วันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ม.44 หมอกควันและไร่ข้าวโพด

จำนวนผู้เข้าชม http://www.hitwebcounter.com/htmltutorial.php

ย่างน้อยการมีอยู่ของมาตรา 44 ก็หยุดยั้งการบุกรุกทำลายป่าได้ โดยเฉพาะป่าในภาคเหนือหลายจังหวัดรวมทั้งลำปาง หาไม่แล้วสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์ติดอันดับต้นๆของประเทศไทย วันหนึ่งอาจมีทะเลทรายเข้ามาแทนที่
           
ข้าวโพด ซึ่งเชื่อกันว่าหลายพื้นที่ได้รับการส่งเสริมจากบริษัทเกษตรอุตสาหกรรมที่ทรงอิทธิพลรายใหญ่ของประเทศ ได้พังทลายป่าสมบูรณ์ และถูกแปรสภาพเป็นไร่ข้าวโพด มาตรา 44 และความเอาจริงเอาจังในการรายงานข่าวอย่างต่อเนื่องของ “ลานนาโพสต์” ในที่สุด ก็ได้ส่งผลให้มีการยึดคืนผืนป่า ตลอดระยะเวลาเกือบ 1 ปี พบการรุกป่ากว่าพันไร่แล้ว
           
ข้าวโพด ไร่ข้าวโพด การเผาซังข้าวโพดนี่เอง ที่เป็นต้นเหตุสำคัญให้เกิดปัญหาหมอกควัน
           
ปัญหาหมอกควันในจังหวัดภาคเหนือ เป็นปรากฏการณ์ส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นจากฝีมือมนุษย์ เผาป่า ปลูกข้าวโพด และส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางในทุกปี
           
เมื่อเริ่มเข้าสู่ฤดูแล้ง ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป คนจำนวนมากเจ็บป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจ ตั้งแต่อาการน้อยๆ แสบตา ตาแดง น้ำตาไหล อ่อนแรง ระคายคอ หายใจติดขัด เหนื่อยง่าย และแน่นหน้าอก ไปจนกระทั่งโรคร้าย มะเร็งปอด ซึ่งสถิติผู้ป่วยมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดทั้งประเทศ
           
จากการสืบค้นสาเหตุ การเกิดหมอกควัน พบว่า มาจากไฟป่า ฝุ่นละอองจากถนน การก่อสร้าง เขม่าจากน้ำมันดีเซล โดยเฉพาะไฟป่า ที่มีทั้งข้อสันนิษฐานว่าเกิดจากอากาศแห้งทำให้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นเอง และเกิดจากมนุษย์จงใจเผาป่าเพื่อยึดครองพื้นที่ ทำการเกษตร ปลูกข้าวโพด หรือเปลี่ยนสภาพพื้นที่เพื่อขายต่อให้นายทุน
           
ที่สำคัญซึ่งไม่ค่อยมีคนพูดถึง คือการบุกรุกแผ้วถางป่าทำไร่ข้าวโพด และเผาซังข้าวโพดจนเกิดหมอกควันแผ่ออกไปในวงกว้าง นี่ก็เป็นปัญหาที่มาจากการรุกป่า
           
ในเรื่องการเผาป่า มีการรณรงค์อย่างแข็งขัน ไม่ให้มีการเผาป่า แต่ก็ดูเหมือนไม่ได้ผล มาตรการทางกฎหมายก็เป็นเพียงป้ายติดประกาศไม่ให้เผาป่า การบังคับใช้กฎหมายไม่สามารถป้องกันการเผาป่าได้
           
ปัญหาหมอกควันในภาคเหนือจึงเป็นคล้ายวงจรอุบาทว์ หมุนเวียนเปลี่ยนมาทำร้ายคนในภาคเหนือไม่หยุดหย่อน ประกอบกับสภาพภูมิประเทศ พื้นราบที่มีภูเขาล้อมรอบ สภาพไม่แตกต่างไปจากแอ่งกระทะ ควันพิษจึงอบอวลอยู่ทั่วเมือง กรมควบคุมมลพิษ เคยตรวจวัดคุณภาพอากาศ ใน 9 จังหวัดภาคเหนือ ประกอบด้วย แพร่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน น่าน แม่ฮ่องสอน ตาก พะเยา และลำปาง
           
ผลการตรวจวัด แสดงค่าอากาศจากหมอกควัน ต่ำกว่ามาตรฐาน โดยจังหวัดลำปางเคยปรากฏค่าการตรวจวัดสภาพอากาศที่เกินมาตรฐานสูงสุดถึง 243 ไมโครกรัม ปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องที่จำยอมต้องรับสภาพหรือไม่ นี่เป็นประเด็นสำคัญ
           
การสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่รัฐบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด กับผู้ที่เผาทำลายป่า ด้วยบรรยากาศที่สังคมกำลังเอาจริงเอาจังกับความไม่ถูกต้อง เป็นธรรมทั้งหลายขณะนี้ ซึ่งโดยสภาพบังคับของกฎหมาย อันได้แก่ พระราชบัญญัติป่าไม้ พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พระราชบัญญัติส่งเสริมและคุ้มครองสัตว์ป่า มีโทษจำคุกสูงสุดถึง 7 ปี ถึงกระนั้น เราก็เพิ่งได้รับรู้ว่า เจ้าหน้าที่รัฐได้ใช้กฎหมายเหล่านี้ในตอนที่มี คสช.นี่เอง
           
มีการจับกุม คุมขังผู้ที่บุกรุก และเผาป่า จำนวนหนึ่ง มีการยึดคืนผืนป่าจำนวนมาก  แต่ดูเหมือนยังไม่มีการสืบสาวราวเรื่องว่า เบื้องหลังคนเหล่านั้น คือใคร ก็ไม่แตกต่างไปจากขบวนการค้ายาบ้า พวกปลาซิว ปลาสร้อย หางแถวถูกจับอยู่เนืองๆ แต่ตัวการใหญ่ก็ลอยนวลอยู่ได้ตลอด
           
คนภาคเหนือ คนลำปางจึงต้องเป็นมนุษย์พันธุ์พิเศษ ที่ทนหมอก ทนควัน ทนควันพิษได้ เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูแล้ง เรียกว่าเป็นเมืองในหมอก ทั้งที่ชาวบ้านใกล้โรงไฟฟ้า ที่เคยต้องสูดดมก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ มานานปี คนเมืองที่ต้องอยู่กับหมอกควันนานเดือน
           
การเผาไร่ข้าวโพด  ไม่ใช่ธรรมชาติที่ป้องกันมิได้ เมื่อมนุษย์ไม่ใส่ใจทุกข์ร้อนของมนุษย์ด้วยกัน วงจรชีวิตที่มีหมอกควันเป็นเพื่อนก็จะหมุนเวียนเปลี่ยนมาไม่มีที่สิ้นสุด

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1090 วันที่ 5 - 11 สิงหาคม 2559)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support