วันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2558

สั่งลุยกำจัดจอก นายอำเภอแจ้ห่มรับซื้อ


นายอำเภอแจ้ห่มสั่งลุยกำจัดจอก พร้อมประกาศรับซื้อกิโลกรัมละ 75 สตางค์ ด้านชาวแพสำเภาทองร่วมใจทำไม้ไผ่กั้นฉีดสารชีวภัณฑ์ 2 จุด พื้นที่กว่า 20 ไร่  ระบุหากไม่ให้ทำแล้วเมื่อไรจะแก้ปัญหาหมด รอชลประทานใช้เรือตักคงไม่ไหว

หลังจาก นายสันติ นฤมิตร นายอำเภอแจ้ห่ม  ได้เปิดโครงการคลองสวยน้ำใส เมื่อวันที่ 14 ม.ค.58 ที่ผ่านมา  โดยได้ทำการทดลองสารชีวภัณฑ์กำจัดจอกหูหนู บริเวณท่าแพสำเภาทอง ต.บ้านสา อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง  พร้อมกับนำไม้ไผ่ไปกั้นพื้นที่จอกหูหนูที่กระจายอยู่ภายในอ่างเก็บน้ำ  ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นทางเกษตรอำเภอแจ้ห่ม เทศบาลตำบลบ้านสา และชาวแพสำเภาทอง

เมื่อวันที่ 19 ม.ค.58 นายสันติ นฤมิตร นายอำเภอแจ้ห่ม ได้นำสารชีวภัณฑ์ ยี่ห้อ MAX 4 ซึ่งเป็นสารกำจัดวัชพืชแบบเผาไหม้ สามารถใช้ได้กับพืชทุกชนิด มามอบให้กับชาวแพสำเภาทอง เพื่อที่จะนำไปฉีดกำจัดจอกหูหนูที่ได้ทำไม้ไผ่กั้นไว้แล้ว ซึ่งงบประมาณในการจัดซื้อดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ปูนซิเมนต์ไทยลำปาง จำกัด  จำนวน  1 แสนบาท

ก่อนจะมีการลงพื้นที่ปฏิบัติงาน นายสันติ นฤมิตร  นายอำเภอแจ้ห่ม ได้สอบถามชาวแพสำเภาทอง กรณีที่ทาง ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา ได้ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่าต้องการให้ชาวบ้านไปทำการทดลองฉีดสารชีวภัณฑ์ที่สระของโครงการฯ เพื่อทำการทดลองก่อนว่าปลอดภัยจริง จึงจะเสนอผู้ว่าฯ ชาวแพสำเภาทองมีความเห็นว่าอย่างไร  ยังจะเดินหน้าต่อไปหรือไม่  ซึ่งชาวแพได้กล่าวว่า ถ้าพวกเราไม่ทำแล้วใครจะทำเพราะคนที่เดือดร้อนก็คือชาวแพเอง หากไม่ลงมือทำก็จะไม่รู้ว่าได้ผลหรือเปล่า ถ้าต้องรอทางชลประทานเข้ามาแก้ปัญหาก็คงไม่มีอะไรดีขึ้น ก็เห็นกันอยู่ว่าปัญหานี้ยืดเยื้อมานานถึง 1 ปีแล้วยังแก้ปัญหาไม่ได้ ซึ่งทางชาวแพสำเภาทองก็ไม่ทราบว่าทางชลประทานต้องการจะยื้อเพื่อของบประมาณเข้ามาหรือเปล่า  ทั้งนี้ นายอำเภอจึงได้กล่าวกับชาวแพว่า ให้ชาวแพทำเต็มที่ พื้นที่ตรงไหนที่กั้นไว้แล้วให้พ่นสารชีวภัณฑ์ได้เลย ส่วนที่จอกที่ลอยอยู่ก็ช่วยกันเก็บมาขาย ให้แบ่งงานกันไปทำ 2 ส่วน คือแยกกันไปมัดลวดและฉีดพ่นสารชีวภัณฑ์  พร้อมกันนี้นายอำเภอแจ้ห่มยังได้ออกประกาศแจ้งให้ชาวบ้านทราบว่าทางอำเภอจะรับซื้อจอกหูหนูที่ตักขึ้นจากน้ำในราคากิโลกรัมละ 75 สตางค์ด้วย

นายสันติ นฤมิตร นายอำเภอแจ้ห่ม กล่าวว่า นายอำเภอได้ออกประกาศรับซื้อจอกหูหนูจากชาวบ้านสำเภาทองกิโลกรัมละ 75 สตางค์ นำไปทำปุ๋ยเพื่อประโยชน์ทางการเกษตร โดยนำขึ้นมาพักน้ำไว้ 1 วัน จนถึงวันที่ 30 ม.ค.58  รวบรวมได้เยอะทางอำเภอก็จะนำรถมารับและนำไปทำปุ๋ย ซึ่ง จะแบ่งงบประมาณจากที่ได้รับการสนับสนุนจากปูนซิเมนต์มาส่วนหนึ่งไม่น่าจะเกิน 2 หมื่นบาท มาใช้เป็นค่ารับซื้อจอกด้วย  ในส่วนของการดำเนินการฉีดสารชีวภัณฑ์นายอำเภอได้นำสารมามอบให้จำนวน 50 ขวด  ให้ทางชาวแพดำเนินการฉีดพ่นได้เลยตามจุดที่มีการกั้นไม้ไผ่ไว้แล้ว โดยผสมน้ำตามสัดส่วน 1 ขวดต่อน้ำ 200 ลิตร และต้องผสมน้ำยาที่เป็นสารจับใบลงไปด้วยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น

จากนั้นชาวแพจึงได้แบ่งกลุ่มกันลงพื้นที่ทำงาน โดยแยกเป็นส่วนที่ทำไม้ไผ่กั้นและส่วนที่ฉีดพ่นสารชีวภัณฑ์ โดยผสมน้ำยาลงในถังขนาด 200 ลิตร และทำการฉีดพ่นบนจอกหูหนูในพื้นที่ที่กั้นไว้แล้ว ตั้งแต่บริเวณปากห้วยคิ่วล่องไปทางหน้าผาจนถึงโขดหิน โดยทำการพ่น 2 วัน และจะกลับไปติดตามผลภายใน 7 วัน  จากการสอบถามนายชาญ ศรีขจร ผู้ประกอบการแพชาวเครือ กล่าวว่า วันที่ 22 ม.ค.ได้ผ่านไปดูก็พบว่าจอกเริ่มแห้งและดำลงแล้ว หลังจากทำการฉีดมา 2 วัน  ตอนนี้ก็ต้องรอติดตามผลว่าจอกตายหรือไม่ ระหว่างนี้ก็ได้เก็บจอกหูหนูที่ลอยอยู่กลางอ่างเก็บน้ำนำมาขายให้กับทางอำเภอ ซึ่งก็มีชาวบ้านเริ่มออกไปเก็บกันแล้ว เพื่อนำมาขายหารายได้อีกทางหนึ่งถึงแม้จะเป็นเงินไม่มากก็ตาม

สำหรับสารชีวภัณฑ์ MAX 4 ได้รายงานสรรพคุณไว้ว่า เป็นสารชีวภัณฑ์ กำจัดวัชพืช แบบเผาไหม้
ส่วนผสมประกอบด้วยอามิโนกรุ๊ป และจุลินทรีย์น้ำลึกที่นำมาเพาะเลี้ยงในผลไม้ และขยายพันธุ์ในน้ำกร่อย จึงทำให้ทนต่อสภาวะอากาศสามารถ เก็บในที่ร่มได้นานถึง 2 ปี โดยไม่ต้องให้อาหาร ฉีดพ่นได้ทุกเวลาแม้กลางแดด   การทำงานของสาร อามิโนกรุ๊ปจะทำให้เกิดกรด เพื่อทำลายระบบการสังเคราะห์โปรตีนและระบบการดูดซึมของวัชพืช ใบจะเหลืองและเหี่ยว จากนั้นจุลินทรีจะทำหน้าที่ย่อยสลายให้กลายเป็นปุ๋ยอยู่ในดิน แล้วดินจะหายจากความเป็นกรดภายใน 30 วัน หลังจากฉีดนิวตรอนจะพบว่าวัชพืชจะค่อยๆ ตายอย่างช้าๆ โดยใบจะเหี่ยวและสีดำคล้ำภายใน 1-3 ชั่วโมง จากนั้นใบจะเหลืองภายใน 1-5 วัน แล้วแห้งตายย่อยสลายในที่สุด ไม่มีพิษตกค้างในดินและน้ำ สามารถใช้ฉีดพ่นเพื่อกำจัดวัชพืชก่อนปลูกพืชหลักอย่างปลอดภัย สามารถใช้กับ ขอบสวน ขอบไร่ หัวนา คันนา ร่องพริก ร่องมัน ฯ และ วัชพืชทั่วๆ ไป สามารถใช้ได้กับพืชทุกชนิด  โดยมีจุดเด่น คือ มีประโยชน์ในการใช้กว้างขวางประสิทธิภาพสูงเห็นผลเร็ว ประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าเครื่องตัดหญ้า และยาเคมีปราบหญ้าได้นานกว่าใช้เครื่องตัดหญ้า ปลอดภัยไร้สารพิษ 100%

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ฉบับที่ 1013 ประจำวันที่ 23 - 29 มกราคม 2558)   


           

Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

12 ทศวรรษ บุญวาทย์วิทยาลัย

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว

โรงพยาบาลเขลางค์เวชภัณฑ์

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support