วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ป่าลำปาง ในวันที่ไร้ผู้ว่าฯสามารถ

จำนวนผู้เข้าชม website counter

คุณสมบัติจำเป็นประการหนึ่ง ของผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง คือความใส่ใจในปัญหาการบุกรุก แผ้วถาง เผาป่า เนื่องเพราะความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าภาคเหนือ และอิทธิพลท้องถิ่น ที่ทำให้การบุกรุกทำลายป่ามีมาอย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่งเมื่อทหารเข้ายึดอำนาจ และประกาศนโยบายจัดการผู้รุกป่าอย่างเด็ดขาด
           
แต่การเอาจริงเอาจัง กลับไปอยู่ที่ภาคอีสาน แหล่งท่องเที่ยว หรือการจัดการกับการรุกป่าที่อยู่ในกระแส เช่น ที่ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์ ศูนย์ปฏิบัติธรรม เวิร์ลพีซวัลเลย์ เขาใหญ่  เครือข่ายวัดพระธรรมกาย ทั้งที่คุณค่าของความเป็นป่า จะอยู่ ณ จุดไหนของประเทศก็ไม่แตกต่างกัน
           
โชคดีที่คุณสมบัติของ นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งจะอยู่ในราชการไม่นานเดือนจากนี้ เหมาะสมในการที่จะเป็นผู้ว่าราชการในภาคเหนือ ประการหนึ่งคือการรู้พื้นที่ในฐานะที่เคยดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดมาก่อน ประการหนึ่งคือการเอาจริง เอาจังกับผู้ที่บุกรุกทำลายป่า โดยไม่หวั่นเกรงอิทธิพลใด
           
ปฏิบัติการล่าสุด เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เป็นตัวอย่างหนึ่ง
           
นายสามารถ ลอยฟ้า ได้มอบหมายให้ชุดปฏิบัติการ ททท.ซึ่งไม่ใช่การท่องเที่ยว แต่เป็นการทำทันที นำโดยนายธนารัตน์ สายเทพ ป้องกันจังหวัดลำปาง และ อส.ชุดเฉพาะกิจ บก.อส.จ.ลป.ประสานนายอำเภอแม่พริก และนายธนากร จินจำ ป้องกันอำเภอแม่พริก สนธิกำลัง ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ หน.หน่วยป้องกันและรักษาป่าไม้ (ลป.ที่1) และ อส.อ.แม่พริก ร่วม 20 นาย เข้าตรวจสอบพื้นที่บ้านปางยาว ม.8 ต.แม่พริก อ.แม่พริก
           
ผลการเข้าตรวจสอบบ้านไม่มีเลขที่ ณ บ้านปางยาว ม. 8 ต.แม่พริก อ.แม่พริก พบบ้านไม้ 2 ชั้น มีการตีแปะไม้ลักษณะใหม่สด 2 ชั้น ไว้บริเวณฝาผนังทั้ง 4 ด้าน มีการอ้างว่า เป็นบ้านที่สร้างไม่เสร็จมาหลายปี แต่ข้อเท็จจริง พบว่ามีการแอบเก็บไม้ เพื่ออำพรางเจ้าหน้าที่ว่า เป็นสิ่งปลูกสร้าง เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไม้ทั้งหมด 249 แผ่น และส่งมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ดำเนินการสืบสวนสอบสวนในส่วนที่เกี่ยวข้อง
           
หลังจากนั้นได้เข้าตรวจสอบพื้นที่กรณีที่มีการร้องเรียนว่าอดีตข้าราชการครูรายหนึ่ง เข้าไปบุกรุกพื้นที่ป่า ซึ่งพบว่า มีการแผ้วถาง และบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ในพื้นที่บ้านห้วยไร่ ม.4 ต.ผาปัง อ.แม่พริก โดยการปรับพื้นที่ ตัดไม้หวงห้ามจำนวนมาก และใช้พื้นที่ป่าสงวนเพื่อประโยชน์ส่วนตน จำนวน 8 ไร่ 1 งาน 68 ตารางวา นอกจากนี้ยังพบว่า ได้มีการเตรียมจัดทำรั้วกั้นแนวเขตโดยรอบ ด้วยการนำเสาปูนมาเตรียมไว้ในที่ดินแปลงดังกล่าว แล้วจำนวน 84 ต้น
           
เจ้าหน้าที่ได้บันทึกตรวจยึดเสาปูน และแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาผู้กระทำผิดในการบุกรุกที่ดินเขตป่าสงวนดังกล่าวมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป 
           
แต่พื้นที่ที่วิกฤติที่สุดของลำปาง คือในเขตอำเภองาว และวังเหนือ การบุกรุกขยายขอบเขตไปจนประเมินไม่ได้ ในเขตรอบอ่างเก็บน้ำกิ่วคอหมา บริเวณอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท ซึ่งการบุกรุกพื้นที่จำนวนไม่น้อย มาจากการส่งเสริมการปลูกพืชเกษตรที่ให้ราคาดี เช่น ข้าวโพด ยางพารา
           
แปลว่า ปัญหาการบุกรุกป่าในพื้นที่จังหวัดลำปาง ซึ่งส่งผลต่อเนื่องมาถึงปัญหาหมอกควัน จากการเผาป่า เช่น การเผาซังข้าวโพดหลังฤดูเก็บเกี่ยว ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องการความเอาจริง เอาจัง ต้องการผู้นำที่มีจิตสำนึกอนุรักษ์ ในการนำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าจัดการต่อไป
           
น่าเสียดายที่ฤดูกาลแห่งการเริ่มต้นเผาป่า ราว 3 4 เดือนจากนี้ จะเป็นเวลาเดียวกับที่ผู้ว่าฯสามารถ ลอยฟ้า เกษียณอายุราชการ
           
อนาคตป่าลำปางจะเป็นอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1086 วันที่ 8 - 14 กรกฎาคม  2559)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support