วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ซัดประชารัฐเอื้อทุน 'ประพัฒน์'ชี้ทิ้งคนจน

จำนวนผู้เข้าชม Hit Web Stats
           
ประพัฒน์ ไม่เห็นด้วยชี้บ.ประชารัฐเอื้อระบบทุนนายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ และประธานสภาเกษตรกรจังหวัดลำปาง เปิดเผยกับ ลานนาโพสต์ ว่า หลังจากที่รัฐบาลได้ขับเคลื่อนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และแนวนโยบายในการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากโดยเน้นให้เกษตรกรลุกขึ้นมาพัฒนาพาตัวเองให้ก้าวไปมากกว่าจะเป็นแค่เกษตรกรที่ขายแค่ผลผลิตทางการเกษตร ไปสู่การเป็นผู้ประกอบการด้านเกษตรนั้น สภาเกษตรกรแห่งชาติเป็นหนึ่งในองค์กรที่ร่วมขบวนในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวให้เป็นรูปธรรม ภายใต้นโยบาย 1 ตำบล 1 SMEs
           
โดยสภาเกษตรกรร่วมกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ร่วมกันผลักดันให้เกษตรกรในพื้นที่ในระดับตำบลที่มีความตั้งใจพัฒนาศักยภาพทำวิสาหกิจหรือ ทำธุรกิจการเกษตร ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหม่ สำหรับ ธกส.ที่ต้องลงไปทำงานระดับพื้นที่ เพื่อทำความเข้าใจและเป็นที่ปรึกษาร่วมกับเกษตรกรที่สนใจจะกู้เงินไปพัฒนาศักยภาพตนเองมากกว่านั่งรอให้เกษตรกรเดินเข้าไปหาและขอคำปรึกษาเรื่องเงินกู้โดยต่างฝ่ายต่างไม่มีความชัดเจนในการใช้เงินกู้เพื่อต่อยอดในการนำสินค้าเกษตรไปสู่ธุรกิจการค้าขายที่ยั่งยืน ซึ่งต่างกับการปล่อยกู้วิธีเดิมที่ดุแต่หลักทรัพย์ แต่โครงการไม่เกิดประโยชน์ที่แท้จริง ซึ่งโครงการ1 ตำบล 1 SMEs มีงบประมาณรอให้กู้ทั่วประเทศ 20,000 ล้านบาท รองรับ 14,000 โครงการ ขณะนี้มีหลายจังหวัดขับเคลื่อนไปได้เร็วมาก มีเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการตั้งเป็นธุรกิจในชุมชนขึ้นมาเป็นรูปธรรมเกิดวงจรธุรกิจการเกษตร ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น
           
ในส่วนของจังหวัดลำปาง ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาผลักดันมากกว่า 10 กลุ่ม SMEs ที่มีแนวทางชัดเจนในการขอกู้เงินในโครงการไปดำเนินการพัฒนาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ด้านผลผลิตการเกษตร หลายอำเภอแล้ว เช่นที่ แจ้ห่ม มีเกษตรกรรุ่นใหม่คิดวิธีใหม่ในการพัฒนาตัวเองไปสู่การทำธุรกิจเกษตรครบวงจร ของกลุ่มเลี้ยงสุกร ลุกขึ้นมาก่อตั้งโรงเชือดแบบถูกกฎหมายเอง ทำตลาดซื้อขายครบวงจรในกลุ่มกันเอง เห็นชัดว่ามีแนวทางเพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายลง ผลกำไรมีมากขึ้น มีความยั่งยืน ซึ่งกลุ่มนี้ก็ขอกู้ในโครงการ 1 ตำบล 1 SMEs ที่มีอนาคต เป็นต้น
           
นอกจากนี้ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ยังได้ตอบข้อซักถามในความเห็นเกี่ยวกับกรณี นโยบายการก่อตั้ง บริษัทประชารัฐรักษาสามัคคี(วิสาหกิจเพื่อสังคม) ทั่วประเทศของรัฐบาลชุดนี้ว่า ตนเห็นด้วยกับนโยบายในภาพรวมของการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก แต่ไม่เห็นด้วยกับการตั้ง บริษัทประชารัฐรักษาสามัคคีฯ เพราะเชื่อว่า แนวทางของการให้คนรวยแล้ว หรือนักธุรกิจที่เป็นพ่อค้ารายใหญ่มาบริหารงานช่วยคนจนให้อยู่รอด และท้ายที่สุดก็จะนำไปสู่ความล้มเหลว เพราะคนที่รวยแล้วจะบริหารแบบคนที่รวยแล้วซึ่งไม่มีทางจะเอื้อประโยชน์ต่อคนจน หรือเกษตรกรให้มีรายได้เพิ่มได้อย่างแท้จริง
           
"เรามีประสบการณ์มาแล้ว มากมายจากการมให้คนรวยในภาคอุตสาหกรรม และพาณิชย์เข้ามาบริหารกำหนดแนวทางต่างๆ เพื่อช่วยเหลือคนจน มันไม่ใช่เรื่องจริง เพราะทุกวันนี้มีนักธุรกิจพ่อค้ารายไหน ที่กล้า นโยบายคืนกำไรให้คนจน หรือเกษตรกรที่เดือดร้อน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือคนรวยเอาเปรียบคนจนเสมอมา เกษตรกรไม่มีทางจะเติบโตถ้ารอความหวังจากความช่วยเหลือจากบริษัทประชารัฐ เพราะการตั้งบริษัทประชารัฐก็ไม่พ้นวิธีคิดเดิมๆจากกลุ่มคนที่เอาเปรียบคนจนอยู่ดี เกษตรกรจึงต้องมีแนวทางในการเดินเส้นทางใหม่ ยืนด้วยขาของตัวเอง พึ่งพาตลาดของตนเองที่รวมกลุ่มกันเอง โดยไม่ต้องหวังพึ่งตลาดจากนายทุน"
           
อย่างไรก็ตามนายประพัฒน์กล่าวว่า นโยบายบริษัทประชารัฐรักษาสามัคคีก็คงต้องดำเนินต่อไป แต่เกษตรกรเองก็ต้องไม่หยุดเดินหน้าเช่นกัน

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1106  วันที่  25 พฤศจิกายน - 1 ธันวาคม 2559)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support