วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เรื่องตลาด ๆ

จำนวนผู้เข้าชม Hit Web Stats

ทุกวันนี้ดูเหมือนวิถีธรรมดา ๆ ในต่างจังหวัดจะเป็นที่สนใจของคนมาเที่ยวมากขึ้น พวกเขาบางคนไม่ได้อยากไปแหล่งท่องเที่ยวฮอตฮิต ประเภทที่ว่าไม่มาก็เหมือนไม่ถึงอะไรอย่างนี้แต่คิดเกี่ยวกับการสำรวจชีวิตประจำวันของคนพื้นถิ่นว่ากินอะไร อยู่อย่างไร มีชีวิตแบบไหน

ดังนั้น เมื่อไปตลาด เราจึงมักเห็นคนต่างถิ่นเดินไป ยกกล้องถ่ายรูปไป หรือไม่ก็เซลฟีกับแม่ค้าอย่างสนุกสนาน ถามโน่นถามนี่ (แต่ไม่ซื้อ...แหะ ๆ ก็บางอย่างเขากินไม่เป็นนี่)
           
ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีตลาดเช้าชื่อตลาดสายหยุด ที่มาของชื่อก็ตรงตัว คือ สายหยุดขาย แม่ค้ากลับบ้าน เมื่อ 20 ปีก่อนตลาดสายหยุดไม่ได้มีหน้าตาแบบนี้ ซึ่งก็แน่ล่ะ ทุกอย่างย่อมเปลี่ยนแปลง แต่กำลังจะบอกว่าในอดีต ตลาดเช้าเมืองแม่ฮ่องสอนคือที่ที่เราต้องฝ่าหมอกหนาและความหนาวยะเยือก เพื่อมาเดินดูแม่ค้าชาวไทยใหญ่สวม “กุบไต” หรือหมวกชาวไทยใหญ่ สวมเสื้อแขนกระบอก นุ่งผ้าซิ่น นำสินค้ามาแบกับดินอยู่ข้างตลาดที่ไร้ซึ่งหลังคา ของที่วางขายก็แปลกหูแปลกตา น่าตื่นตาตื่นใจเหลือเกิน พืชผัก อาหาร อยากดู อยากชิมไปเสียทุกอย่าง ของกินไทยใหญ่อย่างส่วยทะมิน อาลาหว่า จิ๊นลุงอุ๊บไก่ ข้าวเหลืองเนื้อลุง เมี่ยงหวาน โถ่พู เปงม้ง ข่างปอง โอยสารพัด
           
ทว่าทุกวันนี้ ตลาดสายหยุดกลายเป็นตลาดใหญ่ใต้หลังคา ของกินพื้นถิ่นไม่ค่อยเห็นอีกแล้ว แม่ค้าก็ไม่ได้สวมชุดพื้นถิ่นกับกุบไตอันเป็นเอกลักษณ์ ของที่วางขายนอกจากผักสด ผลไม้ ที่ไม่ต่างอะไรจากตลาดอื่น ก็เห็นจะมีแต่ของที่นำมาขายนักท่องเที่ยว เช่น ถั่วนานาชนิด น้ำมันงา ข้าวซอยตัด แทบทุกร้านขายเหมือนกันหมด
           
สำหรับคนที่เคยไปตลาดสายหยุดเมื่อ 10-20 ปีก่อน แน่นอนต้องเดินคอตกกลับไป ปากก็พร่ำบ่นว่า “มันไม่ใช่” เสน่ห์ของตลาดเช้าไทยใหญ่หายไปไหนหมด คำตอบก็คือ มันตกหล่นไปตามกาลเวลาน่ะสิ
           
เราว่าตลาดเก๊าจาวบ้านเรายังคงความเป็นพื้นถิ่นเอาไว้ได้อยู่ พืชพรรณธัญญาหารตามฤดูกาลมีให้เห็นดาษดื่น แบกับดิน วางบนโต๊ะ เป็นตลาดสำหรับชาวบ้านชาวเมืองจริง ๆ เคยพาคนต่างถิ่นมาเดินเที่ยว นั่งกินกาแฟกันในตลาด ซื้อแคบหมูมาแกล้ม ซื้อโน่นนี่มานั่งชิมกันสนุก ตลาดเก๊าจาวจึงเป็นสถานที่ต้อนรับแขกต่างเมืองของเราเสมอ (ถ้าเขายอมตื่นเช้าอ่ะนะ) เป็นตลาดเช้าในดวงใจสำหรับคนชอบเดินตลาดจริง ๆ ทั้งบรรยากาศก็คลาสสิก เพราะห้อมล้อมไปด้วยอาคารไม้เก่า เสน่ห์ยังไม่จางหายไปกับกาลเวลาเหมือนตลาดอื่น
           
ไม่ใช่ทุกที่บนโลกใบนี้จะต้องการการเปลี่ยนแปลง เพราะมันมักสวนทางกับความดั้งเดิมที่วันหนึ่งเราต้องถวิลหา ตลาดเป็นที่ที่บ่งบอกชัดแจ้งว่าคนเมืองนี้มีวิถีอย่างไร กระทั่งมีคำกล่าวว่า “อยากรู้ว่าชาวเมืองเขากินอยู่กันอย่างไรให้ไปตลาด” เอ...แต่ทุกวันนี้เราเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ประโยคนี้ยังใช้ได้อยู่ไหม สำหรับเมืองท่องเที่ยวใหญ่ ๆ มันกลายเป็นว่า “อยากรู้ว่านักท่องเที่ยวเขาต้องการอะไรให้ไปตลาด” หมดแล้วน่ะสิ

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1106  วันที่  25 พฤศจิกายน - 1 ธันวาคม 2559)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support