วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2559

ไข่ไก่อารมณ์ดี ‘บุญดิเรก เอ็กแลนด์ฟาร์ม’

จำนวนผู้เข้าชม free hits
    
สองปีที่แล้ว ชายหนุ่มคนหนึ่งลาออกจากงานประจำที่กำลังไปได้สวย พร้อมหอบความฝันอยากเป็นเจ้าของฟาร์มไก่ไข่เล็กๆกลับมาบ้านเกิดจังหวัดลำปาง เพียงเพื่อจะพบความจริงที่ว่า ตัวเลขต้นทุนกำไรที่คิดคำนวณไว้ในกระดาษ มันช่างสวนทางกับความจริงจนแทบจะประคับประคองความฝันนั้นต่อไปไม่ไหว
           
ทศพล บุญดิเรกเจ้าของธุรกิจด้านการเกษตรขนาดเล็ก บุญดิเรก เอ็กแลนด์ฟาร์มเดินตรวจตราไก่ของเขาตั้งแต่เช้า ชายวัย 33 ปีสวมรองเท้าบูต เสื้อกับกางเกงเก่าๆซึ่งพร้อมจะเลอะเทอะได้ทุกเมื่อ ไก่ที่ถูกปล่อยให้หากินอิสระเฮโลมารุมล้อมเมื่อเห็นว่าในมือของทศพลมีใบไม้ใบหญ้า อาหารโปรดของพวกมัน
           
“ช่วงที่ทำงานกับบริษัทใหญ่ผมได้เรียนรู้เรื่องไก่ไข่แบบครบวงจร แรกๆเขาให้กวาดขี้ไก่ ขนขี้ไก่ ก็ต้องทำ จนกระทั่งได้ก้าวมาอยู่ฝ่ายสนับสนุนการขาย ทำให้รู้จักลูกค้ามากมาย เห็นชีวิตที่สุขสบายของเจ้าของธุรกิจแล้ว ก็อยากมีธุรกิจเป็นของตนเองบ้าง แต่ยังนึกไม่ออกว่าถ้ากลับลำปางแล้วจะทำอะไรได้” ชายหนุ่มที่จบปริญญาโทด้านสัตวศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้พูดขณะมองดูไก่กินใบไม้อย่างเอร็ดอร่อย
           
“วัวกับหมูใช้เงินมหาศาลครับ กำลังเราไม่พอ เลยคิดว่าทำฟาร์มไก่เล็กๆ นี่ล่ะเหมาะที่สุด” เขาว่าและแน่นอน สำหรับคนรักสัตว์อย่างทศพล เขาเลือกเลี้ยงไก่ไข่แทนที่จะเป็นไก่เนื้อ เริ่มจากไก่ไข่200 ตัว ผสมอาหารเองด้วยสูตรเฉพาะที่เน้นวัตถุดิบจากธรรมชาติ ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ ไก่ป่วยจะถูกแยกออกมา แล้วใช้สารสกัดจากสมุนไพรแทน เลี้ยงแบบธรรมชาติ คือ ปล่อยให้ไก่ได้วิ่งเล่นคุ้ยเขี่ยตามประสา ไก่ที่นี่จึงอารมณ์ดี แตกต่างจากการเลี้ยงแบบกรงตับ
           
“แรกๆขายไข่ไม่ได้เลยครับ” เขาเล่าพลางหัวเราะ “ขาดทุนอยู่หลายเดือน เพราะเราไม่ได้คิดให้รอบคอบในเรื่องของตลาดอาศัยขายเพื่อน ส่งให้ร้านอาหารตามสั่งแถวบ้านบ้าง”
           
ผ่านไปราว เดือน เกษตรกรหน้าใหม่จึงต้องหันมาตั้งหลักอีกครั้งด้วยการสร้างโรงเรือนใหม่ นำไก่ไข่มาลงเพิ่ม พร้อมๆกับเดินหน้าทำการตลาดด้วยการนำไข่ไปเสนอขายตามโรงเรียน โรงพยาบาล และร้านเบเกอรีในลำปาง ชูจุดเด่นในความเป็นไก่ไข่ที่เลี้ยงแบบธรรมชาติ ไม่กักขัง ปลอดภัยจากสารเคมีอันตราย ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะและฮอร์โมน จุดนี้เองทำให้ใครๆก็ชอบ ไม่นานทศพลจึงเริ่มมีลูกค้ามากขึ้นอย่างไรก็ตาม แม้จะได้ลูกค้ารายใหญ่ แต่ทศพลก็ไม่ลืมลูกค้ารายย่อยต่าง ๆ ที่อุดหนุนกันมาตั้งแต่เขาเพิ่งเริ่มทำฟาร์ม
           
เราเดินรอบฟาร์มแล้วมาหยุดอยู่หน้าโรงเรือนขนาดใหญ่ ซึ่งประตูจะถูกเปิดไว้ตลอดเวลา ไก่สามารถเข้าออกได้ตามใจ แต่เมื่อพลบค่ำไฟจะถูกเปิด ไก่จะตามไฟกลับมานอนในโรงเรือน เมื่อไก่อายุ เดือน พวกมันจะไข่ไว้ในตะกร้าในโรงเรือน ที่ซึ่งพวกมันคิดว่านี่คือบ้านที่ปลอดภัยที่สุด โดยจะออกไข่ช่วงเวลา 10.00-14.00 นาฬิกา อย่างไรก็ตาม นับเป็นความโชคดีที่ไก่ของทศพลไม่เคยเจอกับโรคระบาด มีเพียงโรคหวัดเท่านั้นที่คุกคามสุขภาพไก่ นอกเหนือจากนี้ก็อยู่ที่สภาพอากาศ หนาวจัดและร้อนจัดล้วนทำให้ไก่ตายได้ทั้งสิ้น

“การเลี้ยงแบบปล่อยนอกจากทำให้ตัวไก่แข็งแรงแล้ว ไข่ที่ได้ยังมีความเข้มข้นมากกว่า ต้นทุนในการเลี้ยงก็ถูกกว่า เรียกได้ว่าเป็นความเรียบง่ายในการจัดการครับ”

ทศพลเติมอาหารที่พร่องลงไปจนเต็ม เขาอุ้มไก่ตัวหนึ่งขึ้นมา กอดมันจนเรารู้สึกถึงความอาทร จากไก่ 200 ตัว ผ่านไป ปี จากวันที่ทำทุกอย่างคนเดียว ตั้งแต่งานในโรงเรือนจนกระทั่งขับรถตระเวนไปส่งไข่ ในวันนี้ทศพลมีคนงานมาช่วยแบ่งเบาการงานในฟาร์มแล้ว ไก่ไข่เพิ่มจำนวนเป็น 1,300 ตัว ออกไข่ทุกวัน วันละราวๆ 1,100 ฟอง ทว่าเขามาถึงจุดที่ “ทำงานน้อยลง แต่คิดมากขึ้น” จึงกำลังวางแผนสำหรับการผลิต “ไข่ไก่สีขาว” ซึ่งเกิดจากพ่อแม่พันธุ์ลูกผสมสายพันธุ์ Leg Hornไข่ไก่เปลือกสีขาวนี้เป็นที่นิยมของชาวต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม คนไทยก็น่าจะชอบ เพราะมันสามารถนำมาทำไข่เค็มได้ แถมยังเก็บได้นาน เป็นไก่ขนสีขาวที่เลี้ยงง่าย เหมาะกับอากาศร้อนบ้านเรา

“ชีวิตเกษตรกรไม่หวือหวาหรอกครับ ขณะเดียวกันก็อยู่นิ่งไม่ได้ ชีวิตไม่มีวันหยุด เราลงทุนกับสิ่งมีชีวิต ซึ่งต้องใช้เวลาในการเจริญเติบโต เม็ดเงินจึงไม่ได้คืนในทันที มันเป็นรายได้ช้า ๆ แต่ผมว่ายั่งยืน เพียงแต่เราต้องทำตัวเป็นเกษตรกรจริง ๆ คือรู้จักพอเพียงเท่านั้นล่ะครับ” ทศพลกล่าวทิ้งท้ายก่อนขอตัวไปส่งไข่ให้โรงพยาบาลศูนย์ลำปาง ไข่ไก่หลายแผงเรียงซ้อนกันอยู่ท้ายรถกระบะจนเต็ม นี่คือผลิตผลอันน่าภูมิใจของเกษตรกรหนุ่มไฟแรงคนหนึ่ง ที่ใช้ความอดทนก้าวข้ามเส้นแบ่งบาง ๆ ระหว่างความสำเร็จและความล้มเหลวมาได้อย่างน่าชื่นชม

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1072 วันที่ 25 - 31 มีนาคม 2559)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support