วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ช่วยดับไฟป่า จนท.ตกเขาเจ็บ



เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าลำปางหลังปีนเขาไปดับไฟป่าที่กำลังลุกไหม้อย่างรุนแรงบนดอยพระบาท แต่พลาดตกเขาข้อเท้าพลิก เพื่อนร่วมงานเร่งนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลทันที โชคดีอาการไม่หนัก

เมื่อวันที่ 10 ก.พ.59 ได้รับทราบว่ามีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บจากการขึ้นไปดับไฟป่าบนดอยพระบาท ที่บริเวณสวนรุกขชาติพระบาท ถ.วชิราวุธดำเนิน ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง พบเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายคฑาวุฒิ ทาสิทธิ์ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ประจำสวนรุกขชาติพระบาท ที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุพลัดตกเขาจนข้อเท้าพลิก ลงมาจากบยอดเขาดอยพระบาท เพื่อมาปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนจะนำตัวส่งไปตรวจร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้งที่โรงพยาบาลลำปาง เพื่อให้การรักษาต่อไป หลังจากที่ทีมจากเจ้าหน้าที่สวนรุกขชาติพระบาท เจ้าหน้าที่วนอุทยานแห่งชาติม่อนพระยาแช่ เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ได้ จัดกำลังเข้าไปดับไฟป่าที่กลับมาลุกไหม้อีกครั้ง จุดเกิดเหตุยอดพระบาทเขตด้านหลัง สวนรุกขชาติพระบาท ฝั่งเขตเมืองลำปาง โดยไฟป่าได้ลุกไหม้อย่างรุนแรงและรวดเร็ว และลามไปเป็นบริเวณกว้างเจ้าหน้าที่จึงรีบปีนไต่เขาตามระดับที่ค่อนข้างสูงชัน มีหุบเหว ตลอดการเดินทาง เพื่อไปดับไฟให้ทัน แต่ขณะนั้นนายนายคฑาวุฒิ ทาสิทธิ์ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าฯ เกิดพลาดเหยียบกองเศษหญ้าใบไม้แห้งที่ทับถมกัน จนลื่นพลัดตกเขาและได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่บางส่วนจึงเร่งนำตัวลงจากเขาเพื่อนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลลำปาง ส่วนที่เหลือก็ได้ปีนเขาไปดับไฟป่าจนสามารถดับไฟได้สำเร็จ แต่ผ่านไปเพียงไม่ถึง 1 ชั่วโมง ไฟป่าใกล้เคียงจุดดังกล่าวก็กลับมาลุกไหม้อีกครั้ง จึงได้เร่งระดมกำลังเข้าไปดับอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน

ขณะเดียวกันไฟป่า ก็ได้ลุกไหม้อีกครั้งอย่างรุนแรง เหตุเกิดขึ้นบริเวณสันเขา หลังชุมชนชาวเขา ชุมชนอิ่นเหมี่ยน ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง ซึ่งจะเห็นกลุ่มควันโพยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าจำนวนมากและสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนในระยะหลายสิบกิโลเมตร นอกจากนี้ไฟป่ายังได้ลุกไหม้ลุกลามอย่างรวดเร็วเนื่องจากมีลมพัดตลอดเวลา ทำให้เปลวไฟลุกไหม้หญ้าแห้งผืนป่าเสียหายเป็นบริเวณกว้าง ด้านเจ้าหน้าที่ ชุดควบคุมไฟป่ากรมป่าไม้ จากอุทยานแห่งชาติ อาสาสมัคร และผู้นำชุมชนในพื้นที่ได้เดินเท้าเข้าไปเพื่อจะดับไฟป่าแล้วแต่เส้นทางลำบากเพราะเป็นผาสูงชันคาดว่าคงต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะดับได้ ส่วนไฟป่าที่เกิดขึ้นสาเหตุมาจากคนเข้าไปจุดไฟเผาป่า แต่ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถจับกุมตัวได้แม้แต่คนเดียวแม้จะมีมาตรการที่เข้มงวดกวดขันมาหลายวัน

สำหรับสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่ จ.ลำปาง พบว่าเกินมาตรฐานมาแล้ว 3 วัน คือวันที่ 20 ม.ค. 59 อยู่ที่ 122 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร วันที่ 10 ก.พ.59   วัดได้ 125 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และวันที่ 11 ก.พ.59  วัดได้ 141 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1066 วันที่ 12 - 18กุมภาพันธ์ 2559)
Share:

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support