วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2559

ยึดบุหรี่เถื่อนเพียบ เจอปรับหนัก2แสน

จำนวนผู้เข้าชม website counter

สรรพมิตรจับบุหรี่ปลอมทำตามหน้าที่ กรณีถูกร้องเรียนได้ตั้งกรรมการสอบสวนแล้ว ระบุอาจเป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน ยันมีการอบรมและแจ้งเจ้าหน้าที่ทุกครั้งก่อนปฏิบัติหน้าที่  ส่วนการมีบุหรี่หรือสุราปลอมไว้ในครอบครองและจำหน่าย มีโทษหนักต้องปรับ 10-15 เท่า เป็นเงินหลักหลายแสนจริง   
           
จากที่มีนางนางสีออน มะโนวงค์ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 118 หมู่ 9 ต.แม่ปะ อ.เถิน จ.ลำปาง ซึ่งเป็นเจ้าของร้านขายของชำ ตั้งอยู่ที่บ้านผาลาด หมู่ 4 ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง เข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดลำปาง ถูกเจ้าหน้าที่สรรพสามิตจำนวน 4 คนเข้าตรวจค้นภายในร้านจนถูกจับกุมบุหรี่ปลอมและได้เรียกรับเงินจำนวน 600,000 บาท หลังจากนั้นได้ต่อรองเหลือ 400,000 บาท  แต่ตนเองไม่มีเงินที่จะเสียค่าปรับจึงได้โทรมาที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดลำปางเพื่อขอคำปรึกษา จากนั้นก็ได้มีสายโทรศัพท์เข้าไปยังเจ้าหน้าที่สรรพสามิตที่มาจับกุมถามว่าทำไมไม่รีบนำตัวผู้ต้องหาเปรียบเทียบปรับที่สำนักงาน เจ้าหน้าที่ถึงได้นำตัวตนเองไปเปรียบเทียบปรับที่สำนักงานเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 212,850 บาท  จึงเห็นว่าการกระทำดังกล่าวของเจ้าหน้าที่เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่
           
ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามไปยัง นางอัญชลี ชลังสุทธิ์ สรรสามิตพื้นที่ลำปาง ได้รับการเปิดเผยว่า การตรวจและจับกุมครั้งนี้ เนื่องจากทราบว่ามีบุหรี่ปลอมได้ระบาดในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น จ.เชียงใหม่ จ.พะเยา  หลังจากมีการอบรมวิธีการตรวจสอบบุหรี่ปลอม ก็ได้สั่งการให้สายตรวจออกตรวจตามร้านค้าต่างๆ ทั้งเรื่องของสุราและยาสูบ  จากการสอบถามเหตุการณ์ในวันดังกล่าว ก็ได้รับทราบว่าร้านค้าได้มีการนำบุหรี่ปลอมมาจำหน่าย ทางเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้ และต้องนำของกลางมาพิสูจน์ที่สำนักงานสรรพสามิตฯ ให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์ได้ดูอีกครั้ง และทำการบันทึกตามขั้นตอน หากผู้ต้องหายินยอมที่จะเปรียบเทียบปรับก็ดำเนินการ  แต่หากไม่ยินยอมก็ต้องส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินการต่อไป  ซึ่งเจ้าของร้านรายนี้ได้มีการเปรียบเทียบปรับตามจำนวนของกลางที่มีอยู่เรียบร้อยแล้ว  แต่ประเด็นที่เจ้าของร้านได้ร้องเรียนนั้น ได้ให้ทางเจ้าหน้าที่สายตรวจชุดที่เข้าจับกุมทำบันทึกชี้แจงข้อเท็จจริงมาให้ทราบ และตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงด้วย
           
สำหรับบุหรี่ที่จับกุมได้นั้น เป็นบุหรี่ที่ทำเลียนแบบไม่ได้ผลิตจากโรงงานยาสูบที่ถูกต้องตามกฎหมาย เราได้พยายามที่จะสืบหาโรงงานผลิต แต่ทางผู้รับซื้อมาก็บอกเพียงว่ามีคนนำมาส่งให้เท่านั้น จึงยังไม่ถึงต้นตอที่แท้จริง

สรรพสามิตฯ ได้กล่าวถึงเรื่องเจ้าหน้าที่เรียกรับเงินว่า  ตนได้สอบถามเบื้องต้นไปยังเจ้าหน้าที่ ซึ่งได้ให้ข้อมูลว่าเป็นการชี้แจงถึงข้อกฎหมายว่าโทษที่มีข้อหาไว้ในครอบครองถ้าส่งฟ้องศาลแล้วมีโทษสูงสุดเท่าไร การเปรียบเทียบปรับตามข้อหามีโทษเท่าไร ก็ไม่ทราบว่าทางเจ้าหน้าที่ได้ใช้คำพูดแบบใด แต่ยืนยันว่าการเปรียบเทียบปรับต้องทำตามบทกำหนดโทษและตามของกลางที่มีอยู่  ตามมาตรา 19  ห้ามมิให้ผู้ใดมียาสูบที่มิได้ปิดแสตมป์ยาสูบตาม พ.ร.บ. นี้ ครอบครองเกินกว่า 500 กรัม นอกจากผู้ประกอบการยาสูบ  และมาตรา 49 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 19 หรือ มาตรา 20 ต้องระวางโทษปรับ 10 เท่าของค่าแสตมป์ยาสูบที่จะต้องปิดหรือที่ยังขาดอยู่ และมาตรา 24 กำหนดห้ามมิให้ผู้ใดขายหรือมีไว้เพื่อขายซึ่งยาเส้นหรือยาสูบ ที่มิได้ปิดแสตมป์ยาสูบ ตาม พรบ.ฯ และมาตรา 50 ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 24 ต้องระวางโทษปรับ 15 เท่าของค่าแสตมป์ยาสูบ ที่จะต้องปิดหรือที่ยังขาดอยู่

ด้านนายทรงศักดิ์ ชัชวาล นักวิชาการสรรพามิตชำนาญการ  หัวหน้าฝ่ายปราบปราม กล่าวเพิ่มเติมว่า  กรณีที่เจ้าของร้านขายของชำร้องเรียนว่าโดนกักตัวนาน 8 ชั่วโมงนั้น เจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการควบคุมตัวแต่อย่างใด เจ้าตัวยังคงมีอิสระ ยังขายของหรือทำธุระส่วนตัวได้ตามปกติ  และเจ้าของร้านได้ขอว่าให้รอแฟนหนุ่มกลับมาก่อน พร้อมกับบอกให้เจ้าหน้าที่ว่าให้ไปตรวจสอบร้านใกล้เคียงด้วย  ช่วงระหว่างที่รอแฟนเขามา เจ้าหน้าที่ก็ออกไปตรวจสอบ ไม่ได้นั่งเฝ้าอยู่ที่ร้านตลอดเวลา พอตรวจร้านอื่นเสร็จก็ย้อนกลับมา เพราะต้องนำตัวเขามาเปรียบเทียบปรับ ดังนั้นจึงต้องใช้เวลานานกว่าจะควบคุมตัวมาที่สำนักงานเพื่อทำการเปรียบเทียบปรับ

สำหรับยอดเงินค่าปรับที่เจ้าหน้าที่แจ้งสูงถึง 600,000 บาทนั้น แหล่งข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่อาจจะรวบ 2 ข้อหารวมกัน คือ ข้อหามีไว้ครอบครอง ซึ่งมีโทษปรับถึง 10 เท่าของจำนวนภาษี    และข้อหามีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งมีโทษปรับถึง 15 เท่าของภาษี  แต่กรณีของร้านขายของชำรายนี้ พบบุหรี่ปลอมจำนวน 400 กว่าซอง  ซึ่งเป็นการปรับข้อหามีไว้ครอบครองเท่านั้น จึงมียอดปรับ 212,850 บาท  แต่หากรวมข้อหามีไว้เพื่อจำหน่ายด้วยแล้ว ยอดเงินค่าปรับจะต้องพุ่งสูงถึง 600,000 บาททันที 
           
ทั้งนี้ จากการขยายผล พ.ต.อำนาจ สูงศักดิ์ หัวหน้าชุดปฏิบัติการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดลำปาง และ นายสมบูรณ์ เปียแก้ว เจ้าหน้าที่สรรพสามิตชำนาญงาน สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ลำปาง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ อส. จังหวัดลำปาง  ได้เข้าจับกุมนายจักรกฤษณ์ ฉัตรแก้ว อายุ 34 ปี บ้านเลขที่ 99/1 หมู่ 2 บ้านห้างฉัตรเหนือ ต.ห้างฉัตร อ.ห้างฉัตร  พร้อมของกลางเป็นบุหรี่ปลอมจำนวน 455 ซอง

 นายจักรกฤษณ์ฯ ได้รับสารภาพว่าบุหรี่ดังกล่าวเป็นของตนเองที่ได้นำไปขายให้ร้านค้าต่างๆ ซึ่งรับมาในราคาซองละ 42 บาท และนำไปขายในราคา 45 บาท โดยรับมาจากนายอ้น ซึ่งเป็นเพื่อนรู้จักกัน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะได้ทำการติดตามตัวนายอ้นมาทำการสอบสวนอีกครั้ง โดยจากนั้นก็ได้นำตัวไปเปรียบเทียบปรับตามกฎหมายที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ลำปาง ซึ่งบุหรี่ปลอมดังกล่าวมีโทษปรับตามกฎหมายคิดเป็นมูลค่าจำนวน 225,225 บาท หากไม่จ่ายค่าปรับก็ต้องนำตัวส่งพนักงานสอบสวน และส่งฟ้องศาลต่อไป

สรรสามิตพื้นที่ลำปาง  ยังได้ฝากเตือนถึงเจ้าของร้านค้าต่างๆ ต้องซื้อบุหรี่จากตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตถูกต้องจากโรงงานยาสูบเท่านั้น ซึ่งก็เป็นไปตามเงื่อนด้านหลังของใบอนุญาตจำหน่ายบุหรี่  หากซื้อจากคนที่นำมาขายเป็นคนขายเร่ทั่วไป ก็ต้องขอเอกสารยืนยันจากตัวแทนที่ได้รับอนุญาตจำหน่ายบุหรี่ หรือขอสำเนาบัตรประชาชนไว้ เผื่อมีปัญหาตามมาจะได้ตรวจสอบที่มาที่ไปได้
           
และวิธีการตรวจสอบบุหรี่ปลอมง่ายๆ คือ ใช้ไฟแช็คลนที่แถบสีเทาข้างซองบุหรี่ แถบจะเปลี่ยนเป็นสีขาว หากนำไฟออกแถบจะกลับมาเป็นสีเทาเช่นเดิม และตรวจสอบที่สัญลักษณ์ ตัวอักษร ส  เมื่อส่องด้วยแว่นขยาย หรือแว่นส่องพระ ตัวอักษรจะต้องมีลายหยักรอบๆ หากพบว่าเป็นเส้นตรงเรียบแสดงว่าคือบุหรี่ปลอม ซึ่งอาจจะผลิตไม่ได้มาตรฐาน และมีอันตรายมากกว่าบุหรี่ที่มาจากโรงงานยาสูบ

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1096 วันที่ 16 - 22 กันยายน 2559)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support