วันศุกร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2559

ท.ทหาร (ไม่) อดทน

จำนวนผู้เข้าชม good hits
           
สีสันยามคิมหันต์ฤดู คือมหกรรมคัดเลือกทหาร มีหลากหลายอารมณ์ ทั้งเสียใจ ดีใจ แต่เมื่อมีข่าวพลทหารที่ภาคใต้ถูกซ้อมจนตาย ความหวาดผวาที่จะเป็นทหารเกณฑ์ก็ผุดขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งที่มันเป็นปรากฏการณ์ปกติในทุกปี
           
เมื่อหน้าร้อนมาเยือนการเกณฑ์ทหารในประจำปีก็วนมาบรรจบอีกครั้ง เมษาหรรษาก่อนสงกรานต์ก็จะมีชายไทยวัยเกณฑ์ทหารต้องมารายงานตัว บ้างก็ขอผ่อนผัน บ้างก็มาสมัครด้วยความสมัครใจ  บ้างก็แต่งหญิงสวยงามเพราะกลายเป็นสตรีข้ามเพศก็ยังต้องมารายงานตัวตามหน้าที่ชายไทย  บ้างก็มาเสี่ยงดวงจับใบดำใบแดงยกโขยงมาทั้งครอบครัวสนุกสนานไปด้วยเสียงเชียร์เฮโลเมื่อญาติตัวเองจับได้ใบดำ
           
การเกณฑ์ทหารเป็นกฎหมายตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 กำหนดหน้าที่นี้ให้เฉพาะชายที่มีสัญชาติเป็นไทยตามกฎหมายมีหน้าที่ต้องเข้ารับราชการทหารด้วยตนเองทุกคน พระราชบัญญัติดังกล่าวกำหนดขั้นตอนเกี่ยวกับการรับราชการทหารไว้ตั้งแต่การลงบัญชีทหารกองเกิน การรับหมายเรียก การตรวจเลือกคนเข้ากองประจำการ การเรียกพล การระดมพล และการปลด
           
ชายไทยเริ่มเป็นทหารกองเกินนับแต่อายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์และได้ลงบัญชีทหารกองเกินไว้ ทหารกองเกินอาจถูกเรียกไปรับการตรวจเลือกเพื่อเข้ากองประจำการได้เมื่ออายุครบยี่สิบเอ็ดปีบริบูรณ์ ทหารกองเกินเมื่อเข้ารับราชการทหารกองประจำการครบกำหนด หรือ สำเร็จการฝึกวิชาทหารตามหลักสูตรที่กระทรวงกลาโหมกำหนด หรือ มีอายุครบ 30 ปีบริบูรณ์ จะถูกปลดเป็นทหารกองหนุน
           
เมื่อเวลาผ่านไปหรืออายุครบตามที่กำหนดทหารกองหนุนก็จะถูกปลดพ้นราชการทหารต่อไป ในระหว่างที่เป็นทหารกองเกินหรือทหารกองหนุนนั้น อาจถูกเรียกพลได้ตามที่กระทรวงกลาโหมเห็นสมควร และอาจถูกระดมพลได้หากมีพระราชกฤษฎีกา
           
ชายไทยจำนวนมากไม่ต้องรับราชการทหารกองประจำการเพราะผ่านการเรียนรักษาดินแดนครบ 3 ปี หรืออาจมีเหตุได้รับการยกเว้นหรือผ่อนผันได้ตามที่กฎหมายกำหนดทำให้ไม่ต้องไปรับการตรวจเลือกหรือไปในวันตรวจเลือก แต่ถูกคัดออกเสียก่อน สำหรับผู้ที่ไม่ได้เรียนรักษาดินแดน หรือ เรียนไม่ครบหลักสูตรตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด (ไม่จบชั้นปีที่ 3) หรือ ผ่อนผันครบกำหนดแล้ว จะต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจเลือกเข้ากองประจำการเต็มขั้น หากมีผู้ประสงค์สมัครใจเข้ากองประจำการเต็มจำนวนที่รับแล้ว ก็จะไม่มีการจับสลาก ส่วนในกรณีที่มีผู้สมัครไม่พอและมีคนให้เลือกมากกว่าจำนวนที่ต้องการก็จะใช้วิธีจับสลากใบดำใบแดง ผู้จับได้ใบแดงจะต้องเข้ารับราชการทหารกองประจำการ
           
แม้จะมีบทลงโทษที่ร้ายแรง ก็มีรายงานการช่วยให้พ้นจากการรับราชการทหารกองประจำการด้วยวิธีนานาประการอยู่เนืองๆ ซึ่งหลายครั้งก็เกี่ยวข้องกับบุคคลผู้มีชื่อเสียงในสังคม
           
คนดังที่กลายเป็นกระแสสังคมในปีนี้คงหนีไม่พ้น ไมค์ พิรัชต์ และ ณเดช คูกิมิยะ’ ที่ยื่นหลักฐานป่วยโรคหอบหืด ซึ่งเป็นโรคต้องห้ามสำหรับการเกณฑ์ทหารนั้น และวันที่ 4 มี.ค. ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กล่าวถึงกรณีนี้ว่า อาการของดาราดังกล่าวมีใบรับรองแพทย์ยืนยันชัดเจน เชื่อเจ้าตัว ไม่มีเจตนาที่จะหลอกลวง แต่หากตรวจสอบพบ ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ แพทย์ผู้รับรองต้องรับผิดชอบ นอกจากนี้ยังมีดาราที่ยื่นขอผ่อนผันเนื่องจากยังติดภารกิจอยู่ไม่ว่าจะเป็น พีช พชรเจมส์ มาร์และ นิชคุณ หนุ่มไทยที่ดังไกลเกาหลี ก็รอดจากการเกณฑ์ทหารเพราะเขตภูมิลำเนามีคนสมัครเต็มแล้วจึงไม่ต้องลุ้นจับใบดำ-แดง อีกหนึ่งคน คือ ดิว เดอะสตาร์ รอดจากการเกณฑ์ทหารในครั้งนี้ด้วยโรค นิ้วก้อยสั้น และอีกหนึ่งคนที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้ นั่นคือ น้องปอย ตรีชฎา สาวงามที่บอกว่าหนูแปลงเพศมาตั้งแต่อายุ 18 ปีแล้วคะ
           
แต่ก็ยังมีดารานักแสดงที่ยืดอกเข้าสมัครรับเกณฑ์ทหารหลายคน อย่าง หลุยส์ เฮสดาร์ซัน  บูม ปิยพันธ์ เอี้ยง สิทธา และชิน ชินวุฒิที่ถูกบังคับเกณฑ์เพราะมีรายชื่อหลีกเลี่ยงไม่มารายงานตัวตามหมายเรียกเมื่อปี 2556 แม้ว่าจะยื่นผลการตรวจร่างกายว่ามีการดามเหล็กที่ข้อมือก็ตาม แต่ที่เป็นระแสว่าหนุ่มชินร้องไห้เพราะไม่อยากจะเกณฑ์ทหารนั้นไม่จริงที่หนุ่มหน้าคมคนนี้ต้องหลั่งน้ำตา เพราะตนเป็นเสาหลักของครอบครัวและเป็นห่วงแม่กับน้องมากกว่า
           
แม้ว่าในยามการบ้านเมืองจะสงบ ไร้เงาสงครามอันโหดร้าย แต่ใครจะการันตีได้ว่าหากมีภัยสงครามขึ้นชายไทยจะปกป้องประเทศ และชาวไทยด้วยกันได้ การเกณฑ์ทหารจึงเป็นการเตรียมพร้อมหากเกิดศึกสงคราม
           
แต่หากมัวแต่ดราม่า โวยวายยกเลิกการเกณฑ์ทหาร เมื่อการศึกมาถึงเราจะปกป้องคนที่เรารักได้อย่างไร
           
ขอเป็นกำลังใจให้กับทหารไทยดีๆทุกคน 

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1074 วันที่ 8 - 21 เมษายน 2559)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support