วันศุกร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2560

บ้านแหงยกพลต้านเหมืองเขียวเหลืองหวั่นพ.ร.บ.ใหม่เปิดช่องอนุมัติ

จำนวนผู้เข้าชม url and counting visits

ชาวบ้านแหงกว่า 200 คนลุยศาลากลางขอพบผู้ว่าฯ หลัง พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2560 ประกาศใช้ บทเฉพาะกาลระบุผู้ว่าฯมีอำนาจอนุญาตคำขอประทานบัตรได้ หวั่นมีการลักไก่อนุมัติคำขอประทานบัตรของบริษัทเขียวเหลืองที่เหลืออยู่อีก 4 แปลง   ด้านวิศวกรเหมืองแร่ ยันเหมืองแร่บ้านแหงเป็นประเภทที่ 3 อยู่นอกเหนืออำนาจของผู้ว่าฯ และคำขออีก 4 แปลงยังติดพื้นที่ สปก.

ชาวบ้านกลุ่มรักษ์บ้านแหงรวมตัวกันกว่า 200 คน เดินทางมายังศาลากลางจังหวัดลำปาง เพื่อขอเข้าพบนายสุวัฒน์ พรมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เพื่อต้องการสอบถามขั้นตอนคำขอใบอนุญาตประทานบัตรให้กับบริษัทเขียวเหลือง จำกัด  หลังจากที่ พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2560 ประกาศใช้เป็นวันแรกในวันที่ 29 ส.ค.60 ซึ่งมีกำหนดใน พ.ร.บ.แร่  ว่าผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจในการอนุมัติคำขอประทานบัตรด้วย

จากนั้นจึงได้เชิญตัวแทนชาวบ้านเข้าไปพูดคุยในห้องประชุม โดยมีนายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดเป็นตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัด มารับหนังสือแทน ซึ่งสิ่งที่ชาวบ้านต้องการทราบมีอยู่ 5 เรื่องด้วยกัน คือ 1.คำขอประทานบัตรแปลงที่  4 , 5 , 7 และ 8 ของบริษัทเขียวเหลือง จำกัด ปัจจุบันมีการดำเนินการอยู่ในขั้นตอนใด 2.คำขออนุญาตประทานบัตรแปลงที่ 6 ประทานบัตรที่ 30485/16138  ของบริษัทเขียวเหลือง จำกัด ปัจจุบันมีการดำเนินการอยู่ในขั้นตอนใด  3.จากที่มีการขอยกเลิกใบอนุญาตแผ้วถางป่าและคำขอใบอนุญาตหยุดการทำเหมืองของบริษัทเขียวเหลือง จำกัด ปัจจุบันทางบริษัทฯยังได้รับใบอนุญาตให้แผ้วถางป่าหรือไม่ และมีการยื่นขยายคำขอใบอนุญาตหยุดการทำเหมืองต่อไปหรือไม่ 4.กรมป่าไม้ได้มีการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ป่า เพื่อขออนุญาตประทานบัตรเหมืองแร่หรือไม่อย่างไร และมีการออกใบอนุญาตไปแล้วหรือไม่ หรืออยู่ในขั้นตอนใด 5.บริษัท เขียวเหลือง จำกัด ได้มีการยื่นขออนุญาตใช้พื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เพื่อขออนุญาตประทานบัตรเหมืองแร่หรือไม่อย่างไร และมีการออกใบอนุญาตไปแล้วหรือไม่อย่างไรหรือกำลังอยู่ในขั้นตอนใด

โดยชาวบ้านกลุ่มรักษ์บ้านแหง ยังคงยืนยันการคัดค้าน และยืนยันว่า บริษัท เขียวเหลือง จำกัด ยังไม่ได้ดำเนินการตามมาตรการฯในอีไอเอ 36 ข้อ ก่อนเริ่มดำเนินโครงการให้ครบถ้วน โดยเฉพาะในหัวข้อที่เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของประชาชนและการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง โดย บริษัท เขียวเหลือง จำกัด นำบุคคลภายนอกพื้นที่ เข้ามาเป็นกรรมการกองทุนต่างๆ ซึ่งขัดต่อมาตรการตามอีไอเอเพื่อให้หน่วยงานราชการอนุญาตเข้าไปทำเหมืองได้

นอกจากนั้น ชาวบ้านยังมีข้อสงสัย พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2560   ในมาตรา 28 ซึ่งระบุว่า ในจังหวัดที่จะมีการออกประทานบัตรสําหรับการทําเหมืองประเภทที่ 1 ให้มีคณะกรรมการแร่จังหวัด ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานกรรมการ ผู้อํานวยการสํานักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ปฏิรูปที่ดินจังหวัด ผู้แทนกรมเจ้าท่า ผู้แทนกรมทรัพยากรธรณี ผู้แทนกรมศิลปากร ผู้แทนกรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน และการเหมืองแร่ นายอําเภอและผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในท้องที่ที่ขอประทานบัตร และผู้แทน สภาการเหมืองแร่ เป็นกรรมการโดยตําแหน่ง และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งจํานวน ไม่เกินแปดคน เป็นกรรมการ

มาตรา 29 ให้คณะกรรมการแร่จังหวัดมีอํานาจหน้าที่ (1)ให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับการอนุญาตหรือไม่อนุญาต การต่ออายุ การโอน การเพิกถอน หรือการกําหนดเงื่อนไขใดๆ เกี่ยวกับประทานบัตรสําหรับการทําเหมองประเภทที่ 1  (2) พิจารณาข้อร้องเรียนหรือผลกระทบจากการทําเหมืองประเภทที่1 ตามมาตรา 69 (3) ให้คําปรึกษา คําแนะนํา และความเห็นแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดในการบริหารจัดการแร่ ในจังหวัดนั้น (4) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือตามที่รัฐมนตรีหรือผู้ว่าราชการ จังหวัดมอบหมาย

น.ส.แววรินทร์ บัวเงิน ตัวแทนกลุ่มรักษ์บ้านแหง กล่าวว่า  พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2560  ประกาศใช้แล้ว  มีบทเฉพาะกาลระบุให้มีคณะกรรมการแร่ระดับจังหวัด มีบทบาทหน้าที่ในการให้ประทานบัตรแก่ผู้ขอประทานบัตร และมีการแยกย่อยพื้นที่แร่ออกมาอีกกว่า 100 ไร่ สามารถให้นายก อบต.อนุญาตได้ และ 300 ไร่ อยู่ในอำนาจของคณะกรรมการแร่ระดับจังหวัด จึงข้องใจว่าเรื่องเดิมที่ได้ขอกันไป จะอยู่ในกฎหมายแร่ฉบับเก่าหรือในบทเฉพาะกาลของกฎหมายฉบับใหม่หรือไม่ จึงอยากทราบว่าจะมีการปรับเปลี่ยนตามกฎหมายหรือไม่ ในระหว่าง 180 วันที่ยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการแร่  และรอกฎหมายลูกของ กพร.  หากจะนำเรื่องนี้เข้ามาพิจารณาขอให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เพราะเรื่องนี้มีผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของชาวบ้าน

นายยงยุทธ นพนิช  วิศวกรเหมืองแร่ชำนาญการ ตัวแทนจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด กล่าวว่า  พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2560 ได้แบ่งประทานบัตรออกเป็น 3 ประเภท คือ ประเภทที่ 1 ผู้ว่าฯมีอำนาจอนุญาตการออกประทานบัตรโดยผ่านคณะกรรมการแร่จังหวัด เหมืองแร่ประเภทที่ 1 มีอยู่ 7 ชนิดแร่ เช่น ดินขาว ดินซีเมนต์ ดินทนไฟ ดินมาน เป็นต้น เนื้อที่ไม่เกิน 100 ไร่  ถ้าเกิน 100 ไร่จะเข้าไปอยู่ประเภทที่ 2 หรือ 3 เช่นแร่ถ่านหิน ซึ่งเป็นกลุ่มแร่ที่มีผลกระทบ เช่นการก่อสร้างต้องมีการระเบิดเหมือง เป็นต้น ซึ่งแร่ถ่านหินจัดอยู่ประทานบัตรประเภทที่ 3  ผู้ว่าฯไม่มีอำนาจในการอนุญาต เพราะขั้นตอนต้องมีการทำประชาคม มีการทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม แต่ในวิธีการปฏิบัติยังตอบได้ไม่ชัดเจน เนื่องจาก พ.ร.บ.แร่ เพิ่งมีผลบังคับใช้ ต้องรอดูกฎหมายที่ตามมา   คาดว่าคำขอใหม่จะต้องดำเนินการใหม่ทั้งหมด ยังติดพื้นที่ สปก.ไม่มีการดำเนินการใดต่อ เรื่องยังอยู่ที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด

ทั้งนี้ ในส่วนของชาวบ้านกล่าวว่า เร็วๆนี้ ชาวบ้านแหง หมู่  1 และหมู่ 7 จะมีการจัดประชาคมหมู่บ้านกันขึ้น เพื่อให้ทราบอย่างชัดเจนว่าชาวบ้านแหงไม่ต้องการเหมืองแร่ โดยจะเชิญผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อเป็นพยานยืนยันว่า ชาวบ้านไม่ต้องการจริงๆ เพราะที่ผ่านมามีการนำชาวบ้านจากที่อื่นมาสวมและอ้างว่ามีการผ่านประชาคมหมู่บ้านแล้ว ทำให้เกิดการผ่านประทานบัตรแปลงที่ 6 ซึ่งยังคงเป็นความชอกช้ำใจของชาวบ้านแหงจนถึงทุกวันนี้

(หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ ฉบับที่ 1144 วันที่ 1  - 7 กันยายน 2560)
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

18 ปี ลานนาโพสต์

.

.
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Theme Support