วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ความตายของทีวีดิจิตอล

จำนวนผู้เข้าชม Hit Web Stats

าดการณ์กันมานานว่า หนังสือพิมพ์กำลังจะตาย แต่เอาเข้าจริงทีวีดิจิตอล ที่วาดฝันกันไว้สวยหรูเมื่อกว่า 2 ปีก่อน กลับตายก่อนและทยอยกันล้มหายตายจากไป ผ่านไปเพียงปีเศษๆ ไทยทีวี และโลก้า ก็โยนผ้ายอมแพ้เป็นเจ้าแรก  เหลือเพียงช่องบันเทิง และช่องที่มีฐานสิ่งพิมพ์แข็งแกร่งที่ยังอยู่รอด

แต่ไม่เกิน 5 ปีจากนี้  24 ช่อง จะเหลือไม่ถึง 10 ช่อง

ความคมชัด ของภาพและเสียงอันเป็นคุณสมบัติที่โดดเด่นของ  การส่งสัญญาณผ่านระบบดิจิตอล มาช้ากว่ากาลเวลา เพราะในโลกที่เทคโนโลยีการสื่อสาร เปลี่ยนแปลง ก้าวหน้านับกันเป็นนาที ผู้คนสามารถเข้าถึงข้อมูล ข่าวสาร สาระบันเทิงในช่องทางที่หลากหลาย โดยไม่ได้อยู่ภายใต้เงื่อนไขของเวลาและสถานที่อีกต่อไป  ทีวีดิจิตอลก็กลายเป็นเพียงช่องทางหนึ่งที่ล้าสมัย และไม่พัฒนา

สมาร์ทโฟน เป็นช่องทางสำคัญ ในการเลือกรับสาร ในมหาสมุทรแห่งข้อมูล ข่าวสาร ทีวีดิจิตอล เป็นเพียงฟองอากาศเล็กๆที่ล่องลอยอย่างไร้จุดหมาย

ทุกวันนี้ คนดูยังไม่เห็นเนื้อหาที่แตกต่างของทีวีดิจิตอล ที่คุยกันคำโตก่อนประมูลคลื่น เพราะสุดท้ายแล้ว เกือบทุกๆช่องก็ทำเหมือนกัน มีเกมโชว์เหมือนกัน มีประกวดร้องเพลงในช่วงก่อนไพรม์ไทม์เหมือนกัน  มีรายการเล่าข่าวเหมือนกัน ผ่านมาระยะหนึ่ง พวกเขาก็พบความจริงว่า เกมโชว์และความบันเทิงนั้นคือเนื้อหาที่ครองใจคนส่วนใหญ่ และพยายามทำให้เหมือนเขา แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะหรือแชร์ส่วนแบ่งบันเทิง จากรายการหรือ ช่องบันเทิงดั้งเดิมที่แข็งแกร่งได้

ความแข็งแกร่งของช่องข่าว ถูกลดทอนด้วยรายการเกมส์โชว์ และบันเทิง ในขณะที่ช่องบันเทิง ก็พยายามสร้าง brand awareness เรื่องข่าว คล้ายให้รู้ว่าไม่ใช่มีเพียงบันเทิงเริงรมย์เท่านั้น หากยังมีความเข้มข้นของข่าวอยู่ด้วย แน่นอนว่าไม่ประสบความสำเร็จมากนัก โดยเฉพาะเมื่อจับดารา เซเลบทั้งหลายมานั่งอ่านข่าว แต่ไม่เข้าใจเรื่องข่าว

แต่เมื่อความคาดหวังของผู้บริโภคข่าวสารอยู่ที่เกมส์โชว์ และความบันเทิง เรื่องข่าวก็เป็นมูลค่าเพิ่มสำหรับเขา มีก็ได้ ไม่มีก็ไม่เป็นไร เพราะรอบตัววันนี้ก็ท่วมท้นไปด้วยข้อมูล ข่าวสารที่วิ่งมาชนตัวเราตลอดเวลาอยู่แล้ว

ดังนั้น จึงไม่แปลก ที่ผลประกอบการกลุ่มทีวีดิจิตอล ที่อยู่ในตลาดหุ้น ไตรมาสแรกปีนี้ ขาดทุนกันโดยทั่วหน้า โดยเฉพาะช่องข่าวที่เคยฝันว่าจะเป็นเบอร์หนึ่งในวงการ  เหลือเพียงช่อง 3 เวิร์คพอยด์ และอาร์เอสเท่านั้น ทียังมีกำไรต่อเนื่อง  ส่วนทีวีดิจิตอลในกลุ่มสื่อยักษ์ใหญ่ ไทยรัฐ และเดลินิวส์ ไม่มีข้อมูล

ความล่มสลายขององค์กร แยกไม่ออกจากตัวคน เมื่อ กสทช.ตีธงเขียว ให้สัญญาณเริ่มแข่งขัน เมื่อเดือนเมษายน 2557  ปรากฏการณ์ “มนุษย์ทองคำ” ย้ายค่าย ตั้งราคาต่อรอง ก็คึกคักยิ่ง เพราะในขณะเริ่มต้นทีวีดิจิตอลนั้น  คนข่าวระดับชำนาญการที่สามารถเริ่มต้นงานได้มีน้อยอย่างยิ่ง ไม่แตกต่างไปจากปรากฏการณ์มนุษย์ทองคำช่วงก่อนหน้าปี 2540 ที่คนข่าวหนังสือพิมพ์จำนวนไม่น้อยถูกซื้อตัว

ยังไม่ต้องกล่าวถึง คนข่าวจำนวนหนึ่งที่ถูกยกขึ้นเป็นระดับชำนาญการ โดยที่อายุราชการยังน้อย ความสามารถไม่ถึง ความรู้เรื่องข่าวมีปัญหา ความสำนึกเรื่องจริยธรรมต่ำ แต่กว่าจะรู้ความจริงก็สายเกิน

ความจริงที่ทีวีดิจิตอล มิใช่สิ่งที่สังคมนี้ต้องการ บวกกับคุณภาพคนข่าวที่ทำได้ “ไม่ถึง” ไม่สามารถแสดงความคิดเชิงสร้างสรรค์ให้เห็นความแตกต่างชัดเจน ไม่มีคุณภาพ ไม่มีความรับผิดชอบ พร้อมๆกับความตายของไทยทีวี และโลก้า  โพสต์ทีวี ที่ตั้งใจจะสานฝันกับไทยทีวี ก็ต้องปลดคนงานออกจำนวนมาก

ตามมาด้วยวอยซ์ทีวี และสปริงนิวส์ ด้วยเหตุผลปรับโครงสร้างองค์กร เพื่อให้ขนาดของคนมีความกะทัดรัด คล่องตัวในการทำงาน

ไม่เกินสิ้นปีนี้ จะเห็นการล่มสลายขององค์กรสื่อ การปลดคนงานในอุตสาหกรรมทีวีดิจิตอล ตามมาอีกหลายระลอก 

ถึงแม้ว่า ยังไม่สิ้นสงครามยังไม่ควรนับศพทหาร แต่กว่าจะได้นับศพ สื่อทีวีดิจิตอลคงราพณาสูรแล้ว

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1088 วันที่ 22 - 28 กรกฎาคม  2559)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support