วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ดันผืนป่าดอยพระบาท เป็นอุทยานแห่งชาติ

จำนวนผู้เข้าชม Hit Web Stats

เครือข่ายประชารัฐขับเคลื่อนเพื่อจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ ร่วมผลักดันป่าดอยพระบาท 99,000 ไร่ เป็นอุทยานแห่งชาติ เริ่มลงพื้นที่นำเสนอข้อมูลต่อ อปท.และกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ที่ตั้งอยู่โดยรอบดอยพระบาท หวังแก้ปัญหาทุกด้าน น้ำแล้ง  ตัดไม้   ไฟป่า หมอกควัน
           
เครือข่ายประชารัฐขับเคลื่อนเพื่อจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ จ.ลำปาง ซึ่งประกอบด้วย 6 ฝ่าย คือ เกษตรกร  ราชการ เอกชน  อปท.  กำนันผู้ใหญ่บ้าน และสื่อมวลชน  นำโดยนายสำคัญ วรรณบวร ผู้แทนเกษตรกรภาคเหนือ  ได้รวมตัวกันเพื่อผลักดันให้มีการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ บริเวณดอยพระบาทซึ่งครอบคลุมพื้นที่ป่ากว่า 99,000 ไร่ เขตติดต่อ 3 อำเภอ คือ อ.เมือง อ.แม่เมาะ และ อ.แม่ทะ  ทั้งนี้ เพื่อต้องการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า  ปัญหาหมอกควันไฟป่า  ปัญหาน้ำแล้ง  ซึ่งการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ จะทำให้เกิดการควบคุมดูแลป่าได้อย่างเป็นระบบ และทั่วถึงมากขึ้น โดยต้องอาศัยความร่วมมือของประชาชน จ.ลำปาง ในการขับเคลื่อน
           
นายสำคัญ วรรณบวร ผู้แทนเกษตรกรภาคเหนือ กล่าวว่า ในปีนี้ได้ประสบปัญหาภัยแล้ง น้ำไม่เพียงพอที่จะใช้ทำการเกษตร ซึ่งแหล่งน้ำที่เข้าสู่ อ.แม่ทะ มีอยู่ 2 เส้นทางคือ น้ำจากเขื่อนกิ่วลม กิ่วคอหมา ส่งมาตามคลองส่งน้ำ ต.กล้วยแพะ ลงอ่างเก็บน้ำแม่ทะ หรืออ่างเก็บน้ำวังเฮือ  อีกเส้นทางหนึ่งคือจากเขื่อนแม่จางของ กฟผ.แม่เมาะ ทั้งสองแหล่งก็ไม่เพียงพอที่จะส่งน้ำมาให้ในพื้นที่  ดังนั้น ช่วงปลายปี 2558 ทางตัวแทนเกษตรกร ร่วมกับชาวบ้าน อ.แม่ทะ จึงได้ร่วมกันทำการศึกษาเส้นทางน้ำที่เข้าสู่ อ.แม่ทะ โดยการนำคนเดินเท้าสำรวจบนดอยพระบาท จากการสำรวจดังกล่าวได้สรุปวิธีการแก้ไขปัญหาออกมาได้ 3 วิธี คือ 1.ต้องใช้คนขึ้นไปฟื้นฟูป่า  2.ตั้งเป็นวนอุทยาน  3.ตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ  และได้มีการร่วมประชุมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ต่างให้ความเห็นว่า การนำคนขึ้นไปฟื้นฟูนั้น ทำได้ยาก เพราะพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนเรื่องน้ำคือ อ.แม่ทะ แต่จะให้คนจากพื้นที่อำเภออื่นๆเข้าไปร่วมฟื้นฟูด้วยคงไม่สำเร็จ ต่อมาได้มีโอกาสปรึกษาพูดคุยกับ น.ส.ดวงพร เกียรติดำรง หัวหน้าสวนรุกชาติดอยพระบาท และได้ข้อแนะนำหลายอย่างจาก นายบริบูรณ์ บุญยู่ฮง สมาชิกสภาเทศบาลนครลำปาง ซึ่งเห็นด้วยที่จะผลักดันให้ป่าดอยพระบาทเป็นอุทยานแห่งชาติ  พร้อมกับเชิญชวนคนลำปางให้เห็นความสำคัญกับป่าดอยพระบาทแห่งนี้ และร่วมกันผลักดันให้เกิดอุทยานแห่งชาติขึ้นให้ได้
           
นายสำคัญ กล่าวต่อไปว่า  ตนเองได้นำเรื่องนี้ไปปรึกษากับนายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ซึ่งได้ให้การบ้านว่า จะต้องประสานงานกับหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ติดกับเขตดอยพระบาท โดยจะคาบเกี่ยว 3 อำเภอ คือ  อ.เมือง อ.แม่เมาะ และ อ.แม่ทะ  ในส่วนของ อ.แม่ทะได้เริ่มต้นมานานแล้ว เพราะต้องการที่จะให้เป็นอุทยานแห่งชาติ จึงต้องลงพื้นที่พูดคุยผู้นำท้องถิ่นของ อ.เมือง ใน 4 ตำบล คือ ต.กล้วยแพะ ต.พระบาท ต.พิชัย และ ต.บ้านเสด็จ  และ อ.แม่เมาะ 2 ตำบล คือ ต.บ้านดง และ ต.แม่เมาะ  ในเรื่องนี้คงจะต้องประสานงานผ่านทางนายกเทศบาลฯ อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อยู่ระหว่างการหารือกันว่าจะดำเนินการอย่างไร พร้อมกันนี้จะได้มีหนังสือเชิญชวนชาวลำปางให้มีส่วนร่วมในการผลักดันในเรื่องนี้ด้วย
           
ด้านน.ส.ดวงพร เกียรติดำรง  นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ  หัวหน้าสวนรุกขชาติดอยพระบาท  กล่าวว่า  ผืนป่าดอยพระบาทมีเนื้อที่ประมาณ 99,000 ไร่ หรือ 144 ตารางกิโลเมตร  ครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอ คือ อ.เมือง อ.แม่เมาะ และ อ.แม่ทะ   ตามหลักสากลแล้วการจะจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติจะต้องมีเนื้อที่ไม่ตำกว่า 10 ตารางกิโลเมตร หลักเกณฑ์คือ นำเสนอความโดดเด่นในพื้นที่ เช่น น้ำตก หน้าผา  น้ำพุ ภูเขาไฟ เป็นต้น   ซึ่งเรื่องการผลักดันให้ดอยพระบาทเป็นอุทยานแห่งชาตินั้นได้เริ่มมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อปี 2536 สมัยผู้ว่าฯ สหัส พินธุเสนีย์ แต่ไม่มีการออกมาผลักดันอย่างจริงจังเรื่องจึงตกไป และได้มาเริ่มเดินหน้ากันอีกครั้งในปี 2559
           
สำหรับความโดดเด่นของดอยพระบาท จากข้อมูลที่ศึกษาในเบื้องต้นพบว่าในพื้นที่ของ อ.เมือง มีภูเขาไฟ หรือที่เรียกว่าดอยผาคอกหินฟู และมีน้ำตกเล็กๆอีกหลายแห่ง นอกจากนั้นยังมีดอยฝรั่ง ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ของสงครามโลกครั้งที่ 2  มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ
           
น.ส.ดวงพร กล่าวอีกว่า ขั้นการขอจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ มีอยู่ 14 ขั้นตอน ซึ่งขั้นตอนคร่าวๆ จะต้องมีการเสนอความต้องการไปยังสำนักงานป่าไม้ในจังหวัด เพื่อส่งเจ้าหน้าที่เข้ารวบรวมข้อมูลส่งไปยังกรมป่าไม้ และจะต้องประชุมชุมชนที่อยู่รอบข้างว่าเห็นชอบหรือไม่ หากยินยอมต้องส่งเรื่องต่อไปยังกรมอุทยานเพื่อรวบรวมรายงานทั้งหมด นำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติ จากนั้นก็จะส่งต่อให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวลงพระปรมาภิไธย ซึ่งการดำเนินการจะช้าหรือเร็วนั้นขึ้นอยู่กับว่าจะมีการร้องคัดค้านหรือไม่  เช่น กรณีของถ้ำผาไท ได้ดำเนินการจัดตั้งมาตั้งแต่ปี 2530  แต่ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เนื่องจากติดปัญหาการร้องเรียนเรื่องที่ดินทำกิน  แต่ทางรัฐบาลชุดนี้ได้พยายามเร่งแก้ปัญหาและคาดว่าจะให้ประกาศใช้ได้ในรัฐบาลชุดนี้
           
ข้อดีของการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ คือ สามารถใช้กฎหมายเข้าไปบังคับได้ชัดเจน และจะมีงบประมาณลงมาได้พื้นที่โดยตรง มีการตั้งหน่วยพิทักษ์ป่าในแต่ละจุด ซึ่งจะดูแลป่าได้อย่างทั่วถึง ช่วยให้ลดปัญหาการเกิดไฟป่า การตัดไม้ทำลายป่าลงได้
           
ด้านนายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง กล่าวว่า   เห็นด้วยกับแนวความคิดกับการที่จะผลักดันดอยพระบาท ม่อนพระยาแช่ และบริเวณป่าโซนค่ายประตูผาทำเป็นอุทยานแห่งชาติ ถือว่าผืนป่าดอยพระบาทและม่อนพระยาแช่  เป็นปอดของคนลำปาง ถ้าสามารถทำผืนป่าแห่งนี้เป็นอุทยานแห่งชาติได้ กระบวนการอนุรักษ์ฟื้นฟู และป้องกันการบุกรุกจะทำได้ดีกว่าการปล่อยให้เป็นป่าสงวนหรือวนอุทยาน  ถึงแม้จะไม่ทันในวาระของตนเอง ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่ได้มีการขับเคลื่อนในเรื่องนี้  
           
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.59 ที่ผ่านมา ทางกลุ่มเครือข่ายประชารัฐฯ ยังได้เข้าพบนายภานุเทพ วงศ์วาร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 สาขาลำปาง เพื่อขอคำปรึกษาในเรื่องการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ ซึ่งนายภานุเทพได้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อรักษาผืนป่าของ จ.ลำปาง  โดยทางกลุ่มเครือข่ายประชารัฐฯ ได้เริ่มลงพื้นที่พบปะกับกลุ่มผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านแล้ว

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1083  วันที่ 17 - 23 มิถุนายน 2559)

Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support