วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ลงขัน4ล้านระดมหุ้นบุญ ตั้งบริษัทประชารัฐลำปาง

จำนวนผู้เข้าชม Must See Places In Paris

ตามที่รัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศเดินหน้า นโยบายและยุทธศาสตร์ ประชารัฐคือ การรวมเอาพลังทุกภาคส่วน ทั้งภาคประชาชน ภาคธุรกิจ หรือภาครัฐ เพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกคน เนื่องจากการแก้ปัญหา การปฏิรูป และการพัฒนาประเทศในทุกๆ ด้าน ภายใต้โครงการสานพลังประชารัฐ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเป้าหมายการสร้างรายได้ให้ชุมชน ประชาชนมีความสุข และเพื่อประชาชนที่ยังขาดโอกาสได้รับการช่วยเหลือด้านองค์ความรู้ สนับสนุนด้านการค้าเพื่อความสุขที่ยั่งยืนและมั่นคง เน้นการสร้างรายได้ให้ชุมชนผ่าน 3 กลุ่มงาน ได้แก่ เกษตร แปรรูป และท่องเที่ยวโดยชุมชน เน้น 5 กระบวนการจัดการที่ให้ความสำคัญตลอด Value chain ตั้งแต่ ต้นทาง กลางทาง จนถึงปลายทาง ซึ่งส่วนที่สำคัญคือการลงมือปฏิบัติในพื้นที่ ที่ใช้โครงสร้าง วิสาหกิจเพื่อสังคม จัดตั้ง บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี (ประเทศไทย) จำกัด ในทุกจังหวัด 76 จังหวัด โดยก่อนหน้านี้ มีการเปิดบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี จำกัด ในจังหวัดภูเก็ต เพชรบุรี อุดรธานี เชียงใหม่ และจังหวัดบุรีรัมย์ 5 จังหวัดนำร่องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ในส่วนของจังหวัดลำปาง นาย อภิวัฒน์ธีระวาสน์ พัฒนาการจังหวัดลำปางเผยว่า ตามที่ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดลำปาง ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานประสานงานโครงการสานพลังประชารัฐในส่วนของงาน จัดตั้ง บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีจังหวัดลำปางซึ่งขณะนี้ อยู่ในระยะดำเนินงานขั้นที่ 4  ตามแผนดำเนินการ 4 ระยะคือ ในระยะที่ 1 กำหนดให้จัดตั้ง(จังหวัดนำร่อง)แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายนนี้ ส่วนระยะที่ 2 ดำเนินการ 6 จังหวัด ระยะที่ 3 ดำเนินการ 7 จังหวัด โดยกำหนดการดำเนินการไว้เดือนมิถุนายนและเดือนกันยายน 2559 ตามลำดับ และการดำเนินการระยะที่ 4 คือจังหวัดข้างเคียงในกลุ่มจังหวัดนั้น ๆ ซึ่งจะครบ 76 จังหวัด ภายในเดือนธันวาคม 2559
           
โดยในส่วนของจังหวัดลำปางได้ หารือร่วมกันหลายฝ่าย เพื่อการจัดตั้ง บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีจังหวัดลำปาง มาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดขณะนี้ มีหน่วยงานที่จะเข้าร่วมเป็นบอร์ดบริหาร 7 หน่วยงานคือ หอการค้าจังวัดลำปาง สภาอุตสาหกรรมจังหวัดลำปางสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เครือข่ายกองทุนหมู่บ้าน เครือข่ายผู้ประกอบการโอทอป และ SMEs รวมถึงหน่วยงานภาคประชาสังคมคือ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดและพัฒนาการจังหวัด จะเข้าร่วมประชุมรับทราบนโยบายแนวทางปฏิบัติจากรัฐบาลในวันที่ 29 ต.ค. นี้ ประชุมจัดตั้งบอร์ดบริหารอย่างเป็นทางการครั้งแรกในวันที่ 3 พ.ย. 2559  จากนั้นจะมีการประชุมผู้ถือหุ้น ในวันที่19 พ.ย. 2559 ต่อไป
           
"ในเบื้องต้นมีการหารือร่วมกันหลายฝ่ายในการจัดตั้งบริษัทประชารัฐ ซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจและมีธงเดียวกัน คือเป้าหมายของการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก 3 ประการคือเกษตร แปรรูป และท่องเที่ยวโดยชุมชน ซึ่งลำปางมีภาคเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจ-เศรษฐกิจเป็นหลักในการนำพาบริษัทฯไปสู่เป้าหมาย ส่วนการรวบรวมหุ้น นั้นลำปางจะรวมทั้งหมด จำนวน 4,000 หุ้น (หุ้นละ1,000 บาท) เพื่อเป็นทุนจัดตั้งบริษัท 4 ล้านบาท ขณะนี้มี หุ้นจากบริษัท บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จำนวน 1,000 หุ้น ธนาคารกรุงเทพฯ 39  หุ้น ส่วนที่เหลือหน่วยงานต่างๆช่วยกันระดมรวมรวมมา ซึ่งการถือหุ้นบริษัทประชารัฐฯลำปาง หากมีกำไรจะไม่มีการปันผล แต่จะนำไปขยายผล ดังนั้นการระดมหุ้นจึงต้องทำความเข้าใจกับผู้ถือหุ้นให้เข้าใจ จึงใช้แนวทางการอธิบายในทางเดียวกันว่าเป็นหุ้นบุญ ซึ่งหมายถึงหุ้นที่จะไม่มีผลตอบแทนอย่างไรก็ตาม ต้องรอรายละเอียดในทางปฏิบัติในวันที่ 29 ต.ค.นี้"พัฒนาการจังหวัดลำปางกล่าว
           
นายเสน่ห์ วิชัยวงษ์ รองเลขาธิการ สภาเกษตรกรแห่งชาติให้ความเห็นกับลานนาโพสต์เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า นโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งถือว่าการเกษตร เป็นเป้าหมายแรกที่ต้องได้รับการช่วยเหลือและพัฒนา จัดตั้งบริษัทประชารัฐ จะเป็นประโยชน์กับภาคเกษตรอย่างมาก หากจัดตั้งบริษัทประชารัฐจะเป็นตัวกลางด้านการตลาด นำพาผลผลิตทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์แปรรูปของกลุ่มเกษตรกรรายเล็กๆ ไปสู่ตลาดที่แท้จริงในเชิงพาณิชย์ ซึ่งแต่ละจังหวัดอาจจะมีแนวทางดำเนินการไม่เหมือนกัน แต่ต้องมีเป้าหมายเดียวกันในระดับประเทศ เช่น ที่เชียงใหม่ บริษัทประชารัฐ เข้ามาเป็นตัวกลางในการซื้อขายลำไย แก้ปัญหาให้กับเกษตรกรรายย่อยที่ประสบปัญหาด้านการตลาด ดังนั้นบอร์ดบริหารก็จะมีบทบาทกำหนดทิศทางเชิงธุรกิจที่ตอบโจทย์ของการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้มากที่สุด
           
"ผมเชื่อว่าในภาคเกษตรเองก็คาดหวังกับบริษัทฯนี้ หากเชื่อมโยงกันได้ในจังหวะที่เหมาะสม เกษตรกร และชุมชน ที่ยังขาดศักยภาพก็ไม่จำเป็นต้องทำเองทุกขั้นตอน เพียงแต่รักษาคุณภาพผลผลิตให้ได้มาตรฐาน แล้วฝากเรื่องการตลาดให้บริษัทประชารัฐช่วยรับช่วงต่อ เมื่อมีผลกำไรก็เอากลับมาปันผลให้กับผู้ผลิตได้มากขึ้น เท่ากับภาคเกษตรและชุมชนจะมีผลกำไรมากกว่าการขายตามมีตามเกิด อันนี้ถึงจะเรียกว่าตอบโจทย์นโยบายประชารัฐ" รองเลขาธิการ สภาเกษตรกรแห่งชาติกล่าว
           
ด้านแหล่งข่าวในวงการสถาบันการเงินลำปางระบุว่า จากนโยบายประชารัฐส่งผลให้ สถาบันการเงินเริ่มมีการตื่นตัวกับวงเงินกู้จากรัฐบาลหลักหมื่นล้านบาทเพื่อปล่อยวงเงินสินเชื่อที่เกี่ยวข้องในโครงการประชารัฐเพื่อSMEsไปบางส่วนแล้ว โดยสินเชื่อดังกล่าว มีวงเงินตั้งแต่หลักแสน จนสูงสุดประมาณ 5 ล้านบาท ดังนั้นการแข่งขันตัวเลขปล่อยสินเชื่อจากธนาคารทั้งรับและเอกชน จะมีความคึกคักขึ้นในปีนี้ ในส่วนของจังหวัดลำปาง ขณะนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน เริ่มส่งเสริมโครงการSMEsรายย่อยให้เข้าสู่หลักเกณฑ์สินเชื่อประชารัฐในระดับชุมชนไปมากกว่า 30%ของเป้าหมายแล้ว

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1102 วันที่  28  ตุลาคม - 3 พฤศจิกายน 2559)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support