วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2559

ศาลสูงสุด รับอุทธรณ์ ศูนย์ขยะอบจ. คดีเก่า5ปีก่อน คุ้มครองชั่วคราว



จำนวนผู้เข้าชม http://www.hitwebcounter.com/

ศาลปกครองสูงสุดรับอุทธรณ์คดีคุ้มครองชั่วคราว ศูนย์กำจัดขยะ อบจ.ลำปาง  ขณะที่ศูนย์กำจัดขยะสร้างเสร็จแล้ว เริ่มเปิดทดลองเครื่องมาแล้วตั้งแต่เดือน  ธ.ค.58   ด้านรองนายก อบจ.เผยให้เป็นไปตามกระบวนการของศาล   
           
จากกรณีเมื่อวันที่ 16 ก.พ.53 ชาวบ้าน ต.ต้นธงชัย รวม 10 คน ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเชียงใหม่  ขอให้สั่งคุ้มครองชั่วคราว และระงับการก่อสร้างศูนย์กำจัดขยะครบวงจรของ อบจ.ลำปาง ที่ใช้งบประมาณถึง 695 ล้านบาท เนื่องจากเห็นว่าการขออนุญาตใช้ที่ดินไม่ถูกต้อง มีการขออนุญาตใช้พื้นที่และจัดประชุมประชาคมชาวบ้านในเขต ต.บ่อแฮ้ว  แต่เมื่อก่อสร้างจริงได้ใช้พื้นที่ของ ต.ต้นธงชัย  จึงเป็นเหตุให้ชาวบ้านยื่นร้องเรียนในเรื่องดังกล่าว เพราะเกรงว่าชาวบ้านจะได้รับผลกระทบจากขยะที่จะเข้ามากำจัดในพื้นที่จำนวนมาก

หลังจากชาวบ้านยื่นฟ้อง  ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งวันที่ 14 ก.ย.53 กำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา ตามคำขอของผู้ฟ้องคดี คดีดำเลขที่ 51/2553  โดยให้ระงับโครงการก่อสร้างระบบจำกัดขยะมูลฝอยของ อบจ.ลำปาง (ผู้ถูกฟ้องที่ 1) ที่ดำเนินการอยู่ในท้องที่ ต.ต้นธงชัย อ.เมืองลำปาง ไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น  ต่อมา อบจ.ลำปาง  นายก อบจ.ลำปาง(ผู้ถูกฟ้องที่ 3) ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง(ผู้ถูกฟ้องที่4)  ยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว  ต่อมาศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่ง 62/2554 ลงวันที่ มี.ค.54 ยืนตามคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น
           
บริษัท วีพีเอ็น คอลเล็คชั่นส์  จำกัด (ผู้ร้องสอด)  มีคำขอให้ยกเลิกคำสั่งวันที่ 14 ก.ย.53  โดยอ้างว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ลงนามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการจัดขึ้นทะเบียนที่ดินของรัฐเพื่อให้ทบวงการเมืองใช้ประโยชน์ในราชการในท้องที่ ต.ต้นธงชัย อ.เมืองลำปาง ลงวันที่ 2 ต.ค.55   โดยขึ้นทะเบียนที่ดินของรัฐในท้องที่ ต.ต้นธงชัย เนื้อที่ 311 ไร่เศษ  ให้อบจ.ใช้เป็นสถานที่ตั้งศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยแบบครบวงจรตามแนวเขตในแผนที่แนบท้ายประกาศ  และมีการนำประกาศกระทรวงมหาดไทยฉบับดังกล่าว ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 129 ตอนพิเศษ 162ง เมื่อวันที่ 26 ต.ค.55  จัดขึ้นทะเบียนตามมาตรา 8 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดินแล้ว    
           
ศาลปกครองชั้นต้นจึงมีคำสั่งลงวันที่ 14 พ.ย.55 ให้ยกเลิกคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา   ผู้ฟ้องคดีจึงยื่นอุทธรณ์ ขอให้ยกเลิกคำสั่งวันที่ 14 พ.ย.55  ศาลปกครองชั้นต้นเห็นว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องสืบเนื่องมาจากที่ผู้ฟ้องคดีมีคำร้องขอต่อศาลให้กำหนดวิธีการชั่วคราว  ศาลเคยมีคำสั่งกำหนดวิธีการชั่วคราวให้ตามการร้องขอ  แต่ต่อมามีคำสั่งยกเลิกค่ำสั่งของศาลดังกล่าว ย่อมมีผลเช่นเดียวกับการที่ศาลได้พิจารณาแล้วมีคำสั่งยกคำขอของผู้ฟ้องคดี  และต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด อุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดีจึงเป็นคำอุทธรณ์ต้องห้ามมิให้ศาลรับไว้พิจารณา จึงมีคำสั่งลงวันที่ 18 ธ.ค.55  ไม่รับคำอุทธรณ์คำสั่งของผู้ฟ้องคดี
           
ดังนั้นผู้ฟ้องคดีจึงได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด  เนื่องจากเห็นว่า การยื่นอุทธรณ์เป็นการกำหนดให้ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาและทบทวนคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้นอีกทางหนึ่ง  ถ้าเห็นพ้องด้วยก็มีคำสั่งยืนตามศาลปกครองชั้นต้น    หากต่อมามีข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์ที่ศาลอาศัยเป็นหลักในการมีคำสั่งอนุญาตตามคำขอในวิธีการชั่วคราวอย่างใดอย่างหนึ่งเปลี่ยนไป  ที่ทำให้ศาลปกครองชั้นต้นจะมีคำสั่งแก้ไขหรือยกเลิกการกำหนดมาตรการหรือวิธีคุ้มครองอย่างใดๆ เพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา  เป็นกรณีที่ผู้ฟ้องคดีเสียสิทธิ์จากกรณีที่ศาลเคยกำหนดมาตรการไว้  
           
ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ม.ค. 59  ศาลปกครองสูงสุดได้มีความเห็นว่า  การที่ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวฯ ก่อนการพิพากษาของศาลที่สูงกว่าเช่นกรณีคดีนี้ โดยให้ผลของคำสั่งศาลปกครองชั้นต้นเป็นที่สุด  เป็นการจำกัดสิทธิของผู้ฟ้องคดีที่จะอุทธรณ์คำสั่งให้มีการทบทวนคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น  ศาลปกครองสูงสุดไม่เห็นพ้องด้วย
           
เมื่อผู้ฟ้องคดียื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อศาลทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ เมื่อเดือน ธ.ค.55 จึงเป็นการอุทธรณ์คำสั่งภายในกำหนดหนึ่งเดือน นับแต่มีคำสั่งเป็นต้นไป  จึงให้ศาลชั้นต้นส่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของผู้ฟ้องคดี พร้อมด้วยคำสั่งยกเลิกมาตรการคุ้มครองชั่วคราวฯ  และเอกสาร สำเนาเอกสารที่เกี่ยวข้อง ไปยังศาลปกครองสูงสุดทันที  ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้รับคำร้องอุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดีไว้พิจารณา

นายบุญสม ชมพูมิ่ง  ผู้รับมอบอำนาจจากผู้ฟ้อง  กล่าวว่า  ตอนนี้ในเรื่องของคดีไม่ได้เกี่ยวข้องกับผู้ร้องแล้ว แต่เป็นกระบวนการตามขั้นตอนของศาล ซึ่งสาระสำคัญที่ศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์ เนื่องจากไม่ได้ลงวันที่ในการยื่นอุทธรณ์  ซึ่งตอนนั้นก็คิดว่าคดีจบไปแล้ว แต่ปรากฏว่าได้มีการนำกลับมาพิจารณาใหม่  ก็เป็นการดำเนินการของศาลปกครองสูงสุดต่อไป
ด้านนายเกรียงเดช  สุทธิภักติ  รักษาการ นายก อบจ.ลำปาง  เปิดเผยว่า  การที่ศาลปกครองสูงสุดรับอุทธรณ์คดี ก็เป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการของกฎหมาย  ปัจจุบัน อบจ.ได้ปฏิบัติตามคำสั่งเดิมของศาลปกครองชั้นต้นอยู่   นอกจากว่าจะมีคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดออกมาใหม่ว่าจะไปทิศทางใด

สำหรับการบริหารจัดการภายในศูนย์กำจัดขยะ ตอนนี้ก็ยังไม่ลงตัว  อยู่ระหว่างการทำรายงานข้อมูลว่าเครื่องจักรทำงานได้ตามที่ตกลงไว้หรือไม่ และประเมินค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะ เพื่อนำไปกำหนดราคาให้กับ อปท.ที่จะนำขยะเข้ามากำจัด  ซึ่งยังมองว่าราคาเดิมที่พูดคุยกันไว้ 400 บาทต่อตัน เป็นราคาที่สูงพอสมควร  ต้องหาแนวทางร่วมกันให้ได้ลงตัวที่สุด ในช่วง 6 เดือนแรกนี้จึงยังเป็นช่วงของการเก็บข้อมูลต่างๆ ยังไม่มีการรับขยะเข้ามากำจัดอย่างเต็มรูปแบบ  อีกประการคือจะต้องรอผลการตัดสินของศาลปกครองสูงสุดด้วย

นายไกรศักดิ์ จันทรสุกรี ผู้จัดการโครงการศูนย์กำจัดขยะครบวงจร  กล่าวว่า  ได้ส่งงานงวดสุดท้ายไปเมื่อช่วงต้นเดือน มี.ค.59 ที่ผ่านมา ถือว่าการก่อสร้างเสร็จแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์  ตอนนี้ได้มีการจูนระบบและทดลองเครื่องไปเรื่อยๆ โดยการขอรับขยะจากท้องถิ่นใกล้เคียงเข้ามากำจัด เช่น อบต.บ่อแฮ้ว  อบต.ต้นธงชัย  โดยไม่คิดค่าบริการใดๆ   เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดราคาค่าจัดการขยะ  อยู่ระหว่างดำเนินการร่วมกับ อบจ.ลำปาง

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1074 วันที่ 8 - 21 เมษายน 2559)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support