วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559

สำเภาล่ม ประวัติศาสตร์บาดแผล ร้อยปีไม่มีเปลี่ยน

จำนวนผู้เข้าชม website counter

รงจุดเรือจมที่อยุธยา เขาเรียกว่าตำบลสำเภาล่ม ด้วยเป็นบริเวณที่สำเภาจีนที่ล่องเรือมาค้าขายสมัยกรุงศรีอยุธยามักมาล่มที่จุดนี้ ใต้ผืนน้ำจึงอาจเต็มไปด้วยเครื่องชามสังคโลกที่ไปไม่ถึงฝั่ง ผ่านมานับร้อยปี ตรงจุดนี้ก็มีเรือล่มคนตายจำนวนมากก่อนหน้านี้ จนมาถึงเหตุการณ์ล่าสุด และในอนาคตซึ่งยังไม่มีใครบอกได้

ตราบที่อดีตไม่ได้สอนปัจจุบัน

เมื่อวันที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา เกิดเหตุเรือโดยสารนักท่องเที่ยว 2 ชั้น มีผู้โดยสารกว่า 150 คน ล่มกลางแม่น้ำที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นชาวไทยมุสลิมที่ไปร่วมงานบุญที่ จ.อยุธยา  จากคลิปของผู้ที่อยู่ในบริเวณจุดเกิดเหตุเห็นได้ว่าเรือล่มลงอย่างรวดเร็วในเวลาไม่ถึง 5 นาที แม้ว่าจุดที่เกิดเหตุจะอยู่ใกล้ตลิ่ง แต่ก็มีผู้กระโดดหนีตายว่ายน้ำเข้าฝั่งได้ไม่มาก เพราะส่วนใหญ่ตกใจและหลายคนอยู่ในโถงโดยสารชั้นล่าง

อุบัติเหตุเรือล่มครั้งนี้เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 20 กว่าคน บาดเจ็บและสูญหายอีกหลายคน โดยเหตุน่าสลดในครั้งนี้คาดว่าเกิดจากการที่เรือโดยสารเกิน เพราะเรือกำหนดผู้โดยสารไว้ที่ 50 คน แต่ในวันเกิดเหตุมีผู้โดยสารมากถึง150 คน และทุกคนไม่ได้สวมเสื้อชูชีพ และเหตุที่ทำให้เรือล่มคาดว่าเกิดจากการที่ท้องเรือชนกับแท่นปูนริมตลิ่งทำให้ท้องเรือเกิดรูรั่วขนาดใหญ่ จนน้ำทะลักเข้ามาจนล่มในที่สุด

แร็ค ลานนา ขอแสดงความเสียใจกับการสูญเสียครั้งนี้ ก็ได้แต่หวังในใจลึกๆว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำซากที่เกิดจากความประมาทที่คนไทยไม่ใส่ใจในเรื่องความปลอดภัย

มองย้อนไปในอดีตภาพความทรงจำข่าวอุบัติเหตุต่างๆที่เกิดจากความประมาทผุดขึ้นมา หลายต่อหลายครั้ง

ต้นเดือนพฤศจิกายน 2556 เกิดเหตุเรือข้ามฝาก เกาะล้าน-แหลมบาลีฮาย ล่มกลางทะเลห่างฝั่งพัทยา 10 กม. เนื่องจากบรรทุกน้ำนักเกิน และตรวจสอบพบว่ากัปตันเรือเสพยาและเมาอีกด้วย เหตุการณ์นี้ทำให้นักท่องเที่ยว 100 กว่าชีวิตลอยคอรอความช่วยเหลืออยู่กลางทะเล มีผู้เสียชีวิต 10  ศพ

ไม่ใช่แต่เพียงอุบัติเหตุทางน้ำเท่านั้นที่เรามักประมาท ข่าวอุบติเหตุครั้งใหญ่ที่สร้างความหดหู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น

เคาท์ดาวน์ มรณะ31 ธันวาคม 2551 ที่ซานติก้าผับ ช่วงปีใหม่ที่ใครๆต่างก็สนุกสนานไปกับปาร์ตี้ แสงสีเสียงคอนเสิร์ตที่จัดเต็ม พลุไฟอลังการ ผู้คนแน่นเต็มพื้นที่ร้านจะกลายเป็นสถานที่สุดท้ายที่คร่า 66 ชีวิต ในสถานที่ท่องราตรีที่มีประตูทางเข้าออกหน้า-หลัง หน้าต่างติดเหล็กดัด และที่สำคัญสถานที่แห่งนี้ ยังไม่ได้รับใบอนุญาตในการประกอบกิจการ

แต่เหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ คงต้องย้อนไปเมื่อ 20 ปีก่อน 10 พฤษภาคม 2536 เกิดไฟไหม้โรงงานตุ๊กตาเคเดอร์ 5 ชั้น แถวพุทธมณฑลสาย4 ซึ่งขณะเกิดเหตุมีพนักงานทำงานอยู่ในโรงงานถึง 1,400 คน เกิดไฟไหม้ที่ชั้น 1 และลุกลามอย่างรวดเร็ว บางคนต้องหนีตายโดยกระโดดจากชั้น 5ลงมาซึ่งบางคนก็รอดชีวิตมาได้แต่ต้องแลกมาด้วยความพิกลพิการ และที่น่าเศร้าไปกว่านั้นหลังเกิดไฟไหม้ได้เพียง 15 นาที อาคารก็ได้ถล่มลงมา ฝังร่างผู้ที่หนีออกมาไม่ได้ เหตุการณ์ในครั้งนั้น มีผู้เสียชีวิตมากถึง 188 คน บาดเจ็บกว่า 500 คน นับเป็นเหตุเพลิงไหม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ในปีเดียวกันได้เกิดเหตุสยองขึ้นอีกครั้ง เมื่อวันศุกร์ที่ 13 สิงหาคม 2536 โรงแรมรอยัลพลาซ่าถล่ม คร่า 137 ชีวิต โรงแรมหรูอันดับต้นๆของ จ.นครราชสีมาในสมัยนั้นที่ตอนแรกมีเพียง 3 ชั้น แต่เมื่อมีนักท่องเที่ยวมากขึ้นจึงได้สร้างเพิ่มเป็น 6 ชั้น โดยผิดหลักการก่อสร้างและวิศวกร โดยไม่ได้ใส่ในกฎหมายความปลอดภัย จนเกิดเหตุสยอง เหตุการณ์นี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ติดอันดับเหตุสยองตึกถล่มระดับโลก

ปีถัดมา วันที่ 8 มีนาคม 2535 เกิดเหตุเรือโดยสารศรีราชา-เกาะสีชัง ถูกเรือบรรทุกน้ำมันพุ่งเข้าชนอย่างแรง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 119 ราย รอดชีวิตเพียงไม่กี่สิบราย เหตุการณ์นั้นนับเป็นอุบัติเหตุทางน้ำที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย

และอีกหลายๆเหตุการณ์ที่ไม่ได้กล่าวถึง ซึ่งแต่ละเหตุการณ์มักจะมีจุดเชื่อมโยงอยู่ที่ ความประมาท  ไม่ว่าจะทางหนีไฟที่ไม่ชัดเจน การต่อเติมการอาคารที่ไม่ถูกต้อง ระบบป้องกันอัคคีภัยที่ใช้งานไม่ได้จริง หรือเสื้อชูชีพ เรือชูชีพของเรือโดยสาร เหล่านี้ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมมาหลายต่อหลายครั้ง คร่าชีวิตไปหลายร้อยศพ

จะต้องให้อีกกี่ศพสังเวยความประมาทของผู้ประกอบการที่เอาแต่ได้ หากภาครัฐไม่เอาจริง คนไทยอาจต้องยอมรับชะตากรรมที่จะเกิดขึ้นกับคนรอบข้างศพแล้วศพเล่า

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1097 วันที่ 23 - 29 กันยายน 2559)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support