วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2558

นาทีชีวิต3เด็กหญิง ‘โนเน’หวิดตัดขา‘ปาย’ยังหนัก ‘มุก’ผ่าดามเหล็ก


ติดตามอาการเด็กนักเรียนประสบเหตุ “โนเน” หวิดตัดขา  หมอเก่งต่อเส้นเลือดได้  “มุก”ต้องผ่าตัดขาดามเหล็ก แต่ทั้งคู่ยังคงต้องทำกายภาพบำบัดอีกเป็นปี ขณะที่  “ปาย” อาการหนักผ่าสมองยังไม่ฟื้น

กรณีอุบัติเหตุรถทัวร์ชนรถตู้นักเรียน ส่งผลให้มีเด็กนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 4 ได้รับบาดเจ็บจำนวน 5 คน  และยังคงมีเด็กที่อาการหนัก ต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลลำปาง 3 คนด้วยกัน คือ ด.­.ชฎาธาร ศิลัยพานิช หรือน้องปาย อายุ 9 ปี  ได้รับกระทบกระเทือนศีรษะ มีเลือดคลั่งในสมอง ได้ทำการผ่าตัดสมองและยังพักรักษาตัวอยู่ในหอผู้ป่วยหนัก ยังไม่รู้สึกตัว  .­.จารุวรรณ ทรายคำ  น้องโนเน อายุ 8 ปี ที่เกือบต้องถูกตัดขาเพราะได้รับบาดแผลฉกรรจ์บริเวณน่องข้างขวา แต่ทางแพทย์ผ่าตัดต่อเส้นเลือดเส้นเอ็นได้สำเร็จ  และ ด.พีร­า พงษ์ทองหล่อ หรือน้องมุก อายุ 11 ปี ต้นขาซ้ายหักมีกระดูกยื่นออกมาได้ ได้รับการผ่าตัดดามเหล็กที่ขา
           
นางยุพิน ทรายคำ แม่ของ ด.­.จารุวรรณ ทรายคำ หรือน้องโนเน อายุ 8 ปี  กล่าวว่า ตอนแรกที่ทราบข่าวรู้จากเพื่อนที่ลูกชายทำงานอยู่กู้ภัย ว่ารถตู้ที่ลูกนั่งไปโรงเรียนประสบอุบัติเหตุ แต่ทางญ­าติไม่ให้ไปที่โรงพยาบาลเพราะกลัวว่าจะทำใจไม่ได้  ก่อนหน้านี้เห็นมีการลงรูปทางอินเตอร์เน็ตก็ไม่คิดว่าจะเป็นลูกของตัวเอง เพื่อนของตนและลูกชายจึงไปตามหาน้องแทน  ในวันเกิดเหตุเพื่อนที่ไปโรงพยาบาลเล่าให้ฟังว่า ไม่เจอชื่อน้องในรายชื่อผู้บาดเจ็บก็ตกใจมากได้พยายามตามหา พอทราบอีกทีคือน้องอยู่ในห้องผ่าตัดแล้ว พอมีข่าวว่าจะต้องตัดขาก็ยิ่งช็อค  เห็นสภาพลูกตอนแรกแล้วแทบจะเป็นลม มีบาดแผลน่ากลัวมาก ตรงน่องข้างขวาหนังเปิดเห็นกระดูก เส้นเลือดขาดแผลใหญ่  รู้สึกสงสารลูกมาก และยังมีแผลที่ต้นขาและเข่าอีก  แต่หมอก็ได้ให้การช่วยเหลือผ่าตัดจนสำเร็จ ดีใจมาก
           
ตอนได้พูดคุยกับน้องโนเน บอกว่า น้องนั่งรถตู้แถวที่สาม ซึ่งแถวแรกจะเป็นนางเพ็ญศรี กระจ่างจันทร์ ที่เสียชีวิต นั่งมากับสามีซึ่งตอนนี้ทราบว่าอาการหนักเช่นกัน ส่วนแถวที่สองจะเป็นน้องมุก ส่วนน้องปายนั่งอยู่แถวที่สี่ติดกับหลังรถ ทุกครั้งน้องโนเนจะนั่งแถวแรก แต่วันเกิดเหตุมีลุงและป้านั่งไปด้วย น้องจึงย้ายมานั่งแถวที่สามแทน
           
เมื่อพูดคุยกับน้องโนเน ด.­.จารุวรณ ทรายคำ น้องบอกเพียงว่าเจ็บขา แต่ไม่ได้พูดคุยอะไรมากกว่านี้  ซึ่งสภาพจิตใจโดยรวมแล้วน้องโนเนมีอาการดีขึ้นมาก ร่าเริง เวลามีเพื่อนมาเยี่ยมก็จะหัวเราะเฮฮาตามประสาเด็กทั่วไป แต่เมื่อจะต้องล้างแผลน้องก็จะร้องไห้งอแงบ้างเพราะเจ็บแผล
           
นพ.เจริ­ ชีวินเมธาศิริ  แพทย์ศัลยกรรมหัวใจและหลอดเลือด กล่าวว่า  น้องมีกระดูกหักบริเวณต้นขา น่อง เส้นเลือดมีการช้ำได้ผ่าตัดทำบายพาทเส้นเลือดให้ ซึ่งหลังผ่าตัดเส้นเลือดสามารถไปหล่อเลี้ยงจนถึงเท้าได้ดี  แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังเรื่องแผลติดเชื้อต่อไป  กระดูกหักต้องนอนพักรักษาตัวนานและทำกายภาพบำบัดอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากกล้ามเนื้อบริเวณน่องบวมมาก จำเป็นต้องกรีดหนังให้อ้าออกเพื่อให้กล้ามเนื้อหายบวม หากแผลหายดีต้องใช้หนังมาแปะไว้ ซึ่งเป็นการรักษาในอนาคตต่อไป ที่แน่นอนในตอนนี้คือน้องไม่ต้องตัดขา ไม่เสียขาอย่างแน่นอนเพียง แต่ต้องทำกายภาพบำบัดนานจึงจะเดินได้ตามปกติ
           
ส่วนน้องปาย หรือ ด.­.ชฎาธาร ศิลัยพานิช  มีอาการหนักที่สุดเนื่องจากได้รับการกระทบกระเทือนทางศีรษะทำให้มีเลือดคลั่งในสมอง แพทย์ได้ทำการผ่าตัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว    ซึ่ง นพ.สุรศักดิ์ มีพันธ์ แพทย์ด้านศัลยกรรมสมอง  กล่าวว่า  หลังการผ่าตัดแล้วอาการของน้องดีขึ้นมาก เริ่มขยับตัวมากขึ้น แต่ยังไม่รู้สึกตัว ยังอยู่ในขั้นวิกฤตที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด
           
นางชลธิชา ศิลัยพานิช  แม่น้องปาย กล่าวว่า น้องอาการดีขึ้น ลืมตา และขยับแขนขาได้ แต่ยังไม่รู้เรื่อง แม่ได้แต่หวังว่าน้องจะกลับมาตอนแรกที่ทราบข่าวช็อคมากทำอะไรไม่ถูก ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้กับลูก ทุกวันนี้ได้แต่เฝ้ารอยังไม่รู้ว่าน้องจะฟื้นขึ้นมาเมื่อไร
           
.­.พีช­า พงษ์ทองหล่อ หรือน้องมุก  ได้รับบาดเจ็บขาข้างซ้ายหักต้องผ่าตัดเพื่อดามเหล็ก เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุนั่งรถตู้มาโรงเรียนกับเพื่อนๆ น้องมุกนั่งแถวที่สองเบาะเดี่ยว ส่วนน้องปายนั่งอยู่หลังสุด ระหว่างทางได้งีบหลับไป พอรู้สึกตัวอีกทีตัวเองก็นอนอยู่บนฟุตบาทและเจ็บที่ขามาก ตอนนั้นมีสติดี จึงได้บอกเบอร์โทรศัพท์คุณแม่ให้พยาบาลโทรบอกคุณแม่ว่าประสบอุบัติเหตุ 
           
น้องมุกยังอยากให้ทุกคนหมั่นไหว้พระ ทำบุ­กันให้มากๆ เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับตนเองเมื่อไร  ซึ่งน้องมุกได้ทำบุ­ไหว้พระ ใส่บาตรในตอนเช้าทุกวัน 
           
นายศราวุธ พงษ์ทองหล่อ พ่อน้องมุก กล่าวว่า ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ลูกได้รับบาดเจ็บ หัวอกของพ่อแม่ก็ไม่อยากให้ลูกเป็นแบบนี้ น้องมุกได้รับบาดเจ็บบริเวณต้นขาขวาซ้าย บนหัวเข่าประมาณ 1 คืบ ได้ผ่าตัดดามเหล็กไปเมื่อวันที่ 3 มิ..ที่ผ่านมา เนื่องจากต้องขอยืมอุปกรณ์จาก จ.เชียงใหม่ ซึ่งการผ่าตัดก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
           
นายศราวุธ กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือว่า ทางบริษัท จักรพงษ์ทัวร์ ได้ติดต่อมา 3 ครั้ง ว่ามีประกันภัยของบริษัทวิริยะอยู่ โดยทางศูนย์สร้างทางแม่ทะฯหน่วยงานที่ตนทำงานอยู่ ได้ตั้งคนประสานงานกับบริษัทประกันให้ เบื้องต้นทราบว่าจะได้รับเงินคนละ 350,000 บาท   ส่วนเรื่องคดีให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย คงไม่เรียกร้องไรเพิ่มเติม เพราะเป็นอุบัติเหตุ เพียงแค่ลูกของตนปลอดภัยก็เพียงพอแล้ว
           
ทั้งนี้ วันที่ 4 มิ..58  นายกิตติภูมิ นามวงค์ นายกเทศมนตรีนครลำปาง ได้เข้าเยี่ยมอาการของเด็กทั้ง 3 คน พร้อมกับให้กำลังใจผู้ปกครองของเด็กด้วย   

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1031  วันที่  5 - 11 มิถุนายน 2558)             

            
Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว

โรงพยาบาลเขลางค์เวชภัณฑ์

เขลางค์เวชภัณฑ์ Web copy.jpg
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support