วันศุกร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2559

‘ขันแดง’ แสลงใจ

จำนวนผู้เข้าชม http://www.hitwebcounter.com/htmltutorial.php
           
ม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ความหวาดกลัวคนบางคน อันอาจสะท้อนความหวาดกลัวยิ่งกว่าของคนอีกบางคน ทำให้เกิดกรณี “ปฏิทินทักษิณ” และ “ขันแดงสงกรานต์” ขึ้นมาได้ หากคนมีปฏิทิน มีขันสีแดง เป็นความผิด ก็ต้องพลิกโลกสังคายนากฎหมายกันใหม่
           
ภาษาแถวนี้เขาเรียกเรื่อง “ไร้สาระ” ภาษาที่ไกลๆออกไปเรียกว่ากระทบกระเทือนความมั่นคงของผู้มีอำนาจ
           
เรื่องที่ควรจะเป็นเรื่องแต่ไม่เป็นเรื่อง ในขณะที่บางเรื่องไม่ควรจะมีอะไรแต่กลับกลายเป็นเรื่อง โลกมนุษย์นี่สุดยากแท้หยั่งถึงจริงๆ
           
เรื่องที่ควรจะเป็นเรื่องอย่างเรื่องสุดฮอต กรณีรถเบนซ์ซิ่งชนรถฟอร์ดจนเป็นเหตุให้นักศึกษาปริญญาโทถึงแก่ความตาย 2 ศพ ซึ่งมีภาพบันทึกเหตุการณ์จากกล้องถ่ายวีดิโอในรถของรถยนต์ที่อยู่ในบริเวณจุดเกิดเหตุ จนมาถึงโรงพยาบาลเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลก็ไม่มีการเจาะเลือดเพื่อตรวจหาปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด ด้วยเหตุผลว่า เสี่ยเบนซ์ยังอยู่ในอาการบาดเจ็บและเจ้าหน้าที่ไม่พบอาการมึนหรือกลิ่นสุรา ซึ่งทำให้กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก
           
เช่นเดียวกับเรื่อไม่ควรจะเป็นเรื่อง แต่กลับเงียบไปนาน อย่าง กรณีคดีทายาทกระทิงแดงขับรถชนตำรวจดับเมื่อเดือนกันยายน 2555 เวลาล่วงเลยผ่านมาเกือบ 4 ปีแล้ว แต่ความคืบหน้าของคดีกลับล่าช้ามาก จนล่าสุด พล.ต.ท.ศานิตย์ รรท.ผบช.น. จวก เรื่องของกระบวนการพนักงานสอบสวนทำไมไม่รีบดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน ถ้ารวบรวมหลักฐานก็จบ เหตุเกิดตั้งแต่ปี 2555 เอาพยานบุคคลมาสอบปากคำตอนนี้แล้วใครจะมาให้การ ผู้ต้องหารับสารภาพการรวบรวมพยานหลักฐานมันง่ายหรือไม่ รับว่าอย่างไร ขับรถยนต์ไปที่ไหน ไปกับใคร ดื่มมากน้อยแค่ไหน ความเร็วเท่าไร่
           
อย่างนี้ชัดเจนไม่ปรากฏในสำนวนเท่าที่ควรเลย เมื่อผู้ต้องหามามอบตัวเพื่อแจ้งข้อกล่าวหา กฎหมายใหม่เดิมที่เมื่อผู้ต้องหาปรากฏต่อหน้า ให้แจ้งข้อหาแล้วจับกุม แต่กฎหมายใหม่ให้แต่แจ้งข้อกล่าวหาอย่างเดียว ถ้าจะจับกุมหรือคุมขังต้องนำตัวไปให้ศาลออกหมายขัง กรณีดังกล่าวมีการดำเนินการหรือไม่ บอกว่าจับมีหมายจับหรือไม่ มีอย่างที่ไหนแจ้งข้อหา ข้อหา คดีง่ายๆใช้เวลาถึง เดือน
           
ซึ่งทั้ง 2 เรื่องนี้ ทำให้ภาพลักษณ์ของตำรวจเสื่อมเสียไปมาก 
           
แต่ในขณะที่เรื่องบางเรื่องที่ไม่ควรจะเป็นเรื่องกลับกลายเป็นเรื่องเข้าคุกเข้าตะรางต้องประกันตัวเป็นเงิน 100,000 บาท เมื่อมีการโพสต์รูป ขันแดง
           
เรื่องราวก็มีอยู่ว่า เมื่อวันที่ 26 มีนาคม ที่ผ่านมา พ่อแม่พี่น้องชาวเจียงใหม่ได้รับแจกขันน้ำสีแดง พร้อมภาพถ่ายของ นายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในท่ายกพนม พร้อมคำอวยพรและข้อความใต้ภาพของ นายทักษิณ ระบุว่า "สวัสดีวันสงกรานต์ปีใหม่ไทย 2559 สงกรานต์ปีนี้ผมรู้สึกคิดถึงพี่น้องเป็นพิเศษ อยากมาช่วยท่านแก้ปัญหา แต่วันนี้ขอส่งกำลังใจมาก่อน รักและคิดถึง" และขันน้ำสีแดงมีข้อความสกรีนว่า "แม้สถานการณ์จะร้อน ขอให้พี่น้องได้รับความเย็นผ่านขันใบนี้ ด้วยรักและห่วงใย สุขสันต์วันสงกรานต์" โดยขันสีแดงนี้ มีการแจกจ่ายกันไปยังชุมชนหลายแห่ง และแฟนคลับผู้ที่ได้รับต่างแสดงความดีใจ หลายคนถ่ายภาพขันแดงมาลงในโลกโซเชียล
           
แต่แล้วเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ชาวบ้านผู้ครอบครองขันแดงคนหนึ่งอยู่ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ โพสต์ภาพคู่กับขัน ปรากฏว่าได้มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร มทบ.33 มาเชิญตัวเพื่อสอบถามที่ไปที่มาของขันแดง ซึ่งเจ้าตัวได้ชี้แจงว่าได้รับแจกมา และน่าจะเป็นของพรรคการเมือง เห็นว่าเป็นการส่งขันเพื่อให้มีการเล่นน้ำสงกรานต์อย่างประหยัด จึงได้รับมา และไม่ได้คิดอะไรนำมาโพสต์กันในกลุ่มเพื่อนจนเป็นข่าวขึ้นมา
           
ต่อมา ทางฝ่ายทหาร ได้เชิญตัวชาวบ้านรายนี้ไปพบอีกครั้ง โดยระบุว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องความมั่นคง พร้อมกับส่งตัว ให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิง เพื่อดำเนินการทางกฎหมาย และ ในเช้าวันรุ่งขึ้น(29 มี.ค.) ชาวบ้านรายนี้ไปที่ศาลทหาร เพื่อรับทราบว่าข้อหา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ที่ระบุว่า
           
"ผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันไม่ใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่ใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต 1.เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจ หรือใช้กำลังประทุษร้าย 2.เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ 3.เพื่อให้ประชาชน ล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี"
           
จนล่าสุดชาวบ้านผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์รายนี้ได้ประกันตัวด้วยเงินหนึ่งแสนบาท และเดินสายทำบุญสะเดาะเคราะห์ เพื่อล้างซวยจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
           
แร็ค ลานนา ก็ไม่อาจจะวิจารณ์อะไรได้ เพราะ ขันแดง” ไม่ได้มีอานุภาพแต่อย่างใด เพียงหากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ทำหน้าที่รวดเร็วเหมือนอย่างการตามตัวสตรีนางนี้มาลงโทษในฐานที่อัพรูปขึ้นโซเชียล แต่คดีอื่นๆที่ใส่ร้ายป้ายสีสาดโคลนคนบริสุทธิ์ตำรวจกลับไม่เรียกตัวมาลงโทษแบบนี้บ้าง
           
ก็คงรอวันที่กระเบืhองเฟื่องฟูลอย น้ำเต้าน้อยถอยจมให้ผ่านไปก่อน
           
ถึงวันนั้นคงต้องชำระบัญชีกันครั้งใหญ่

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1073 วันที่ 1 - 7 เมษายน 2559)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support