วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ผักตบชวา รุกน้ำวัง สนิมเกิดจากเนื้อใน

จำนวนผู้เข้าชม Hit Web Stats

นที่สุดพืชต่างถิ่น ผักตบชวาก็กลับมาเต็มผืนน้ำวัง และคูคลองสาขาอีกครั้ง ความตื่นตัว ได้กลายเป็นไฟไหม้ฟางมอดดับไปแล้ว แต่ใช่ว่ามนุษย์จะเอาชนะธรรมชาติไม่ได้ เพราะหากยังคงร่วมแรงร่วมใจกัน ก็มีพลังเพียงพอที่จะต้านทานทัพผักตบชวาได้
           
ปัญหาไม่ได้เกิดจากการขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วของผักตบชวา แต่เกิดจากสำนึกที่อยู่ในภายในจิตใจของแต่ละคน คล้ายสนิมที่เกิดจากเนื้อในนั่นเอง หาไม่แล้วกระแสรักษ์แม่น้ำวังคงไม่อ่อนแรงเช่นที่เห็นวันนี้
           
กระแสรักษ์แม่น้ำวังเริ่มขึ้นมาได้ราว 3 ปีมาแล้ว จากเริ่มต้นที่ลานนาโพสต์ได้นำเสนอภาพและข่าวสภาพแม่น้ำวังในเขตตัวเมืองลำปางระยะ 5 กิโลเมตรกว่าๆ ที่อยู่ในสภาพย่ำแย่ ทั้งเนื่องมาจากฝีมือคนลำปาง และจากภัยสิ่งแวดล้อม
           
หลังจากที่กรมเจ้าท่าได้เข้ามาดำเนินการขุดลอกดูดทรายจากท้องน้ำที่สะสมมานานนับสิบปี ตัดต้นไม้ข้างทางรกชัฏที่มาวันนี้ก็รกเหมือนเดิม ทำให้ดูเหมือนว่างบประมาณหลายล้านบาทถูกนำมาใช้อย่างไม่ยั่งยืนเอาเสียเลย
           
แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะไม่เข้าข้างแม่น้ำวัง  เมื่อเราต้องเผชิญหน้ากับปัญหาภัยแล้ง ฝนตกน้อยกว่า แต่การใช้น้ำดูจะไม่น้อยลงทำให้สองเขื่อนหลังของลำปางต้องเก็บกักน้ำเพื่อการชลประทาน ทำให้น้ำปล่อยเข้าสู่แม่น้ำวังน้อยกว่าหลายปีที่ผ่านมา  แถมยังสองฝั่งแม่น้ำวังในเขตเมืองก็ยังมีการปล่อยน้ำใช้จากครัวเรือน ตลาดสด โรงแรม เกสต์เฮาส์ริมน้ำ  ที่ปล่อยน้ำใช้ลงแม่น้ำวังน้ำตลอดเวลา
           
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเทศบาลนครลำปางที่เคยลั่นวาจาว่าจะจัดการกับร้านค้า ตลาด ที่พัก โรงแรม ที่ไม่บำบัดน้ำก่อนปล่อยลงแม่น้ำ ก็ดูเหมือนจะลืมเลือนวาจาที่เคยลั่นไว้
           
มาวันนี้แม่น้ำวังฟ้องสภาพตัวเองด้วยภาพ น้ำสีคล้ำ กลุ่มกอผักตบชวาลอยเกาะกลุ่มกันเป็นแพหนา
           
ไม่ใช่แค่ แม่น้ำวังกลางเมืองลำปาง แต่แหล่งน้ำลำคลองของไทยหลายแห่งเต็มไปด้วยผักตบชวา ซึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้ผักตบชวาเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วคือ การปล่อยของเสียลงสู่แม่น้ำลำคลองด้วยฝีมือของมนุษย์เอง
           
การที่มีผักตบชวาเต็มผืนน้ำ เรียกว่าปรากฏการณ์ขยายพันธ์อย่างรวดเร็วของพืชน้ำ มีสาเหตุมาจากการที่แหล่งน้ำอุดมไปด้วยธาตุอาหารของพืชน้ำเป็นจำนวนมาก ทั้งสารไนเตรท ฟอสเฟสที่มากับสารเคมีที่เราใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะ ผงซักฟอก ปุ๋ย เมื่อธาตุอาหารในน้ำเยอะก็เกิดการขยายตัวของผักตบชวาได้เป็นอย่างดี จึงเป็นตัวบ่งชี้ได้ว่าสภาพแหล่งน้ำนั้นเกิดการเน่าเสีย
           
เราจึงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการปรากฏตัวของผักตบชวา เป็นตัวชี้วัดได้อย่างชัดเจนว่าน้ำทิ้งที่ปล่อยลงสู่แม่น้ำมีพวกสารซักล้าง ตอกย้ำว่าปัญหาแม่น้ำวังยังไม่ได้รับการเยียวยาเท่าที่ควร ที่ผ่านมายังเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น
           
แม่น้ำวังไม่ได้เป็นของใครเพียงคนใดคนหนึ่ง หากแต่เป็นสมบัติของคนลำปาง
           
วันนี้มีคนลำปางหลายคนได้รวมตัวรวมกลุ่มเป็นรูปธรรมมากกว่าที่จะรวมตัวกันวิพากษ์ผ่านตัวหนังสือแต่ไม่ลงมือทำอะไรเลย มีการรวมตัวผ่านโซเชียลมีเดีย อย่างกลุ่ม เฮาฮักแม่น้ำวัง รวมตัวรวมกลุ่มเพื่อนฝูงเพื่อนนักเรียนมาช่วยกันเก็บกอผักตบชวาในยามที่มีเวลา อนึ่งว่า ใครไม่ทำ...เราทำ
           
เมื่อไหร่จะถึงเวลาที่ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมในการฟื้นแม่น้ำวังให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก หากทุกคนช่วยกันอย่างจริงใจ เหมือนอย่างที่มีการรณรงค์ปลูกป่าที่จังหวัดน่าน
           
ผู้ที่ใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำก็ควรดูแลรับผิดชอบการปล่อยน้ำทิ้ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมายก็ควรจ้องทำหน้าที่อย่างจริงจังกันเสียที
           
จะมัวมาแก้ปัญหาที่ปลายเหตุก็ต้องมาร้องเรียกหางบประมาณ ก็เอางบประมาณไปรื้อๆทุบๆขุดถนนกันมาก็หลายรอบ ปัญหาแม่น้ำวังมันก็คาราคาซังกันอยู่อย่างนั้น
           
ประเทศไทยมีแนวคิดในการจัดการกับผักตบชวามาเป็นเวลานาน มี พ.ร.บ. กำจัดผักตบชวา พ.ศ. 2456 ที่ยังคงมีผลบังคับใช้จนถึงปัจจุบัน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของผักตบชวา ทั้งการขุดลอกคูคลอง จัดเก็บ ทำลายผักตบชวาที่ลอยผ่านบริเวณบ้าน ไม่ให้มีการขยายพันธุ์ แต่เนื่องจากกฎหมายของประเทศไทยไม่มีความเด็ดขาดพอ และอายุกฎหมายแก่คราวรุ่นทวด  เราจึงไม่สามารถจัดการกับวัชพืชชนิดนี้ได้อย่างจริงจัง
           
จึงทำให้เราเห็นภาพแม่น้ำเจ้าพระยาที่ภาคกลาง แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำน้อย กว๊านพะเยา และอีกหลายๆที่มักมีภาพผักตบชวาลอยละล่องไปกับกระแสน้ำ จนเป็นความเคยชินของประชาชนคนไทย
           
แต่หารู้ไหมว่ากอผักตบชวาที่เกาะกลุ่มลอยตัวอยู่ที่ผืนน้ำ มันคือมัจจุราชสีเขียวที่ทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างเงียบๆ กว่าจะรู้ตัวอีกทีผักตบชวาก็เพิ่มจำนวนเต็มผืนน้ำ เมื่อนั้นการแก้ปัญหาก็จะไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป
           
หากจะโทษก็อย่าไปโทษธรรมชาติเลย ต้องโทษที่เราทุกคนที่ไม่เคยสนใจ ซักผ้า ล้างจาน กวาดพื้นตลาด ชะล้างคราบไขมันในตลาดสด ก็ไม่นำน้ำทั้งหลายไปบำบัด แต่ต่อท่อระบายน้ำลงแม่น้ำ เหตุเพราะง่ายดี สะดวกดี
           
หลายคนอาจจะต้องคำถามว่า สมัยก่อนก็ทำแบบนี้ ไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลย
           
ตอบง่ายๆแบบไม่ต้องถามนักวิชาการ ก็น่าจะได้คำตอบที่เราทุกคนก็รู้อยู่แก่ใจแต่ไม่เปิดใจอยากจะคิด นั่นคือ สมัยก่อนนั้นประชากรยังไม่มา บ้านเรือนในเมืองยังไม่หนาแน่น ที่พัก อาพาร์ตเมนท์ เกสต์เฮาส์ริมน้ำยังไม่เยอะ เหมือนอย่างทุกวันนี้ ดังนั้นปริมาณน้ำใช้น้ำทิ้งก็ยังไม่มากเหมือนปัจจุบัน อีกทั้งสิ่งแวดล้อมป่าไม้ซึ่งเป็นแหล่งน้ำถูกทำลาย ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ปริมาณน้ำฝนก็น้อย
           
แบบนี้เราจะโทษใครได้ถ้าไม่ใช่ตัวเรา

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1083  วันที่ 17 - 23 มิถุนายน 2559)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

โครงการปั้นดาว

โครงการปั้นดาว
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์