วันศุกร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2560

ปธ.กองทุนมบ.ยันไม่เคยวิวาทพกปืนจ่อชาวบ้าน

จำนวนผู้เข้าชม url and counting visits

ประธานกองทุนหมู่บ้านศาลาดอนยันไม่เคยพกปืนข่มขู่ทะเลาะวิวาท งงประธานชุมชนชี้แจงว่าเคลียร์เรื่องเงินที่ถูกร้องเรียนแล้ว แต่เทศบาลเมืองเขลางค์ฯ ยังไม่สรุปและยังไม่มีการประชุมให้ชาวบ้านทราบ ด้านประธานชุมชนศาลาดอน เผยกรณีเอาผิดลูกเขยอดีตประธานชุมชนฯข่มขู่ลูกบ้านอยู่ระหว่างดำเนินคดี ลั่นไม่ได้พูดเรื่องปืนจ่อหัว เป็นความเข้าใจผิด

จากกรณีเมื่อวันที่ 22 ส.ค.60 ที่ผ่านมา จ.ส.อ.สง่า พุทธิมาเล ประธานชุมชนศาลาดอน หมู่ 3 ต.ชมพู อ.เมือง จ.ลำปาง ได้นำหลักฐานเป็นเอกสารปึกใหญ่มาชี้แจงต่อผู้สื่อข่าว ถึงที่มาที่ไปของเงินกองกลางของวัดและเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ของหมู่บ้าน หลังจากถูกชาวบ้านรวมตัวกันร้องเรียนว่า นำเงินไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัวจนเงินหายไปถึง 8 แสนบาท  พร้อมยืนยันว่า เงินกลองกลาง และเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ของหมู่บ้านทุกบาทยังอยู่ครบถ้วน ไม่ได้หายไปแม้แต่บาทเดียว  โดยส่วนใหญ่จะมีการเบิกจ่ายออกไปเพื่อสร้างซุ้มประตูทางเข้าวัด เทปูนปรับสนามลานหน้าวัด ปรับปรุงสนามกีฬาชุมชน ซื้อถ้วยชามเพิ่มเติมเข้าวัด เพื่อใช้ในงานพิธีต่างๆ ซื้อเครื่องเสียงแทนชุดเดิมที่ชำรุดเสียหาย และนำไปจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ให้กับวัด   ซึ่งเรื่องดังกล่าว ทำให้ตนเองและคณะกรรมการเสื่อมเสียชื่อเสียง จึงได้ไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับอดีตประธานชุมชนและคณะกรรมการก่อนหน้านี้แล้ว 

ต่อมานายสถิต ขจรไชยเดช อดีตประธานชุมชนศาลาดอน พร้อมด้วย ร.ต.ท.ธาดา สุระสะ ประธานกองทุนหมู่บ้านศาลาดอน  นายประกอบ ผันผาย ผู้ตรวจสอบงบการเงินเครือข่าย อ.เมือง  นายองอาจ เมฆสกุล ประธานร้านค้าการเกษตรกร ต.ชมพู  ได้ร่วมกันเปิดเผยกับลานนาโพสต์ว่า  เรื่องที่ชาวบ้านร้องเรียนประธานชุมชนศาลาดอนนั้น ยังไม่มีข้อสรุป โดยเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ศูนย์ดำรงธรรมได้ส่งหนังสือมายังนายสถิตย์ ขจรไชยเดช  แจ้งว่าจังหวัดได้ส่งเรื่องให้เทศบาลเมืองเขลางค์นคร ตรวจสอบข้อเท็จจริง และแจ้งผลการตรวจสอบให้กับชาวบ้านศาลาดอนทราบ ซึ่งได้สอบถามไปทางเทศบาลแล้ว ขณะนี้ทางเทศบาลยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จและยังไม่มีการนัดประชุมชาวบ้าน  พวกตนยังข้องใจและไม่ทราบว่าประธานชุมชนนำหลักฐานอะไรมาแสดงให้ผู้สื่อข่าวดู บอกว่าเคลียร์เรื่องทั้งหมดแล้ว  ซึ่งทางชาวบ้านก็มีหลักฐานบัญชีรายจ่ายทั้งหมด เป็นเอกสารบัญชีรายจ่ายที่ออกมาจากประธานชุมชนเอง ได้นำมาปิดประกาศไว้ แต่ปิดได้เพียง 1 ชั่วโมงก็ปลดออก แต่ก็มีชาวบ้านนำไปถ่ายเอกสารเก็บไว้นำมาตรวจสอบ พบว่าหลายรายการไม่ถูกต้องจึงทำให้ทราบว่าเงินหายไป 8 แสนบาท  เมื่อสอบถามทางประธานชุมชนไปก็ไม่ได้รับคำตอบ และยังท้าบอกว่าให้ไปร้องเรียนเอาเอง  จึงได้รวบรวมหลักฐานไปยื่นร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมเมื่อวันที่ 19 ก.พ.60 ดังกล่าว

นอกจากนั้นชาวบ้านศาลาดอน เคยร้องเรียนไปยังเทศบาล ให้มีการประชุมถอดถอนประธานชุมชน ในครั้งนั้นเทศบาลก็มาประชาคม โดยชาวบ้านมีมติถอดถอน 377 คน ไม่ถอดถอนแค่ 78 คน  แต่ไม่สามารถถอดถอนได้ เนื่องจากตามระเบียบเทศบาลแจ้งว่าต้องประมาณ 500 คน หรือ 1 ใน 3 ของชาวบ้านทั้งหมด  แต่ก็เห็นได้ชัดแล้วว่าคน 300 กว่าคนไม่อยากได้ประธานชุมชน

ส่วนกรณีที่ประธานชุมชนได้มีการแจ้งความพวกตนเกี่ยวกับ การนำเอาขอความอันเป็นเท็จไปลงโฆษณาในคอมพิวเตอร์นั้น  เป็นภาพวีดีโอที่ทางเทศบาลลงเผยแพร่ข่าวสารทางเว็บไซด์ยูทูป กรณีที่มีชาวบ้านไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม พวกตนไม่ได้เป็นผู้เผยแพร่วีดีโอดังกล่าว และในวันนั้น ร.ต.ท.ธาดา ก็ไม่ได้ไปที่ศาลากลางด้วย แต่กลับถูกแจ้งความเป็น 1 ใน ขณะนี้ก็รอผลทางคดีอยู่ว่าจะออกมาอย่างไร

ด้านนายประกอบ ผันผาย ผู้ตรวจสอบงบการเงินเครือข่าย อ.เมือง   กล่าวเสริมว่า เรื่องที่ประธานชุมชนชี้แจงว่าเงินจำนวน 8 แสนบาท นำไปสร้างซุ้มประตูวัดนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะเงินสร้างซุ้มประตูเป็นเงินที่ได้มาจากการจัดกฐิน ซึ่งทางวัดได้เปิดบัญชีไว้ต่างหากและคณะกรรมการวัดเป็นผู้ถือสมุดบัญชีเล่มนี้ไว้   ยอดเงินที่หายไป 8 แสนบาท จะมียอดกฐินของปี 58 รวมอยู่ด้วยประมาณ  1 แสนบาทเท่านั้น  ไม่เกี่ยวกับยอดกฐินของปี 59  ที่นำมาสร้างซุ้มประตูวัดอย่างแน่นอน  ที่ผ่านมาประธานชุมชนไม่เคยชี้แจงเรื่องการใช้เงินเลย ชาวบ้านไม่เคยเห็นสมุดบัญชีธนาคาร หรือยอดเงินคงเหลือ  ซึ่งยอดเงิน 8 แสนบาทที่หายไป เป็นยอดเงินก่อนที่จะมีกฐินของปี 59 จะเข้ามาด้วยซ้ำ

ส่วนกรณีพิพาทระหว่าง ร.ต.ท.ธาดา สุระสะ ประธานกองทุนหมู่บ้านศาลาดอน และ จ.ส.อ.สง่า พุทธิมาเล ประธานชุมชนศาลาดอนนั้น  ในเรื่องนี้  ร.ต.ท.ธาดา  กล่าวว่า เมื่อเดือนพฤศจิกายน 59  ที่ผ่านมาทางประธานชุมชนได้กล่าวหาหมิ่นประมาทตนว่ายักยอกเงินกองทุนหมู่บ้าน ทำงานไม่โปร่งใส โดยประกาศผ่านเสียงตามสายในหมู่บ้านให้ชาวบ้านได้ยินไปทั่ว  ตนจึงได้ดำเนินคดีและศาลตัดสินให้ตนชนะคดี  ประธานชุมชนต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับตน 30,000 บาท พร้อมประกาศขอโทษลงหนังสือพิมพ์ 7 วันติดต่อกัน และประกาศเสียงตามสายขอโทษในหมู่บ้านอีก 8 ครั้ง พร้อมกับทำเอกสารข้อตกลงว่าห้ามยุ่งเกี่ยวกัน แต่ปรากฏว่าประธานชุมชนก็ไม่ได้ตามข้อตกลงสักอย่าง

ประธานกองทุนหมู่บ้านศาลาดอน กล่าวอีกว่า  เรื่องใช้อาวุธปืนจ่อหัวชาวบ้าน ขอยืนยันเลยว่าตนเองไม่เคยทำในเรื่องดังกล่าว ถึงแม้ว่าจะเป็นตำรวจแต่ไม่เคยพกอาวุธในที่สาธารณะไปเรื่อย และที่ผ่านมาก็ไม่เคยทะเลาะวิวาทกับใครในที่ประชุมหมู่บ้านแม้แต่ครั้งเดียว ในการประชุมคัดเลือกกรรมการหมู่บ้าน ประธานชุมชนก็ได้มีการเชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารมาควบคุมดูแลที่ประชุม ชาวบ้านทุกคนเป็นพยานได้ว่าไม่มีกรณีการใช้ปืนข่มขู่หรือใช้ปืนจ่อหัวใครอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ กรณีการกล่าวถึงเรื่องการใช้อาวุธปืนข่มขู่และจ่อหัวชาวบ้าน ทางด้าน จ.ส.อ.สง่า พุทธิมาเล ประธานชุมชนศาลาดอน กล่าวว่า ในวันดังกล่าว ตนเองเป็นผู้ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวเพียงคนเดียว และยืนยันว่าตนไม่ได้พูดถึงเรื่องปืนจ่อหัว อาจเกิดจากการสื่อสารที่ผิดพลาดระหว่างที่ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว ซึ่งความจริงคือ ตนได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านรายหนึ่งว่าถูกข่มขู่ จากลูกเขยของอดีตประธานชุมชน โดยมีการใช้อาวุธปืนข่มขู่ชาวบ้าน จึงมาแจ้งให้ตนเองทราบ สุดท้ายทางผู้เสียหายก็ไม่เอาเรื่อง แต่ในฐานะที่ตนเองเป็นประธานชุมชนจึงแจ้งความและให้มากล่าวขอโทษตนเองภายใน 3 วัน แต่อีกฝ่ายก็ไม่มา จึงได้แจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งเรื่องนี้เกิดเมื่อปี 59 แล้ว ส่วนกรณีการจ่ายค่าไฟฟ้าให้วัดนั้น มีการจ่ายยอดค้างจริงเป็นเงิน 4.5 หมื่นบาท และมียอดรายจ่ายทุกเดือนๆละประมาณ 1 พันบาท ไม่ใช่เดือนละกว่าหมื่นบาทแต่อย่างใด

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1144 วันที่ 1  - 7 กันยายน 2560)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support