วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ยึดพื้นที่รุกป่าแม่เรียง ราบ 173 ไร่ เสียหาย 12ล้าน

จำนวนผู้เข้าชม website counter

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจยึดพื้นที่รุกป่าเพิ่มเติม ริมถนนสายแม่กึ๊ด-ปงแพ่ง อ.เสริมงาม ถูกเข้ามาล้อมรั้วลวดหนามจับจอง ใช้พิกัดภาพถ่ายดาวเทียมตรวจสอบ  พบรุกป่ารวม 173 ไร่  มูลค่าความเสียหาย 12 ล้านบาท  ส่วนกรณีการใช้พื้นที่ทำกินก่อน มติ ครม.2541 จะตรวจสอบว่ารุกป่าเพิ่มจากเดิมหรือไม่ หากพบผิดก็ไม่ละเว้น

เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 59  เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน  นำโดย นายสุเทพ พุทชา ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า สำนักจัดการป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) พร้อมด้วยนายดนุศักดิ์ หมื่นโฮ้ง หน.สายตรวจปราบปรามว่าด้วยการกระทำผิดป่าไม้ สายที่ 1 นายษเอมร์ สันป่าแก้ว หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลป.5 (แม่กึ๊ด) นำกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจส่วนป้องกันและปราบปรามภาคเหนือ กรมป่าไม้ (ลำปาง)  เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองนำโดย นายประเสริฐ สันบุญเป็ง ปลัดอำเภอเสริมงาม เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จ.ลำปาง เจ้าหน้าที่ทหาร กกล.รส.มทบ 32 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปทส. สายที่ 1 ลำปาง ตำรวจ ศปทส.ภ.5 สายที่ 1 ลำปาง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เสริมงาม  กว่า 30 นาย  เข้าตรวจยึดพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติแม่เรียง เขตบ้านแม่กึ๊ด หมู่  1 ต.ทุ่งงาม อ.เสริมงาม จ.ลำปาง  ที่ถูกบุกรุกจากกลุ่มนายทุนและชาวบ้านที่เข้ามาจับจองพื้นที่ป่า และล้อมด้วยรั้วลวดหนามไว้ใช้เป็นพื้นที่ทำกิน รวม 15 แปลง เนื้อที่ทั้งหมด 173 ไร่

นายษเอมร์ สันป่าแก้ว หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลป.5 (แม่กึ๊ด) เปิดเผยว่า จากการใช้พิกัดภาพถ่ายทางดาวเทียมเข้าตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนป่าแม่เรียง และนำไปเปรียบเทียบกับแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศปี 2545 พบว่ามีพื้นที่ถูกบุกรุกใหม่หลังปี 2545 จำนวน 15 แปลง  รวม 173 ไร่ มูลค่าความเสียหายประมาณ 12 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ได้มีการล้อมรั้วลวดหนามจับจองพื้นที่ไว้ เข้ามาทำการเกษตร ปลูกต้นมันสำปะหลัง และปลูกต้นสัก เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบกลับไม่พบว่าใครเป็นผู้ครอบครองที่ดินดังกล่าว  แต่เมื่อพบว่ามีการบุกรุกโดยผิดกฎหมาย จึงได้ทำการเข้าตรวจยึดอายัดไว้ทั้งหมด และส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เสริมงามลงบันทึกประจำวันส่งฟ้องศาลต่อไป  แต่ในวันนี้ยังไม่ได้มีการรื้อถอนรั้วลวดหนามออก เพราะต้องรอคำสั่งจากศาลอีกครั้ง

สำหรับพื้นที่ป่าที่มีชาวบ้านถือครองอยู่ก่อน ตามมติ ครม.วันที่ 30 มิ.ย. 2541 นั้น มีจำนวน 13 แปลง เนื้อที่ประมาณ 60 ไร่  มีการขึ้นทะเบียนรายชื่อผู้ครอบครองไว้แล้ว  แต่เบื้องต้นตามมติ ครม.ได้อนุโลมให้บุคคลกลุ่มนี้สามารถใช้พื้นที่ทำกินต่อไปได้  อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะได้เข้าไปตรวจสอบพื้นที่อีกครั้งว่า มีการบุกรุกพื้นที่โดยรอบเพิ่มเติมจากพื้นที่เดิมหรือไม่  หากพบการกระทำผิดก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นกัน  

ส่วนกรณีถนนทางหลวงชนบท ลป.4041 สายแม่กึ๊ด-ปงแพ่ง  ที่มีการตัดผ่านเขตป่าสงวนโดยไม่ได้ขออนุญาตนั้น ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวน ได้สรุปสำนวนและส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช.แล้ว ซึ่งถือว่าสิ้นสุดกระบวนการในพื้นที่  จึงเป็นอำนาจและอยู่ระหว่างการสอบสวนของ ป.ป.ช.

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์  ฉบับที่ 1107 วันที่  2 - 8  ธันวาคม 2559)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support