 บาท ไปขายเป็นทุนในการเช่าห้องพัก และทำงาน จนมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวดำดังกล่าว

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ฉบับที่ 1003 ประจำวันที่ 7 - 13พฤศจิกายน  2557)
Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support