วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

เก๋งหนุ่มอบต.ประสานงากระบะ คนขับดับคู่

จำนวนผู้เข้าชม website counter

หนุ่มนักวิชาการ อบต.เมืองมาย ขับเก๋งพุ่งประสานงากับกระบะพ่อค้าผักกลางดึก คนขับเสียชีวิตคาที่ทั้งคู่  ขณะเกิดเหตุไม่มีใครเห็นเหตุการณ์กว่าจะมาพบก็กลายเป็นศพแล้ว

เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. วันที่ 19 พ.ค.59 เจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีเหตุรถยนต์กระบะชนกับรถเก๋ง มีผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในรถ เหตุเกิดบริเวณถนนสายลำปาง-เมืองปาน ใกล้กับตู้ยามบ้านเอื้อม เขตบ้านผึ้ง หมู่ ต.บ้านเอื้อม อ.เมือง จ.ลำปาง หลังรับแจ้งจึงได้ประสานไปยัง ร.ต.ท.เสนาะ คำภีรพันธ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านเอื้อม แพทย์เวร รพ.ศูนย์ลำปาง พร้อมเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยลำปาง รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงในที่เกิดเหตุ พบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็กส์ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน บพ 4106 ลำปาง จอดขวางถนนอยู่ในสภาพด้านหน้ารถพังยับเยิน กระจกหน้าแตก หลังคาแครี่บอย หลุดออกมาตกอยู่ข้างรถ ภายในรถพบมีผู้เสียชีวิตเป็นชายอยู่บริเวณที่นั่งคนขับ ทราบชื่อต่อมาคือ นายละ การดี อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56 หมู่ 14 ต.ทุ่งกว๋าว อ.เมืองปาน จ.ลำปาง  ส่วนรถคู่กรณีเป็นรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีขาว หมายเลขทะเบียน ขจ 667 เชียงใหม่ สภาพด้านหน้ารถพังยับเยินเกือบครึ่งคัน พบคนขับรถถูกอัดก๊อปปี้ติดคาพวงมาลัยรถเสียชีวิตคาที่เช่นกัน  เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ จึงได้ใช้อุปกรณ์ตัดถ่างเข้างัดร่าง ทราบชื่อต่อมาคือ นายรมย์รวินท์ พิทักษ์พงศ์ไทย อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50 หมู่ ต.บ้านเอื้อม อ.เมือง จ.ลำปาง เป็นเจ้าหน้าที่นักวิชาการศึกษา ระดับ 4  อบต.เมืองมาย อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง

จากการสอบสวนเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ฯ ทราบว่า นายละ มีอาชีพพ่อค้าขายผัก ได้ขับรถกระบะออกจากบ้านที่ อ.เมืองปาน และกำลังจะไปซื้อผักที่ตลาดในตัวเมืองลำปาง ส่วนนายรมย์รวินท์ ทราบว่า เพิ่งกลับจากไปส่งเพื่อนที่ตัวเมืองลำปาง กำลังขับรถจะเข้าบ้านในเขต ต.บ้านเอื้อม โดยทราบว่ารถเก๋งคันที่เกิดเหตุนายรมย์รวินท์ฯ เพิ่งซื้อจากเต็นท์รถมือสองที่ จ.เชียงใหม่ มาได้เพียงวันเดียวเท่านั้น ก่อนจะเกิดเหตุขับชนประสานงากัน

โดยขณะเกิดเหตุไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ เนื่องจากเป็นช่วงดึกมาก กว่าจะมีคนมาพบ  ก็ทราบว่ามีผู้เสียชีวิตอยู่ภายในรถทั้ง คันแล้ว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ฯ จะได้ทำการตรวจสอบหลักฐาน และตรวจเลือดของผู้เสียชีวิต ว่ามีพบปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดหรือไม่ ก่อนจะทำการสอบสวน พิสูจน์หลักฐาน เพื่อหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุอย่างละเอียด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1079 วันที่ 20 - 26 พฤษภาคม 2559)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support