วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ยึดคืนพันไร่ รุกป่าลำปาง ปลูกข้าวโพด

จำนวนผู้เข้าชม http://www.hitwebcounter.com/

ทสจ.ลำปางเผยในรอบ 9 เดือนยึดคืนผืนป่า 1,269 ไร่   จังหวัดตั้งคณะทำงาน 11 อำเภอ เริ่มดำเนินการเชิงรุกยึดคืนพื้นที่ป่าต่อเนื่อง   ล่าสุด ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ นำทีมยึดคืนผืนป่าเขต อ.แจ้ห่มอีกกว่า 100 ไร่ หลังพบถูกบุกรุกแผ้วถางปลูกข้าวโพดเป็นบริเวณกว้าง  
           
จังหวัดลำปางซึ่งมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของภาคเหนือ ส่วนใหญ่เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร มีป่าติดกับจังหวัดข้างเคียง จึงมีทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย แต่ปัจจุบันพื้นที่ป่าของ จ.ลำปางลดลงอย่างเนื่อง  จากสาเหตุหลายปัจจัย
           
นายเมืองแมน เกิดนานา ผอ.สำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า
ปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้มีการทำลายป่าไม้และบุกรุกป่าโดยผิดกฎหมาย เนื่องมาจากนโยบายของรัฐบาลบางประการ เช่นการนำพื้นที่ป่าไม้มาปฏิรูปเป็นพื้นที่การเกษตร ส่งเสริมการปลูกยางพารา  จนนำไปสู่การทำกิน การเปลี่ยนมือครอบครอง  ไปถึงการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินในเขตป่า   นอกจากนั้นยังมีการขยายการครอบครองพื้นที่ของกลุ่มทุนเพื่อทำการเกษตรในเชิงธุรกิจ   ส่วนการลักลอบตัดไม้อยู่ในขั้นวิกฤตและมีการกระทำเป็นกระบวนการใหญ่ โดยเฉพาะการตัดไม้พะยูงเพื่อส่งขายต่างประเทศ  เมื่อไม้พยุงเหลือน้อยจึงทำให้เกิดการลักลอบตัดไม้ชิงชัน ไม้ประดู่ มาทดแทนมากขึ้นและลุกลามมาภาคเหนือ   อีกทั้งงบประมาณที่ได้รับจัดสรรไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ  ขาดอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานอย่างเพียงพอ
           
ผอ.สำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม   กล่าวว่า พื้นที่ราษฎรเข้าไปทำกิน ถ้าเป็นพื้นที่ต้นน้ำไม่อนุญาตให้ทำได้ นโยบายของรัฐบาลในขณะนี้ รวมไปถึงนโยบายของจังหวัดเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ในเรื่องของการทวงคืนผืนป่าและจัดการที่ดินทำกินให้กับราษฎร  ตอนนี้ได้มีการสำรวจว่าพื้นที่ตรงไหนที่เหมาะสำหรับที่ดินทำกิน และพื้นที่ตรงไหนที่จะต้องทวงคืนเอามาฟื้นฟูให้กลับเป็นป่า แต่ทั้งนี้ต้องตรวจสอบชัดเจนว่าราษฎรที่เข้าไปทำกินในพื้นที่นั้นเป็นผู้ยากไร้จริงหรือไม่   ส่วนที่ดินของ สปก. ทาง คสช.ได้ออกประกาศมาในเรื่องของพื้นที่ สปก.ที่จัดสรรให้กับราษฎรผู้ยากไร้ แต่ได้มีการเปลี่ยนมือผิดเงื่อนไข จึงต้องมีการทวงคืนและจัดให้กับราษฎรที่ไม่มีที่ทำกินจริงๆ
           
การแผ้วถางป่าเพื่อปลูกข้าวโพดและทำไร่เลื่อนลอยบนภูเขา ลำปางยังมีการปล่อยปะละเลยอยู่จำนวนมาก   ใน จ.ลำปางเองพื้นที่ถูกบุกรุกไม่ว่าจะเป็น อ.งาว วังเหนือ  ตอนนี้ทางจังหวัดได้มีการหารือกันแล้ว พร้อมหาข้อมูลว่าพื้นที่ถูกบุกรุกเป็นราษฎรจากไหน เป็นคนในพื้นที่หรือไม่ หรือเป็นนายทุน โดยทำการเช็คจากภาพถ่ายทางอากาศ ตอนนี้เริ่มเข้าดำเนินการในพื้นที่เหล่านี้แล้ว โดยการสนธิกำลังจากทุกฝ่าย 

นายเมืองแมน กล่าวว่า  ทางจังหวัดได้มีการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลายป่าทุกเดือน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าร่วมประชุม รับทราบประเด็นปัญหาการบุกรุกเพื่อนำไปแก้ไข  ซึ่งในรอบ 9 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.58  ถึงวันที่ 30 มิ.ย.59  ได้มีการสรุปผลการจัดกุมคดีตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ ในความรับผิดชอบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของ จ.ลำปาง  แยกเป็นคดีลักลอบตัดไม้ จำนวน 244 คดี  ได้ทำการตรวจยึดไม้สักท่อนทั้งหมด 1,275 ท่อน  ไม้สักแปรรูป 3,260 แผ่น  ไม้กระยาเลยท่อน 1,141 ท่อน และไม้กระยาเลยแปรรูป 9,217 แผ่น   ส่วนคดีบุกรุกแผ้วถางป่า จำนวน 110 คดี  ทำการตรวจยึดจำนวน 1,269 ไร่ 3 งาน 64 ตารางวา   สำหรับคดีทั้งหมดสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 49 ราย อุปกรณ์การกระทำผิด 25 รายการ จำนวน 251 ชิ้น   อำเภอที่จับกุมได้สูงสุด คือ อ.งาว  105 คดี  อ.เถิน 49 คดี  อ.แจ้ห่ม 34 คดี  อ.วังเหนือ 32 คดี และ อ.เมืองลำปาง 25 คดี
           
นายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง  กล่าวเพิ่มเติมว่า  จังหวัดได้มีการตั้งคณะทำงานทวงคืนผืนป่าขึ้นมาทั้งหมด 11 ชุด กระจายใน 11 อำเภอ โดยมีนายอำเภอเป็นหัวหน้าคณะ  และมีหน่วยป่าไม้ในพื้นที่เป็นเลขาฯ โดยจะมีการเรียกประชุมคณะทำงาน เพื่อรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการให้ทราบเป็นระยะ
           
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานได้สนธิกำลังกันเข้าตรวจสอบพื้นที่บุกรุกแผ้วถางป่า เพื่อทวงคืนผืนป่าอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 27 ก.ค. 59 ที่ผ่านมา   นายจเรศักดิ์ นันตะวงษ์  ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง)  ร่วมกับเจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ปทส.  สายตรวจ จว.ลำปาง สายที่ 1 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชป.ศปทส.กก.สส.ภ.จว.ลำปาง  เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลป. 10(แม่สุก) เจ้าหน้าที่ตำรวจ  ศปทส.ภ.5 เจ้าหน้าที่ กก.ตชด.33 เชียงใหม่   ทหาร ร้อย ฝรพ.3  แจ้ห่ม  เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แจ้ห่ม   ได้ร่วมกันเข้าตรวจยึดพื้นที่ป่าถูกบุกรุกแผ้วถาง จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 108 ไร่  คิดเป็นมูลค่าความเสียหายของรัฐ 7,373,103 บาท 

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันออกตรวจสอบปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ตามคำสั่งของผู้อำนวยการจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง)  ซึ่งได้สั่งการให้หน่วยงานป้องกันรักษาป่าทุกหน่วยฯ ตรวจสอบพื้นที่ตามแผนที่ที่กรมป่าไม้ให้สำรวจตรวจสอบ และดำเนินการในปี 2557-2558  เมื่อตรวจมาถึงบริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนวังแปลงที่ 1  เขตบ้านห้วยวาด หมู่ 1 ต.ทุ่งผึ้ง อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง  พบพื้นที่ป่าถูกบุกรุกเป็นบริเวณกว้าง 1 จุด   สภาพพื้นที่โดยทั่วไปเป็นการถูกบุกรุกใหม่ และปลูกข้าวโพด  ขณะเข้าตรวจสอบไม่พบบุคคลใดอยู่ภายในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียง  เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันพิจารณาเห็นว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้  จึงได้ทำการตรวจวัดพื้นที่รอบแปลงโดยใช้เครื่องมือหาพิกัดด้วยสัญญาณดาวเทียม หรือ จีพีเอส  รวมจำนวน 6 จุด  รวมพื้นที่บุกรุกทั้งหมด 108ไร่ 16 ตารางวา  คิดค่าเสียหายของรัฐเป็นเงิน 7,373,103 บาท  เจ้าหน้าที่จึงได้จดบันทึก นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แจ้ห่ม ดำเนินคดีตามกฎหมาย   

และก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่  25 ก.ค. 59  เวลา 15.30 น.  เจ้าหน้าที่ชุดเดียวกัน ร่วมกับ เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลป. 11 (ร่องเคาะ)  เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ร่องเคาะ  เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จว.ลำปาง  เจ้าหน้าที่ตำรวจ  ศปทส.ภ.5   และเจ้าหน้าที่ ทหาร กกล.รส.มทบ.32  ประมาณ 20 นาย  ร่วมกันเข้าตรวจสอบพื้นที่ป่า บริเวณหลังหมู่บ้านผาช่อ หมู่ 1 ต.ร่องเคาะ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง  หลังจากได้รับร้องเรียนว่ามีการเข้าไปบุกรุกแผ้วถางป่าในพื้นที่ดังกล่าวเป็นบริเวณกว้าง  
           
จากการเข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบรถแทรกเตอร์กำลังทำการไถพื้นที่อยู่ จึงได้เข้าสอบถาม และทำการตรวจวัดพิกัดตามจีพีเอส  พิกัด 47 Q 0565041E  UTM  2091139ระบุว่าพื้นที่ดังกล่าว  อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนวังแปลง 1 ซึ่งถูกบุกรุกแผ้วถางรวมเนื้อที่กว่า 10 ไร่  คิดเป็นมูลค่าความเสียหายของรัฐ 717,810  บาท  จึงได้ยึดรถแทรกเตอร์ ยี่ห้อฟอร์ด รุ่น 6610 สีน้ำเงิน  พร้อมควบคุมตัวคนขับรถมาทำการสอบสวน  ทราบชื่อต่อมาคือ  นายอนันท์  ตั้งทีวีเกียรติ  เป็นเจ้าของรถแทรกเตอร์ ราษฎรบ้านผาช่อ หมู่ 1 ต.ร่องเคาะ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาว่ากระทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 54 ประกอบ มาตรา 72 ตรี ฐาน ก่อสร้าง แผ้วถางหรือกระทำด้วยประการใดๆอันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต  , ประมวลกฎหมายที่ดิน 2497  มาตรา 9 ประกอบมาตรา 108 ทวิ  ฐาน ยึดถือ ครอบครอง รวมตลอดถึงการก่นสร้าง หรือเผาป่า ทำด้วยประการใดให้เป็นการทำลาย หรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดิน  ที่หิน ที่กรวด หรือที่ทราย หรือทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดอันเป็นอันตรายแก่ทรัพยากรในที่ดินโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่”  , พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ  พ.ศ. 2507 แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2559 ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2559  เป็นปีที่ 71 ในรัชกาลปัจจุบัน    มาตรา 14 ประกอบ  มาตรา 31 ฐาน ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ยึดถือ ครอบครอง ทำประโยชน์  หรืออยู่อาศัยในที่ดิน  ก่อสร้าง  แผ้วถาง  เผาป่า ทำไม้ เก็บหาของป่า  หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ก่อนนำตัวส่ง  ร.ต.อ.เชิด  เสียงอ่อน   พนักงานสอบสวนเวร สภ.ร่องเคาะ  ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1089  วันที่ 29 กรกฎาคม  - 4 สิงหาคม 2559)
Share:

1 ความคิดเห็น:

  1. ยึดคืนแผ่นดินเพิ่มป่าต้นน้ำครับเห็นด้วยอย่างยิ่ง


    ตอบลบ

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support