วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2559

เขาชื่อ ‘จรัญ’

จำนวนผู้เข้าชม website counter

นทางนักเลง นายจรัญ วงศ์สวัสดิ์ นายกเทศมนตรีตำบลห้างฉัตร ซึ่งถูกศาลพิพากษาจำคุก ฐานกระทำผิดพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น อาจสำคัญผิดว่า เป็นความกล้าหาญในการท้าทายอำนาจศาล อำนาจผู้ว่าฯในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดในเขตพื้นที่
           
หากในความเป็นจริง แม้ยังมีขั้นตอนอุทธรณ์และฏีกาอยู่ แต่ก็ถือว่านายจรัญ วงศ์สวัสดิ์ ไม่สามารถนั่งเก้าอี้บริหารเทศบาลห้างฉัตรอีกต่อไปได้แล้ว ทั้งโดยคำพิพากษา และหนังสือสั่งการของนายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางที่มีไปถึงนายจรัญ
           
แต่....
           
“...ผมมีความเห็นว่าระบบการสั่งการยังไม่ถูกต้องครบถ้วน ยังไม่มีหนังสือคำสั่งให้ออกจากตำแหน่ง แต่ได้รับหนังสือเป็นการแจ้งคำพิพากษาให้ทราบ ไม่ได้ระบุว่าให้พ้นจากตำแหน่งแต่อย่างใด”
           
นายจรัญ ยังยืนกรานที่จะอยู่ในตำแหน่ง โดยช่องทางระเบียบ กฎหมาย ทั้งที่เรื่องนี้ไม่มีประเด็นโต้แย้งเรื่องกฎหมาย ไม่ต้องพูดถึงกฎหมาย ไม่ต้องถกเถียงกันเรื่องกฎหมาย หากมันเป็นจิตสำนึกของนายจรัญในเรื่องจริยธรรม ว่าเขาจะอยู่ในราชการ ที่จะเอางานการ สัญญาผูกพันทั้งหลาย มาเสี่ยงกับอำนาจหน้าที่ที่ไม่มีอยู่แล้ว ซึ่งจะเป็นผลเสียหายในอนาคตหรือไม่ อย่างไร
           
เขาอาสามาทำงานเพื่อชาวบ้าน หรือเพื่อลาภ ยศ สรรเสริญในตำแหน่ง
           
ระหว่างกฎหมายและจริยธรรม นายจรัญเลือกเอาความถูกผิดตามกฎหมาย ไม่เลือกจริยธรรมซึ่งเป็นจิตสำนึกที่ควรมีของผู้บริหารไม่ว่าในระดับใด
           
จริยธรรมและกฎหมาย มีความเหมือนและแตกต่าง เหมือนคือจุดมุ่งหมายที่จะควบคุมพฤติกรรมหรือการกระทำของมนุษย์ เพื่อให้มนุษย์อยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสงบสุข จริยธรรมและกฎหมายมีรากฐานมาจากขนบธรรมเนียม ประเพณี รวมทั้งค่านิยมของสังคม
           
ส่วนความต่าง จริยธรรมเป็นเรื่องการควบคุมพฤติกรรมระดับสูงของมนุษย์ จริยธรรมเน้นพฤติกรรมดีงามสูงสุด ขณะที่กฏหมายเป็นเครื่องมือที่มีจุดมุ่งหมายควบคุมพฤติกรรมขั้นต่ำ แปลว่า ถ้าไม่กลัวกฎหมายก็ทำผิดได้ และยิ่งจะรู้สึกปกติธรรมดาเมื่อทำผิดจริยธรรมด้วย เพราะเรื่องจริยธรรมเป็นเรื่องจิตสำนึกที่ละเอียดอ่อนกว่า
           
นายจรัญทำความผิดตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545  ในการยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้งไม่ถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริง  โดยศาลพิพากษาจำคุก 6 เดือน รอลงอาญา 1 ปี พร้อมสั่งปรับเป็นเงิน 6,000 บาท  และเพิกถอนสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี  มีผลตั้งแต่วันที่ 19 ม.ค.59
           
การยื่นบัญชีรายรับ รายจ่ายในการเลือกตั้ง ก็เป็นการทุจริตชนิดหนึ่ง ทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างคู่แข่งขันได้ แม้จะยังมีสิทธิอุทธรณ์ ฎีกา แต่พยานหลักฐานเท่าที่ปรากฏก็เพียงพอจะเชื่อได้ว่านายจรัญมีมลทิน มัวหมองแล้ว
           
เมื่ออยู่ในตำแหน่งโดยมีมลทิน มัวหมอง ก็นับว่าไม่สง่างาม เป็นการลดทอนเกียรติยศของนักการเมืองท้องถิ่น และสะท้อนให้เห็นเจตนาของนายจรัญที่อาจทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ได้ตำแหน่งมา คล้ายลงทุนสูง จะต้องมีเวลานานพอที่จะถอนทุน
           
นายจรัญจะอยู่ในตำแหน่งต่อไปก็ได้ เพราะโทษจำคุกนั้นรอลงอาญา และก็คงไม่มีใครจะไปลากนายจรัญออกจากตำแหน่ง ถ้าเขาคิดเองไม่ได้ นายจรัญอาจไม่รู้สึกว่าตนเองเสียหาย แต่ประชาคมห้างฉัตรเสียหาย ชาวบ้านเสียหายที่ต้องอยู่ภายใต้การบริหารจัดการท้องถิ่นที่อึมครึมเช่นนี้
           
กฎหมายคุมพฤติกรรมภายนอกของมนุษย์ จริยธรรมคุมพฤติกรรมภายใน ถ้าจิตสำนึกพอมีอยู่ เขาก็จะคิดได้ว่าการกระทำเช่นใดที่ถูก อะไรที่ผิด สังคมห้างฉัตรก็จะต้องแสดงให้เห็นว่าบุคคลเช่นนี้ ไม่ควรคบค้าสมาคม มีปฏิสัมพันธ์ด้วย การลงโทษทางสังคมอย่างรุนแรงเท่านั้น ที่จะหยุดยั้งความดื้อดึงของคนบางคนได้

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1093 วันที่ 26 สิงหาคม - 1 กันยายน 2559)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support