วันพฤหัสบดีที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

สอบเข้ม ผอ.รร. ทุจริตซ้ำซ้อน ปลอมบิลร้านค้า

จำนวนผู้เข้าชม

จากกรณีที่มีคณะครูกว่า 50 คน ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการบริหารจัดการภายในโรงเรียนเทศบาล 4 (บ้านเชียงราย) ของนางณพัภรชญาธ์ สุวรรณเนตร ผู้อำนวยการสถานศึกษา มายัง นายกิตติภูมิ นามวงค์ นายกเทศมนตรีนครลำปาง เพื่อเรียกร้องให้ตรวจสอบและดำเนินการทางวินัยกับผู้อำนวยการโรงเรียน  โดยล่าสุดทางกลุ่มผู้ปกครองได้รวมตัวกันไปพบผู้อำนวยการที่โรงเรียนเทศบาล 4  เพื่อขอคำชี้แจงเรื่องค่าใช้จ่ายเครื่องแบบ เป็นเข็มกลัดและโบว์ที่ราคาสูงเกินจริงกว่าปกติ 5-10 เท่าตัว  กลับไม่พบตัวแต่อย่างใด  

นายกิตติภูมิ นามวงค์ นายกเทศมนตรีนครลำปาง  เปิดเผยว่า  เรื่องเกิดขึ้นมานานแล้ว โดยได้พยายามประคับประคองเพื่อให้การบริหารงานในโรงเรียนขับเคลื่อนได้ ไม่ให้กระทบกับการเรียนการสอนของเด็ก จนในที่สุดเรื่องทั้งหมดคงจะเกิดจากความเหลืออดของครูในโรงเรียน และผู้ปกครอง  ทำให้ปะทุขึ้น ซึ่งทางครูเกือบทั้งหมดได้มายื่นหนังสือกล่าวหาผู้อำนวยการโรงเรียนว่ามีการทุจริตในหลายเรื่อง มากกว่า 10 เรื่อง เช่นเดียวกับกลุ่มผู้ปกครองที่กล่าวหาใกล้เคียงกัน เช่น การเงิน อุปกรณ์ สวัสดิการ  การบริหารจัดการในโรงเรียน เป็นต้น  ซึ่งตนเองได้รับเรื่องและพบกับผู้ร้องด้วยตัวเอง จากนั้นได้ทำหนังสือไปถึงคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดลำปาง (ก.ท.จ.) เพื่อแก้ปัญหาในเบื้องต้น เนื่องจากเป็นการกล่าวหาโดยฝ่ายเดียว โดยเฉพาะเรื่องของครู ต้องดำเนินการให้รอบคอบ เพราะอาจจะกระทบกับตัวครูเอง และกระทบไปถึงการเรียนการสอนของเด็กนักเรียนด้วย  ในส่วนของทางเทศบาลเอง ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงทั้งหมดทุกเรื่อง ซึ่งทางคณะกรรมการฯก็ได้มีการตรวจสอบค้นหาข้อมูลเอกสารหลักฐานในประเด็นที่ถูกร้องเรียน ไม่น่าจะเกิน 2 สัปดาห์จะสรุปได้ว่าข้อร้องเรียนทั้งหมดมีมูลความจริง ตามที่คณะครูและผู้ปกครองได้ร้องเรียนหรือไม่ 

นายกิตติภูมิ กล่าวว่า  เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบเรื่องการบริหารในโรงเรียน และความขัดแย้งในโรงเรียน จึงได้ทำเรื่องเสนอ ก.ท.จ.เพื่อขอย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล 4 ไปอยู่ที่โรงเรียนเทศบาล 3  สลับกันตามมติของ ก.ท.จ.  โดยได้มีการย้ายแล้วเมื่อวันที่ 4 ก.ค. 60 ที่ผ่านมา  ในตอนนี้ต้องรอผลการสวนสวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการฯเป็นที่ตั้ง หากพบว่ามีความผิด ต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย มี 2 กรณีคือ ผิดวินัย เป็นการตักเตือน ตัดเงินเดือน ภาคทัณฑ์  และความผิดวินัยร้ายแรง คือ ให้ออก หรือ ปลดออก   ยืนยันว่าไม่มีการวิ่งเต้น หรือไม่มีการขอเบี่ยงเบนผลการสอบสวนได้  งานนี้ถ้าผิดตนเองไม่เอาไว้อย่างแน่นอน  แต่ถ้าเขาไม่ผิดก็ต้องคืนความยุติธรรมให้เขา

นายกเทศมนตรี กล่าวอีกว่า  ผอ.คนนี้เคยโดนร้องเรียนมาแล้วครั้งหนึ่งแล้ว และมีการตั้งกรรมการสอบสวน  และสรุปออกมาว่าผิดวินัยไม่ร้ายแรง จึงได้เรียกมาว่ากล่าวตักเตือน  ส่วนเรื่องอื่นๆไม่ได้มีการร้องเรียนเข้ามา และไม่มีข้อมูลที่จะเอาผิดกับเขาได้

ด้านนางพรทิพย์ วิสารทวรากูล  เจ้าของร้านตะวันกาเม้นท์   เปิดเผยว่า  ทางร้านได้จำหน่ายชุดพื้นเมืองให้กับโรงเรียนเทศบาล 4  มานานแล้ว  ซึ่งตนเองเคยไปร้องเรียนนายกฯแล้วครั้งหนึ่ง ว่าผอ.ค้างจ่ายค่าเสื้อผ้าเด็กนักเรียน 1.9 แสนบาท ทางเทศบาลจึงให้นิติกรมาเจราจรจนสัญญาว่าจะทยอยจ่าให้เดือนละ 1 หมื่นบาท  จนถึงตอนนี้ก็ยังค้างจ่ายอยู่อีก 4 หมื่นบาท   จนมาระยะหลังนี้ทาง ผอ.ไม่มาสั่งชุดพื้นเมืองที่ร้าน แต่ไปสั่งที่อื่นแทน โดยได้มีการทำบิลและตรายางปลอมเป็นชื่อร้าน ซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณกลางปี 2559   ที่ตนเองทราบเรื่องเพราะทางผู้ปกครองหลายคนได้มาต่อว่าที่ร้านว่าเสื้อผ้าที่ได้ไปไม่มีคุณภาพ ตนเองจึงได้ตรวจสอบความจริงจนทราบว่า ผอ.มีการปลอมแปลงใบเสร็จของทางร้าน ไปซื้อเสื้อผ้าจากร้านอื่น แต่ออกใบเสร็จปลอมเป็นชื่อร้านของตนเอง  จึงได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานว่ามีกรณีนี้เกิดขึ้น และไม่ให้ทำเช่นนี้อีก แต่ไม่ได้แจ้งความเอาผิด เนื่องจากเห็นว่า ผอ.อายุยังน้อย อนาคตยังไปได้อีกไกล

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามไปยัง นางณพัภรชญาธ์ สุวรรณเนตร ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาล 4 (บ้านเชียงราย) ตามเบอร์โทรศัพท์ที่ประสานจากเจ้าหน้าที่ พบว่ามีคนรับสายเป็นหญิงแต่บอกว่าตนเองไม่ใช่ ผอ.  ซึ่งขณะนี้ ผอ.อยู่ระหว่างการรวบรวมเอกสารยื่นชี้แจงต่อคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง  คงจะไม่สะดวกให้ข้อมูลใดๆกับผู้สื่อข่าว

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1136 วันที่ 7 - 13 กรกฎาคม 2560) 
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support