วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

สู่ฝันยิ่งใหญ่ สื่อของคนเล็กๆ

จำนวนผู้เข้าชม website counter

นเล็กคนน้อยในประเทศนี้ ไม่ใช่เพียงมีที่ยืนน้อยอย่างยิ่งในสังคมเท่านั้น หากแต่บนพื้นที่สื่อไม่ว่าสื่อบ้านนอกหรือเมืองกรุง พวกเขาก็ถูกมองข้ามด้วย ด้วยเหตุนี้ ลานนาโพสต์ จึงเลือกที่จะเป็นสื่อของคนเล็กคนน้อย เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของพวกเขาบนพื้นที่สาธารณะ

แม้พลังอำนาจทางสังคมที่เขามีต่อเราจะไม่มากพอที่จะขับเคลื่อนให้ลานนาโพสต์เป็นสื่อที่คนกล่าวขวัญถึงอย่างกว้างขวางก็ตาม

เรื่องของนักปลูกต้นไม้ชื่อดัง ป่วยหนัก ประกาศจะขอปลูกต้นไม้จนตาย เผยปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 3 ล้านต้น ก็เช่นเดียวกัน
           
ข่าวเล็กๆที่ใครหลายคนอาจไม่ได้สนใจ เพราะข่าวนี้ไม่ได้มีกระแสเปรี้ยงปร้างเหมือนข่าวเลืิอกตั้งประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา หรือข่าวน็อต มินิ แต่ข่าวนี้มีคุณค่าข่าวมากมาย ที่สะท้อนให้เห็นอะไรหลายๆอย่าง โดยเฉพาะความอุตสาหะ ตั้งใจ แม้ว่าจะมีคนมองว่าเขา “บ้า” ก็ตาม
           
หากย้อนเวลาไปเมื่อ 30 ปีก่อน (พ.ศ.2531) ทุกวันตอนเช้าและหลังเลิกงาน  จะเห็นดาบวิชัย สุริยุทธ ขี่มอเตอร์ไซด์ตระเวนปลูกต้นไม้ไปตามพื้นที่ต่างๆ ในอำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ  โดยในระยะแรก ในสายตาชาวบ้าน เขาถูกมองว่าเป็นคนบ้า แม้ว่าจะถูกสังคมมองไปในทางเช่นนั้น เขาก็ยังคงปลูกต้นไม้อยู่เรื่อยไป
           
อำเภอปรางค์กู่เป็นอำเภอที่ยากจนที่สุดในจังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดศรีสะเกษเป็นจังหวัดที่ยากจนที่สุดในประเทศไทย มีการปล้นชิงลักขโมยเป็นคดีความมากมาย ดาบวิชัยในฐานะผู้เติบโตมาในพื้นที่และเจ้าพนักงานสอบสวนรับรู้ถึงปัญหามาตลอด จึงเกิดความคิดที่จะพัฒนาความเป็นอยู่ของชาวบ้านในพื้นที่ให้ดีขึ้น จากความคิดเล็กๆในวันนั้น ทำให้เขาตัดสินใจปลูกต้นไม้ เนื่องจากเห็นว่าจะผลที่จะตามมาจะเป็นผลที่ยั่งยืน เป็นประโยชน์ไปถึงคนรุ่นลูกรุ่นหลาน
           
จน 10 ปีผ่านไป ที่ดาบวิชัยปลูกต้นไม้ทุกวัน  สังคมเริ่มเห็นผลจากการปลูกต้นไม้ของข้าราชการตำรวจตัวเล็กๆคนหนึ่ง เกิดโครงการปลูกต้นไม้ในที่สาธารณะเพื่อส่วนรวมเกิดขึ้น ได้แก่ รณรงค์ปลูกต้นยางนา เพื่อเอาไว้สร้างบ้านเรือน รณรงค์ปลูกต้นตาล ซึ่งเป็นพืชสารพัดประโยชน์ รณรงค์ปลูกต้นคูน ต้นไม้ประจำภาคอีสานและประจำชาติไทย และ รณรงค์ให้เปลี่ยนการทำนาปีเป็นไร่นาสวนผสม จนอำเภอปรางค์กู่กลายเป็นอำเภอที่อุดมสมบูรณ์ อีกทั้งต้นไม้ที่เขาปลูกนั้นสามารถสร้างอาชีพให้กับชาวบ้านในอำเภอได้
           
แม้ว่าตอนนี้ ร.ต.ต.วิชัย สุริยุทธ นักปลูกต้นไม้ชื่อดังของประเทศไทย กำลังป่วยด้วยโรคหัวใจวาย รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ อยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ตามแขนขาติดสายน้ำเกลืออยู่ และมีลูกชายมาเฝ้าดูแลตลอดเวลา เป็นเวลากว่า 30 ปี ของความตั้งใจที่จะปลูกต้นไม้แม้ว่าร่างกายจะเจ็บป่วย แต่วันนี้ดาบวิชัยได้มีมือซ้ายมือขวามาร่วมในการปลูกป่าคือ นายเสริมศักดิ์ กล้วยนิตย์ และ นายถวัลย์ แสนภู่ มาร่วม กลายเป็น 3 เสือเฒ่าผู้โหยหาป่า โดยได้ทำการปลูกต้นตาลทดแทนต้นที่ตัดทิ้งไปจำนวนมาก เนื่องจากไปกีดขวางการก่อสร้างคลองส่งน้ำและการขยายถนนของหมู่บ้านหลายแห่ง และการปลูกต้นไม้ที่ตนทำอยู่นี้ เป็นการดำเนินการตามโครงการแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง คนรุ่นใหม่อาจจะไม่รู้จัก เพราะได้เปลี่ยนแปลงมาเป็นโครงการเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งเป็นโครงการที่คล้ายกัน สอนให้คนรู้จักการใช้จ่ายอย่างประหยัดและทำการเกษตรเพื่อให้พออยู่พอกิน และปลูกป่าให้ความชุ่มชื้นแก่แผ่นดิน ซึ่งนับตั้งแต่ปลูกต้นไม้ ถึงปี 2548 ข้าราชการเกษียณคนนี้ปลูกต้นไม้ไปแล้ว 2,000,000 ต้นและโหมปลูกต้นไม้มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ทั่วทุกแห่งที่เป็นพื้นดิน จนถึงขณะนี้ตนได้ปลูกต้นไม้ไปแล้ว จำนวน 3,000,000 ต้น และจะปลูกไปเรื่อยจนกว่าตนจะตาย
           
และเมื่อหายป่วยแล้วก็จะออกไปปลูกป่าต่อไป เพื่อเดินตามรอยพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้านเศรษฐกิจพอเพียงทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พ่อหลวงของแผ่นดินต่อไปจนกว่าจะตายไปจากโลกนี้ 
           
แร็ค ลานนา ขออัญเชิญพระราชดำรัสของพ่อหลวง เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2521 พระบรมราโชวาทในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพิธี เฉลิมพระชนมพรรษา ดังความตอนหนึ่งว่า

“....ธรรมชาติแวดล้อมของเรา ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดิน ป่าไม้ แม่น้ำ ทะเล และอากาศ มิได้เป็นเพียงสิ่ง สวยๆ งามๆ เท่านั้น หากแต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตของเรา และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของเราไว้ให้ดีนี้ ก็เท่ากับเป็นการปกปักรักษาอนาคตไว้ให้ลูกหลานของเราด้วย...”
           
แม้ว่าแร็ค ลานนาจะไม่ได้ลงมือปลูกต้นไม้เหมือนอย่างดาบวิชัย  แต่ความหวงแหนป่าไม้ ไม่ได้ต่างกันเลย ช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา พื้นที่ข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ได้นำเสนอข่าวสิ่งแวดล้อม จะเห็นข่าวการลักลอบตัดไม้ทำลายอยู่ทุกสัปดาห์ และไม่เคยจับมอดไม้ได้เลยแม้แต่คนเดียว
           
ก่อนหน้านี้เคยมีคนบอกว่าทำไมลานนาโพสต์ถึงนำเสนอข่าวสิ่งแวดล้อมมากกว่าหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นฉบับอื่น ก็เพราะความเชื่อและศรัทธาที่มีต่อคนเล็กคนน้อย ในทุกครั้งที่เขาต่อสู้เพื่อปกป้องตัวเอง และเราก็จะเป็นคล้ายลมใต้ปีกส่งชัยชนะให้เขาในบางเรื่องที่ผ่านมา
           
และแม้ว่าผลที่ลานนาโพสต์นำเสนอข่าวสิ่งแวดล้อมอาจจะยังไม่เห็นผลในชั่วข้ามคืน แต่เราก็ได้แต่หวังลึกๆว่าความหวงแหนและเป็นห่วงป่าไม้จะเริ่มเบ่งบานในหัวใจของคนลำปาง เมืองที่มีโรงไฟฟ้า และเหมืองถ่านหิน เป็นต้นกระแสธารในการต่อสู้เพื่อสิ่งแวดล้อมในประเทศนี้

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1105 วันที่ 18 - 24 พฤศจิกายน 2559)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support