วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2559

ทุ่มงบปรับถนนรับ ‘โลจิสติกส์เกาะคา’

จำนวนผู้เข้าชม website counter

แขวงทางหลวงปรับถนนรับ AEC  ลำปางงบ 900 ล้าน  พร้อมรับศูนย์โลจิสติกส์ อ.เกาะคา 400 ไร่  ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัด ยันเกิดแน่อยู่ระหว่างรอกรมธนารักษ์กำหนดรูปแบบการลงทุน
           
หลังจากเริ่มเข้าสู่ประชาคมอาเซียนได้มีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและทำธุรกิจในประเทศไทยมากขึ้น รวมทั้งที่ จ.ลำปางเห็นได้ชัดเจนว่าเริ่มมีชาวจีนเข้ามาท่องเที่ยวและลงทุนในพื้นที่แล้ว พร้อมกันนี้ทางสำนักก่อสร้างทางที่ แขวงทางหลวงได้ดำเนินการปรับปรุงและขยายถนนหมายเลข 1 ซึ่งเป็นเส้นทางหลักที่ใช้สำหรับการเดินทางและการขนถ่ายสินค้าที่สะดวกสบายมากขึ้น ตามโครงการงานบูรณะทางหลวงสายหลัก ทั้งหมด 9 ตอน  ในพื้นที่ จ.ลำปางจะเป็นตอนที่ 8  ทางหลวงหมายเลข 1 เป็นทางสายหลักที่จะรองรับการขนส่งสินค้าจากท่าเรือเชียงของ จ.เชียงราย ผ่านทางหลวงสายหลักเข้าสู่ภาคกลาง
           
นายจเรเมธ จันทร์จร วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ นายช่างโครงการบูรณะโครงข่ายสายหลักระหว่างภาค ทางหลวงหมายเลข 1  เปิดเผยว่า  โครงการนี้จะมีการดำเนินการบูรณะปรับปรุงซ่อมแซมถนน และการขยายทางจราจร  ซึ่งการปรับปรุงซ่อมแซมจะทำในช่วง อ.สบปราบ พบถนนเสียหายจำนวนมาก เป็นหลุมบ่อ ร่องล้อลึก  และช่วงหน้าค่ายสุรศักดิ์มนตรีไปจนถึง ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จะทำการบูรณะ ซ่อมถนนเดิมโดยการนำวัสดุเดิมมาวนปรับใช้ ที่เรียกว่าการรีไซเคิล มีการออกแบบตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง  ดำเนินการตั้งแต่ กม.ที่ 689 ด่านชั่งน้ำหนักเกาะคาไปถึง กม.ที่786 ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ เริ่มสัญญา 10มิ.ย.58 สิ้นสุด 26 ก.ย.60 ค่างาน  902,309,000 บาท บริษัทกิจรุ่งเรืองก่อสร้าง เป็นผู้ดำเนินการ
           
ส่วนการขยายถนนนั้น จะแบ่งเป็น ช่วง  ช่วงที่ 1 เริ่มตั้งแต่ด่านชั่งน้ำหนัก ไปจนถึงด้านหน้าศูนย์เซรามิกฯ อ.เกาะคา ระยะทาง 2 กิโลเมตร  ทางฝั่งขวาด้านเดียว ความกว้าง 9.50 เมตร รองรับกับการขนส่งสินค้าไปยังศูนย์โลจิสติกส์ของ จ.ลำปาง  ทางขนานก็จะไปสวมเข้ากับด่านชั่งน้ำหนักพอดี  ส่วนช่วงที่ 2 จะขยายถนนตั้งแต่แยกไฟแดงบ้านฟ่อนฝั่งซ้าย ไปจนถึงหน้าตำรวจทางหลวง  รองรับรถที่จะเข้าเมืองลำปางและเดินทางไปยัง จ.เชียงใหม่ ระยะทางประมาณ 1.50 กิโลเมตร  และช่วงที่ 3  ตั้งแต่แยกไฟแดงย่าเป้าไปจนถึงแยกหลักกิโลยักษ์ โดยตัดทางเลี้ยวซ้ายอ้อมด้านหลังหลักกิโลยักษ์ ไม่ได้มีการรื้อออก เพราะไม่อยากให้กระทบกับงานที่ผู้ว่าฯเคยทำไว้  และช่วงที่ 4 ตั้งแต่แยกหลักกิโลยักษ์ไปจนถึงหน้าไทวัสดุ ซึ่งจุดนี้จะเป็นห่วงมาในเรื่องการท่อระบายน้ำ เนื่องจากเคยประสบปัญหาน้ำท่วมใหญ่มาก่อน  ยอมรับว่าคนออกแบบไม่ได้คำนึงถึงจุดนี้ จึงได้ยื่นเรื่องขอแก้ไขแบบไปแล้ว ขอให้ขยับแนวกำแพงเข้ามาใกล้ไหล่ทางเพื่อเปิดทางระบายน้ำ พร้อมออกแบบกำแพงเพื่อรับแรงดันด้านข้าง  โดยได้ขอกันพื้นที่ไว้สำหรับวางท่อระบายน้ำเดิมประมาณ 2 เมตร อยู่ด้านนอกสุดของถนนที่มีการขยายใหม่ทั้ง 2 ด้าน  ตามรูปแบบของกรมทางฯ ต้องขยายถนนให้เต็มเขตทางเพื่อรองรับย่านชุมชนสองข้างทาง
           
นายจเรเมธ กล่าวว่า  ตอนนี้ดำเนินการอยู่ 2 ช่วงคือ ช่วงที่ 1 อ.เกาะคา และช่วงที่ 4 หน้าไทวัสดุ  ทำได้ 15 เปอร์เซ็นต์  ส่วนช่วงที่ 2 บริเวณแยกไฟแดงบ้านฟ่อนไปจนถึงแยกย่าเป้ายังไม่สามารถทำได้เพราะติดเรื่องต้นไม้หวงห้าม มีอยู่ 113  ต้น  ยังไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมป่าไม้ แต่คิดว่าไม่มีปัญหาจะเริ่มทำได้เร็วๆนี้
           
ด้านนายอนุวัตร ภูวเศรษฐ  ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัด ภาคเหนือบน 1  กล่าวว่า ศูนย์โลจิสติกส์ที่ จ.ลำปาง ได้กำหนดไว้ในแผนยุทธศาสตร์จังหวัด โดยเรื่องนี้ได้มีการพูดคุยกันมาหลายปีแล้ว และมีการขับเคลื่อนกันมาอย่างต่อเนื่อง ใช้ที่ราชพัสดุ อ.เกาะคา ประมาณ 400 ไร่ พื้นที่เดียวกับสถานที่ก่อตั้งวิทยาลัยสงฆ์ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้สำรวจความเหมาะสมไว้หมดแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอกรมธนารักษ์จัดทำทีโออาร์(TOR) ว่าจะเกิดศูนย์โลจิสติกส์ในลักษณะไหน แต่ทราบว่ากลุ่มผู้บริหารทางกรมธนารักษ์ยังยุ่งอยู่กับเรื่องพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ จ.เชียงราย
           
ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัด กล่าวต่อไปว่า อุปสรรคของการตั้งศูนย์โลจิสติกส์คือพื้นที่ของธนารักษ์จะต้องให้เช่าได้ไม่เกิน 30 ปี  ซึ่งต่างชาติที่มาลงทุนจะนิยมซื้อที่ดินมากกว่าจึงไม่ค่อยน่าสนใจสำหรับชาวต่างชาติมากนัก  แต่ก็มีกลุ่มนักลงทุนไทยที่สนใจเพราะมั่นใจว่าเมื่อครบ 30 ปีแล้วจะเช่าได้ต่อ  อยากไรก็ตามการจะกำหนดได้ว่าจะเปิดให้เข้าลงทุนธุรกิจในรูปแบบไหนได้นั้นต้องขึ้นอยู่ที่กรมธนารักษ์ให้กำหนดกรอบออกมาก่อน ซึ่งอาจจะมีบางธุรกิจที่ไม่สามารถตั้งอยู่ใกล้โรงเรียนและวิทยาลัยได้  แต่มั่นใจว่าศูนย์โลจิสติกส์ลำปางเกิดขึ้นอย่างแน่นอน 

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1071 วันที่ 18 - 24  มีนาคม 2559)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support