วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

น้ำจางแม่ทะวิกฤต ปลาใหญ่ตายเกลื่อน

จำนวนผู้เข้าชม Hit Web Stats

ฝูงปลาไซด์ใหญ่ย้ำหนักไม่ต่ำ 3 กิโลกรัมขึ้นไป นับพันตัวน็อคน้ำ ฝายกั้นน้ำจาง บ้านน้ำโท้ง หมู่ 1 ต.นาครัว อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ตายขึ้นอืดส่งกลิ่นไปทั่ว ขณะที่สายน้ำมีสีเขียวขุ่น ส่งกลิ่นเหม็นเหมือนไข่เน่า

เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 59 ทางผู้สื่อข่าวได้รับแจ้ง จากชาวบ้านในพื้นที่ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ว่า ที่บริเวณ จุดอนุรักษ์พันธ์สัตว์น้ำ เขตอภัยทาน ท้ายฝ้ายกั้นน้ำบ้านน้ำโท้ง หมู่ 1 ต.นาครัว อ.แม่ทะ จ.ลำปาง มีปลาขนาดใหญ่ลอยตายจำนวนมาก พร้อมส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วท้องน้ำ เมื่อไปตรวจสอบในพื้นที่ดังกล่าว พบว่าที่บริเวณฝายกั้นน้ำจาง หรือฝายบ้านน้ำโท้ง มีระดับน้ำเพิ่มมากขึ้นและไหลล้นฝายอย่างต่อเนื่อง

  ขณะเดียวกันพบว่า น้ำมีสีออกเขียวขุ่น มีฟอง และบริเวณฝายมีคราบสีขาวจับตัวเป็นทางยาวทั่วฝายตรงจุดที่น้ำไหลผ่าน นอกจากนี้เมื่อเข้าไปใกล้ตรงจุดที่น้ำไหลลงหน้าฝายนั้น น้ำยังส่งกลิ่นเหม็น คล้ายๆกลิ่นกำมะถัน กลิ่นก๊าซไข่เน่า เหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ และมีซากปลาหลากหลายชนิดลอยตายอยู่บ้าง ส่วนบริเวณท้ายฝายซึ่งเป็นจุดกักเก็บน้ำ สภาพมีแต่วัชพืชจอกแหนเต็มพื้นที่ มีซากปลาขนาดใหญ่ลอยตายจำนวนมาก ส่งกลิ่นเหม็นเน่าไปทั่วเช่นกัน จะเห็นเป็นสีขาวๆกระจายอยู่ไปทั่วบริเวณ  เบื้องต้นพบปลาที่ตายนั้นเป็นปลาตะเพียน ปลายี่สก ปลาบึก ปลานวลจัน และปลาเกล็ดชนิดต่างๆ น้ำหนักแต่ละตัวไม่ต่ำกว่า 3 กิโลกรัม  เพราะพื้นที่ดังกล่าว ที่ผ่านมา เป็นจุดที่ทางวัดและชุมชนแห่งนี้ ได้แบ่งอาณาเขต จุดติดกับวัดน้ำโท้งให้เป็นเขตอภัยทานและจุดอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ ทำให้มีปลาขนาดใหญ่อาศัยเป็นจำนวนมาก และเมื่อเกิดปรากฏการณ์ปลาน็อคน้ำครั้งนี้ จึงทำให้ปลาขนาดใหญ่และเล็กต่างลอยหัวขึ้นผิวน้ำ  ชาวบ้านต่างแห่แหนมาจับไปขายและประกอบอาหารไปเป็นจำนวนมาก  ส่วนที่เหลือที่จับไม่ได้ก็ลอยตายส่งกลิ่นเหม็นเน่าไปทั่ว
           
นายอำพล สายก้อน ราษฎรบ้านน้ำโท้ง หมู่ 1 ต.นาครัว  ที่มีบ้านติดกับจุดเกิดเหตุ เล่าว่า เหตุการณ์ปลาน็อคน้ำเกิดขึ้นมาแล้ว ตั้งแต่วันที่ 5  ก.ค.59 ที่ผ่านมา  ในพื้นที่มีฝนตกลงมาแต่ไม่มากน้ำ น้ำเพิ่มปริมาณขึ้นนิดหน่อย แต่ที่ผ่านมาน้ำนิ่งไม่มีการไหล เพราะทางแม่เมาะก็ไม่ได้ปล่อยน้ำมาให้ เนื่องจากไม่มีน้ำเช่นกัน  เมื่อฝนตกลงมาก็ส่งผลดีแก่เกษตรกรทำนาข้าว แต่ทว่า ส่งผลทำให้ปลาน้อยใหญ่ลอยตัวขึ้นมาผิวน้ำและชาวบ้านต่างแห่แหนกันไปจับมาขายและปรุงเป็นอาหารจำนวนมาก ส่วนทีเหลือที่จับไม่ได้ผ่านมา 3 วันแล้ว จนปลาได้เน่าลอยขึ้นมา ก่อนหน้านี้ก็มีปลาบึกตัวขนาดใหญ่ พยายามที่จะขึ้นมาเหนือน้ำ ตนเห็นจึงได้จับไปปล่อยไว้ในบ่อในสวนได้หลายตัว เพื่อจะช่วยชีวิตปลาเหล่านี้ เพราะเห็นแล้วก็เกิดความสงสาร  และบางส่วนก็จะขอซื้อปลาที่ชาวบ้านจับได้ที่ยังไม่ตาย เอาไปปล่อยเลี้ยงไว้ในบ่อด้วย   ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายที่ปลาที่ได้อนุรักษ์คาดว่าน่าจะตายเกือบทั้งหมด และเกรงว่าน้ำเสียเหล่านี้จะส่งผลกระทบไปยังท้ายน้ำต่อไปเรื่อยๆ
           
ด้านนายธวัช แก้วเกิด นายกเทศมนตรีตำบลนาครัว กล่าวว่า ปัญหาการที่ปลาน็อคน้ำเกิดจากในน้ำมีวัชพืชปกคลุมจำนวนมาก และออกซิเจนมีน้อย เมื่อมีฝนตกลงมา น้ำเก่ากับน้ำใหม่มาเจอกันก็ทำให้ปลาปรับตัวไม่ทันจึงได้ลอยขึ้นมาจำนวนมาก ในตอนแรกที่ปลายังไม่ตายก็มีชาวบ้านมาเก็บไปขายกันจำนวนมาก บางคนขายได้เงินถึงหมื่นบาทเพราะปลาแต่ละตัวมีขนาดใหญ่ บางตัวหนักถึง 10 กิโลกรัม  หลังทราบเรื่องก็ได้ประสานทางประมงอำเภอเข้าไปตรวจสอบแล้ว ก็พบว่าปลาที่ยังไม่ตายสามารถนำไปรับประทานได้ไม่เป็นอันตรายอะไร แต่แนะนำให้ปรุงสุก   ส่วนปลาที่ตายก็ไม่ควรจะนำไปรับประทาน
           
นายธวัช กล่าวอีกว่า  สำหรับซากปลาที่ยังลอยเหลืออยู่ภายในอ่าง คาดว่าในช่วงแรกคงจมลงไปอยู่ใต้น้ำ พอผ่านไปได้ 3 วันจึงลอยอืดขึ้นมาอยู่บนผิวน้ำ ตนจะได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยนำเรือเข้าไปเก็บซากปลาเหล่านี้ออกมาทำลาย เพื่อไม่ให้เกิดการเน่าเสีย
           
แม่น้ำจางในเขต อ.แม่ทะ ได้ประสบปัญหาวัชพืช จอกหูหนู มาแล้วประมาณ 3 ปี  คาดว่าจะเป็นปัญหาหนึ่งที่ก่อเหตุเกิดเหตุการณ์ปลาน็อคน้ำลอยหัวขึ้นมาตายจำนวนมาก  นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านในพื้นที่บางรายระบุว่า ได้มีการปล่อยน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ท้ายน้ำ ทำให้น้ำเกิดเสียมากยิ่งขึ้น จนเป็นเหตุให้ปลาตายดังกล่าว

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1086 วันที่ 8 - 14 กรกฎาคม  2559)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support