วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ตัดไม้ท้ายเขื่อน เผาถ่านขาย ยึด400กระสอบ

จำนวนผู้เข้าชม website counter

ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) นำกำลังหลายหน่วยงานเข้าตรวจยึดถ่านไม้เถื่อนกว่า 400 กระสอบ น้ำหนักว่า 7 ตัน  คาดลักลอบตัดไม้และเผาถ่านป่าท้ายเขื่อนกิ่วคอหมา ช่วงน้ำแห้ง
           
เมื่อวันที่ 15 ก.ค.59 นายจเรศักดิ์ นันตะวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง)  นายดนุศักดิ์ หมื่นโฮ้ง หน.สายตรวจปราบปรามว่าด้วยการกระทำผิดป่าไม้ สายที่ 1 พ.ต.ท.สมพงษ์ ตั้งตัว รอง ผกก.สส.สภ.แจ้ห่ม ทหารชุด ชป.ค่ายประตูผา ประจำอำเภอแจ้ห่ม เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปทส.สายที่ 1 ลำปาง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปทส.ภ5 ลำปาง ชป.ปทส.ภ.จว.ลำปาง ตำรวจ สภ.แจ้ห่ม ตำรวจ ตชด.33 เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จ.ลำปาง กำลังหน่วยป้องกันและรักษาป่า ในพื้นที่ อ.แจ้ห่ม กว่า 20 นาย  เข้าตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 128 บ้านแม่ช่อฟ้า ต.แม่สุก อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง หลังรับแจ้งว่ามากรซุกซ่อนถ่านไม้ไว้จำนวนมาก

จากการตรวจสอบพบในบ้านหลังดังกล่าว พบมีการซุกซ่อนถ่านไว้จริงจำนวน 2 จุด โดยจุดแรกเป็นโรงเลี้ยงหมู มีการนำถ่านมาซุกซ่อนไว้ทั้งหมด 242 กระสอบถุงปุ๋ย จุดที่ 2 ที่ลานจอดรถพบอีก 138 กระสอบถุงปุ๋ย เบื้องต้นพบว่าเป็นไม้กระยาเลย ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมดมาเก็บรักษาไว้ที่หน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ ลป.10 (แม่สุก) เพื่อที่จะบันทึกคดี

ส่วนการเข้าตรวจยึดจับกุมครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ ได้รับการแจ้งจากพลเมืองดีว่าพื้นที่ดังกล่าว ได้มีการนำถ่านมาซุกซ่อนไว้จำนวนมาก จึงนำกำลังเข้ามาตรวจสอบและพบว่ามีการกระทำผิด ส่วนเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุรับว่าถ่านทั้งหมดเป็นของตนเอง เนื่องจากว่าตนเองมีอาชีพขายไก่ย่าง ขายส่งในพื้นที่ จ.ลำปาง จ.เชียงราย และจะขายถ่านไปด้วยในตัวเพื่อใช้ในการย่างไก่ โดยได้รับซื้อถ่านมาจากชาวบ้าน เมื่อช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ราคากระสอบละ 120 บาท โดยทราบแต่เพียงว่าไปตัดและเผาถ่านที่ท้ายเขื่อนกิ่วคอหมา ช่วงน้ำแห้งขอด  ซึ่งไม่คิดว่าจะมีความผิด ในเบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาแก่เจ้าของถ่านไม้ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แจ้ห่ม ดำเนินการตามกฎหมายทันที

ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้  พ.ศ.2484   มาตรา 11  ผู้ใดทำไม้ หรือเจาะ หรือสับ หรือเผา หรือทำอันตรายด้วยประการใดๆ แก่ไม้หวงห้าม ต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือได้รับสัมปทานตามความในพระราชบัญญัตินี้ และต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงหรือในการอนุญาต

มาตรา 14  ผู้รับอนุญาตทำไม้ต้องเสียค่าภาคหลวงตามที่กำหนดไว้ ดังต่อไปนี้

(1)  ต้องชำระค่าภาคหลวงล่วงหน้า ต้นหรือท่อนละสองบาท เมื่อรับใบอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ เว้นแต่ในท้องที่ใดที่คณะกรมการจังหวัดได้ประกาศโดยรับอนุมัติจากรัฐมนตรีให้งดเว้นไม่ต้องเรียกเก็บเงินค่าภาคหลวงล่วงหน้าหรือให้ลดอัตราค่าภาคหลวงล่วงหน้าลงจากอัตราที่กำหนดนี้ ก็ให้เป็นไปตามประกาศของคณะกรมการจังหวัดนั้นๆการทำไม้สัก ผู้รับอนุญาตจะต้องชำระค่าภาคหลวงล่วงหน้า ตามอัตราที่คณะกรมการจังหวัดได้ประกาศโดยรับอนุมัติจากรัฐมนตรี หรือตามอัตราที่รัฐมนตรีกำหนดเป็นรายๆ ไป   การทำไม้ฟืน หรือทำไม้เผาถ่าน ไม่ต้องเสียค่าภาคหลวงล่วงหน้า

(2)  ต้องชำระค่าภาคหลวงให้เสร็จสิ้นภายในกำหนดสามสิบวัน นับแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้แจ้งจำนวนค่าภาคหลวงให้ทราบ

ถ้าผู้รับอนุญาตไม่ชำระค่าภาคหลวงให้เสร็จสิ้นภายในกำหนดเวลาดังกล่าวในวรรคก่อน ให้ไม้ ไม้ฟืน ไม้เผาถ่านหรือถ่านนั้นตกเป็นของแผ่นดิน เว้นแต่ผู้รับอนุญาตจะได้รับอนุญาตให้ผัดผ่อนการชำระค่าภาคหลวงต่อไปตามข้อกำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่ได้ชำระเงินค่าภาคหลวงล่วงหน้าไว้ และได้ทำไม้ออกมาแล้วภายในกำหนดอายุใบอนุญาต ก็ให้ไม้ส่วนที่เกินจำนวนจากที่ชำระค่าภาคหลวงล่วงหน้าไว้แล้วตกเป็นของแผ่นดิน

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1088 วันที่ 22 - 28 กรกฎาคม  2559)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support