วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ไร่ข้าวโพด ต้นเหตุหมอกควัน

จำนวนผู้เข้าชม http://www.hitwebcounter.com/

ม่มีปีใดอีกแล้วที่ภาคเหนือตอนบนจะปราศจากหมอกควัน ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางทั้งในเรื่องอุบัติเหตุบนท้องถนน และสุขภาพอนามัยของคนในพื้นที่ รัฐบาลหลายยุคสมัยพยายามรณรงค์ไม่ให้มีการเผาป่า สร้างจิตสำนึกให้ชาวบ้านช่วยกันดูแลรักษาป่า
           
แต่ปรากฏการณ์หนึ่งที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ที่บริษัทอุตสาหกรรมเกษตรขนาดใหญ่ของประเทศนี้ สนับสนุนให้มีการทำไร่ข้าวโพดเพื่อเป็นวัตถุดิบป้อนโรงงาน และส่งผลให้มีการบุกรุก แผ้วถางป่า ทำไร่ข้าวโพด เมื่อสิ้นฤดูกาลก็มีการเผาซังข้าวโพด เป็นความจริงที่สังคมไม่ค่อยได้รับรู้กันมากนัก
           
ปัญหาหมอกควันในจังหวัดภาคเหนือ เป็นปรากฏการณ์ส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นจากฝีมือมนุษย์ การเผาไร่ข้าวโพดในช่วงฤดูแล้ง  ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป จะพบว่าคนจำนวนมากต้องเจ็บป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจ ตั้งแต่อาการน้อยๆ แสบตา ตาแดง น้ำตาไหล อ่อนแรง ระคายคอ หายใจติดขัด เหนื่อยง่าย และแน่นหน้าอก ไปจนกระทั่งโรคร้าย มะเร็งปอด ซึ่งสถิติผู้ป่วยมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดทั้งประเทศ นี่มาจากหมอกควัน และส่วนหนึ่งคือหมอกควันจากการเผาไร่ข้าวโพด ซึ่งหลายพื้นที่รวมทั้งจังหวัดลำปางมีการบุกรุกพื้นที่ป่าหลายร้อยไร่
           
สาเหตุหลัก การเกิดหมอกควัน พบว่า มาจากไฟป่า ฝุ่นละอองจากถนน การก่อสร้าง เขม่าจากน้ำมันดีเซล โดยเฉพาะไฟป่า ที่มีทั้งข้อสันนิษฐานว่าเกิดจากอากาศแห้งทำให้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นเอง และเกิดจากมนุษย์จงใจเผาป่าเพื่อยึดครองพื้นที่ ทำการเกษตร หรือเปลี่ยนสภาพพื้นที่เพื่อขายต่อให้นายทุน
           
ที่สำคัญซึ่งไม่ค่อยมีคนพูดถึง คือการบุกรุกแผ้วถางป่าทำไร่ข้าวโพด และเผาซังข้าวโพดจนเกิดหมอกควันแผ่ออกไปในวงกว้าง นี่ก็เป็นปัญหาที่มาจากการรุกป่า และแก้ได้ก็ด้วยการใช้กฏหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่
           
หลายปีที่ผ่านมามีการรณรงค์อย่างแข็งขัน ไม่ให้มีการเผาป่า แต่ก็ดูเหมือนไม่ได้ผล มาตรการทางกฎหมายก็เป็นเพียงป้ายติดประกาศไม่ให้เผาป่า การบังคับใช้กฎหมายไม่สามารถป้องกันการเผาป่าได้ ปัญหาหมอกควันในภาคเหนือจึงเป็นคล้ายวงจรอุบาทว์ หมุนเวียนเปลี่ยนมาทำร้ายคนในภาคเหนือไม่หยุดหย่อน ประกอบกับสภาพภูมิประเทศ พื้นราบที่มีภูเขาล้อมรอบ สภาพไม่แตกต่างไปจากแอ่งกระทะ ควันพิษจึงอบอวลอยู่ทั่วเมือง กรมควบคุมมลพิษ เคยตรวจวัดคุณภาพอากาศ ใน 9 จังหวัดภาคเหนือ ประกอบด้วย แพร่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน น่าน แม่ฮ่องสอน ตาก พะเยา และลำปาง ผลการตรวจวัด แสดงค่าอากาศจากหมอกควัน ต่ำกว่ามาตรฐาน โดยจังหวัดลำปางเคยปรากฏค่าการตรวจวัดสภาพอากาศที่เกินมาตรฐานสูงสุดถึง 243 ไมโครกรัม
           
การสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่รัฐบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด กับผู้ที่เผาทำลายป่า ผู้มีอิทธิพลด้วยบรรยากาศที่สังคมกำลังเอาจริงเอาจังกับความไม่ถูกต้อง เป็นธรรมทั้งหลายขณะนี้ ซึ่งโดยสภาพบังคับของกฎหมาย อันได้แก่ พระราชบัญญัติป่าไม้ พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พระราชบัญญัติส่งเสริมและคุ้มครองสัตว์ป่า มีโทษจำคุกสูงสุดถึง 7 ปี
           
ถึงกระนั้น เราก็ไม่ค่อยได้รับรู้ว่า เจ้าหน้าที่รัฐได้ใช้กฎหมายเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากน้อย เพียงใด  แม้ภาพความเอาจริงเอาจัง ของ คสช.จะลดน้อยลง แต่ปัญหาการบุกรุกป่าเพื่อทำไร่ข้าวโพด แล้วย้อนกลับมาเป็นปัญหาหมอกควัน ยังเป็นเรื่องที่สังคมเรียกร้องต้องการ
           
เราก็ได้แต่หวังว่าสักวันหนึ่งจะสกัดกั้นวงจรอุบาทว์นี้ได้

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1106  วันที่  25 พฤศจิกายน - 1 ธันวาคม 2559)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support