วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2559

เล็งปิดทาง ถนนเถื่อน รุกป่า 45 ไร่ ป่าไม้เตรียมฟัน นายทุนล้อมรั้ว

จำนวนผู้เข้าชม website counter

รองอธิบดีกรมทางหลวง รุกตรวจสอบถนนตัดผ่านป่าสงวน เผยงบสร้างประมาณ 45 ล้าน ยันถ้าพบผิดจริงต้องลงโทษและอาจปิดใช้เส้นทาง ขอเวลาตรวจสอบที่มาให้ชัดเจน  เบื้องต้นพบรุกล้ำเขตป่าสงวนประมาณ 4  กม. รวมพื้นที่ 45 ไร่  ส่วนพื้นที่มีการล้อมรั้วโดยรอบอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นพื้นที่ทำกินหลัง มติ ครม.30 มิ.ย.41 หรือไม่   ขณะที่สำนักทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 ยึดพื้นที่รุกป่าใกล้เคียง 13 ไร่ ส่งดำเนินคดีแล้ว

หลังจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ได้รับเรื่องร้องเรียน พบถนนตัดผ่านป่าสงวนเขตอำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง ซึ่งต่อมามีการใช้เครื่องมือตรวจจับพิกัดดาวเทียม GPS และแผนที่ทางอากาศ เปรียบเทียบพบถนนตัดผ่านพื้นที่กลางป่าสงวนแห่งชาติแม่เรียงบางส่วนจริง ระยะทางกว่า 9 ก.ม. ขนาดกว้าง 8 เมตร โดยเป็นการดำเนินงานของทางหลวงชนบท พฤติการณ์น่าสงสัยว่าจะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ผู้บุกรุกป่า บ่ายวันพุธที่ 31 สิงหาคม  ผู้บริหารกรมทางหลวงชนบทและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องจึงได้ลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้อีกครั้ง

นายประศักดิ์ บัณฑุนาค รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท นายอภิชัย ธีระรังสิกุล ผอ.สำนักทางหลวงชนบทที่ 10 และ นายยุทธศักดิ์ ต่อโชติ ผอ.แขวงทางหลวงชนบทลำปาง พ.ท.สุรศักดิ์ สุขแสง ผบ.ร.17 พัน.2 นายจเรศักดิ์ นันตะวงษ์ ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) นายเมืองแมน เกิดนานา  ผอ.สำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง และ ว่าที่ ร.ต.ศตวรรษ บุนนาค นายอำเภอเสริมงาม พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เสริมงาม ได้ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบถนนทางหลวงชนบท ลป.4041  ซึ่งเป็นเส้นทางระหว่างบ้านแม่กึ๊ด หมู่ 1 ต.ทุ่งงาม ไปยังบ้านปงแพ่ง หมู่ 2 ต.เสริมขวา 
           
 นายประศักดิ์  กล่าวว่า ถนนสายนี้  แขวงทางหลวงชนบทลำปางได้ดำเนินการก่อสร้างไว้เมื่อปี 2556   โดยจะได้ทำการสอบสวนที่มาว่าเป็นอย่างไร ต้องค้นหาข้อเท็จจริงว่าแต่เดิมเป็นลูกรังใครเป็นคนมาทำถนนไว้  ส่วนของทางหลวงชนบทได้เข้ามาดำเนินการต่อเนื่องในปี 56  โดยก่อนหน้านี้สภาพถนนจะเป็นถนนลูกรังที่มีความกว้าง สามารถทำเป็น 2 เลนได้ จึงมีการลาดยางต่อเนื่องแยกเป็นโครงการของแต่ละปี เป็นแผนงานยกระดับมาตรฐานทางดูแลประชาชน

“การที่จะเข้ามาทำถนนได้นั้นจะมีกฎหมายอื่นร่วมด้วยโดยเฉพาะด้านป่าไม้ ซึ่งกรมทางหลวงชนบทก็มีแนวทางว่าจะต้องยื่นขอและได้รับการอนุญาตก่อนถึงจะเข้าทำได้ หากรู้ว่าเป็นเขตป่าไม้ทางกรมทางหลวงชนบทก็จะไม่ดำเนินการอย่างแน่นอน  แต่กรณีนี้ต้องหาต้นสายปลายเหตุ โดยทำการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์โดยใช้ดาวเทียมในระบบ GPS อย่างละเอียดอีกครั้ง “

นายประศักดิ์ กล่าวและว่า จากนี้เขาจะได้ประชุมหารือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจะได้พิจารณาดำเนินการต่อไป ซึ่งหากถนนสายนี้อยู่ในเขตป่าจริงก็อาจจะทำการปิดถนนหัวและท้าย เพื่อป้องกันไม่ให้ใครเข้าไปทำลายธรรมชาติตัดไม้ทำลายป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติดังกล่าว สำหรับการก่อสร้างถนนทางหลวงโดยเฉลี่ยจะใช้งบประมาณอยู่ที่กิโลเมตรละ 5 ล้านบาท ถนนเส้นนี้คาดว่าใช้งบประมาณไปไม่ต่ำกว่า 45 ล้านบาท 

“กรมทางหลวงชนทบจะค้นหาข้อมูลเท่าที่ค้นหาได้ ไม่ว่าจะเป็นหลักฐานเอกสารหรือการสอบปากคำ ว่าทำไมจึงมาสร้างถนนเส้นนี้ได้ ที่มาของการสร้างถนนเส้นนี้เป็นอย่างไร ต้องลงลึกในรายละเอียดตั้งแต่เป็นถนนลูกรังมาก่อน จะต้องดำเนินการแน่นอน เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่ประชาชนให้ความสนใจ” รองอธิบดีกรมทางหลวง กล่าว

นายเมืองแมน เกิดนานา  ผอ.สำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง  เปิดเผยว่า  จากการตรวจสอบถนนเส้นดังกล่าว เบื้องต้นพบว่ามีการตัดผ่านเขตป่าสงวนป่าแม่เรียง โดยไม่พบว่ามีการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่า แต่ยังไม่ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีทางกฎหมาย เนื่องจากต้องตรวจสอบข้อมูลที่ชัดเจนก่อน
           
ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่สำนักทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 ลำปาง ได้มีการยึดพื้นที่ป่า 13 ไร่  2 งาน ตั้งอยู่ใกล้กับหลักกิโลเมตรที่ 7 ถนนสายแม่กึ๊ด-ปงแพ่ง เข้าไปตามถนนอีก 200 เมตร  หลังจากพบมีการล้อมรั้วลวดหนามและการฝังแนวเสาปูนใหม่ไว้ตลอดแนว แต่ไม่มีการปลูกพืชแต่อย่างใด เมื่อตรวจสอบพิกัดตามจีพีเอส พบว่าถูกรุกอยู่ในเขตป่าสงวนแม่เรียง จึงได้ยึดพื้นที่คืน และ ทางสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 ได้ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายไปแล้ว   ส่วนพื้นที่มีการล้อมรั้วจับจองไว้พื้นที่อื่นๆใกล้เคียง ต้องตรวจสอบต่อไปว่าพื้นที่มีการบุกรุกก่อนหรือหลัง มติ ครม.ปี 41 หรือไม่ หรือเป็นพื้นที่ สปก.  สทก.จะต้องตรวจให้ชัดเจนก่อนที่ดำเนินการต่อไป
           
นายเมืองแมน กล่าวอีกว่า  หลังจากนี้ต้องมีการประชุมร่วมกันในหมู่บ้าน ทำความเข้าใจกับชาวบ้านก่อน หากใครไม่มีสิทธิ์ในพื้นที่แล้วไปล้อมรั้วจับจองพื้นที่ไว้ขอให้รื้อออก ถ้ายังไม่รื้อและตรวจสอบพบว่ามีการจับจองพื้นที่ป่าสงวน ทางเจ้าหน้าที่จะเข้าไปดำเนินการรื้อถอนต่อไป     
           
ทั้งนี้  ถนนเส้นดังกล่าว พบว่าไมได้อยู่ในเขตป่าสงวนทั้งหมด แต่มีเส้นทางบางช่วงที่สร้างผ่านเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่เรียง โซน E และ โซน C   ยาว 4 กิโลเมตร หากคำนวณเป็นพื้นที่แล้วอยู่ที่ประมาณ  45  ไร่   เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 52 ก่อสร้างแล้วเสร็จเป็นระยะทาง 9 กิโลเมตร (งบประมาณ 45 ล้านบาท) เมื่อปี 55  เหลืออีก 1  กิโลเมตร ยังมิได้ดำเนินการก่อสร้างอยู่ระหว่างจัดสรรงบประมาณ 

ก่อนหน้านี้ นายมานพ สุสิงห์  รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท ชี้แจงว่า เดิมมีถนนเส้นทางเดิมในป่าอยู่ก่อนแล้ว ต่อมา อบจ.ลำปาง ได้นำลูกรังมาปรับปรุงเส้นทางก่อนแล้วเมื่อปี 52  ต่อมา นายก อบต.ทุ่งงาม ได้ร้องขอให้ กรมทางหลวงชนบทมาทำการลาดยาง จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่มีการขออนุญาตใช้พื้นที่ของส่วนราชการ หรือองค์การของรัฐ ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ (ตามมาตรา 13 ทวิ)  พื้นที่บริเวณดังกล่าวไม่อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินหรือเป็นพื้นที่กันออกหรือเพิกถอนบางส่วนแนบท้ายกฎกระทรวงซึ่งออกตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507  แต่อย่างใด   

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สภาพถนนปริศนา เป็นถนนลาดยางอย่างดี ตัดผ่านพื้นที่ป่า ไม่มีบ้านประชาชนอยู่สองข้างทาง ซึ่งจะเป็นทางลัดระหว่างหมู่บ้าน 2 หมู่บ้าน  สภาพถนนโดยทั่วไปจะเป็นถนนลาดยางคดเคี้ยว รวม 9 กิโลเมตร  สองข้างทางในช่วง 4 กิโลเมตรแรก มีต้นไม้สูงต่ำคละกันไป แต่ไม่หนาแน่น ยังมองเห็นเป็นที่โล่งอยู่ แต่ไม่ได้มีการไถพื้นที่ทำการเกษตรแต่อย่างใด  หลังจากนั้นช่วง 5 กิโลเมตรหลังจะเริ่มมีการล้อมรั้วด้วยการนำเสาปูนและรั้วลวดหนามมาปิดกันไว้ เกือบตลอดเส้นทาง แต่ก็ยังไมได้มีการปลูกพืชผลทางการเกษตรเช่นกัน  และมีผู้ใช้รถสัญจรผ่านเส้นดังกล่าวอยู่ตลอด แต่ไม่หนาแน่นเท่าเส้นทางหลัก

แหล่งข่าวระบุว่า การล้อมรั้วลวดหนาวจับจองพื้นที่ดังกล่าว น่าจะเป็นกลุ่มนายทุนที่เข้ามาจับจอง เนื่องจากลักษณะการใช้เสาปูนและล้อมลวดหนาม มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง  ซึ่งชาวบ้านไม่น่าจะมีงบในการจัดซื้อวัสดุเหล่านี้ หากเป็นพื้นที่จับของชาวบ้าน น่าจะเป็นการนำไม้เก่ามาปักหลักไว้มากกว่า

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1094 วันที่ 2 - 8 กันยายน 2559)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support