วันจันทร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2564

ศาลอุทธรณ์คดีทุจริตฯ แก้โทษ “ดิเรก” เหลือเพียง 3 กระทง จำคุก 3 ปี จากเดิม 16 ปี พร้อมพวกได้แก้โทษลดหลั่นกันไป ด้านคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยื่นฎีกาอีกครั้ง



จากกรณี นายดิเรก หรือ วรเดช ก้อนกลีบ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมพวกรวม 15 คน ถูกดำเนินคดีทั้งทางวินัย และทางอาญา   กรณีละเว้นการจับกุมผู้บุกรุกก่อสร้างอ่างเก็บน้ำกิ่วข้าวหลาม อ้างเก็บน้ำปงชัย อ่างเก็บน้ำแม่ทู และอ่างเก็บน้ำแม่หลวง ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้  โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157  เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2557  ซึ่งลำดับเหตุการณ์ได้ดังนี้

·       ป.ป.ช.ชี้มูลผิดวินัยร้ายแรง

ปี 57 คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีมติว่าพฤติกรรมของนายดิเรก ก้อนกลีบ เป็นการกระทำผิดวินัยร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงแก่ผู้ใดผู้หนึ่ง หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยสุจริต และฐานะกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง  

·       กระทรวงมหาดไทยสั่งไล่ออกจากราชการ

ต่อมาว่ากระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งที่ 372/2557 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2557 สั่งลงโทษไล่นายดิเรก หรือวรเดช ก้อนกลีบ ออกจากราชการ (ซึ่งนายดิเรกได้ลาออกจากราชการไปตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2554) กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  ชี้มูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง 

·       ดิเรกยื่นฟ้องศาลปกครองขอพิจารณาคำสั่งมหาดไทย

          ในปี 59 นายดิเรกจึงได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งลงโทษออกจากราชการต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม(ก.พ.ค.)  แต่ ก.พ.ค.ได้มีคำวินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์  นายดิเรก จึงได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองสูงสุด  

·       ศาลตัดสินคดีอาญา ลงโทษจำคุก 16 ปี  

ขณะที่นายดิเรกและพวกได้ถูกฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่ ในความผิดทางอาญาร่วมกันไปด้วย จนกระทั่งวันที่ 5 กรกฎาคม 61 เมื่อวันที่ 5 ก.ค.2561  ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีคำพิพากษาตัดสินลงโทษจำคุก นายดิเรก ก้อนกลีบ อดีตผู้ว่าลำปาง พร้อมพวกรวม 14 ราย

โดยตัดสินลงโทษนายดิเรก ก้อนกลีบ  และ นายเสริมศักดิ์ สีสันต์ อดีตนายอำเภอแม่เมาะ ถูกตัดสินลงโทษคนละ 4 กรรมๆ และ 4 ปี รวมจำนวน 16 ปี ส่วนจำเลยอื่นถูกตัดสินโทษลดหลั่นกันลงมา เบื้องต้นจำเลยทั้งหมด ได้มีการยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัว เพื่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์และฎีกาต่อไป 

·       คดีทางวินัย ศาลปกครองสั่งคืนตำแหน่ง

วันที่ 3 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 372/2557 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2557 ที่ลงโทษไล่ออกนายดิเรก ก้อนกลีบ ออกจากราชการ และคำวินิจฉัยของ ก.พ.ค. ที่วินิจฉัยยกอุทธรณ์ของนายดิเรก ก้อนกลีบ โดยให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันที่มีคำสั่งและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าว  พร้อมคืนสิทธิประโยชน์ให้แก่นายดิเรก ก้อนกลีบตามที่กฎหมายและระเบียบกำหนด

·       มหาดไทยยกเลิกคำสั่งลงโทษ

วันที่ 17 มิถุนายน 2563  กระทรวงมหาดไทยได้ออกหนังสือคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 1500/2563 เรื่องยกเลิกคำสั่งที่ 372/2557 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2557 สั่งลงโทษไล่นายดิเรก หรือวรเดช ก้อนกลีบ ออกจากราชการ  ลงนามโดย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย

โดยให้เหตุผลว่า ข้อเท็จจริงได้ปรากฏตามรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะอนุกรรมการธิการ ประสานภารกิจสภาปฏิรูปแห่งชาติ ด้านการปกครองท้องถิ่น ในคณะกรรมมาธิการปกครองส่วนท้องถิ่น สภานิติบัญญัติแห่งชาติ พบว่า การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำทั้ง 4 แห่ง มีสภาพแข็งแรง สามารถรองรับและเก็บน้ำได้อย่างดี และหากมีการบริหารจัดการเพื่อนำน้ำในอ่างมาใช้ประโยชน์ จะสามารถแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ อ.แม่เมาะ และทำให้ประชาชนมีน้ำใช้เพียงพอต่อการประกอบอาชีพ  ข้อเท็จจริงแสดงให้เห็นว่าการไม่ปฏิบัติตามระเบียบกรมป่าไม้ของนายดิเรก ก้อนกลีบ ไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ แต่กลับทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าว  ไม่อาจถือได้ว่านายดิเรก กระทำการได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง อันเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง  

แม้ว่า นายดิเรก หรือ วรเดช ก้อนกลีบ ได้พ้นความผิดทางวินัยแล้ว แต่ในส่วนของคดีอาญายังคงอยู่ระหว่างการต่อสู้ในชั้นศาล

·       คดีอาญา ศาลอุทธรณ์แก้คำพิพากษา ลดโทษ

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาแก้เป็นว่า   นายดิเรก ก้อนกลีบ จำเลยที่ 1 มีความผิด 3 กระทง ลงโทษจำคุกกระทงละ 1 ปี ปรับกระทงละ 10,000 บาท รวมจำคุก 3 ปี และปรับ 30,000 บาท 

ส่วนนายเสริมศักดิ์ สีสันต์ จำเลยที่ 2 นายประสาน ฝ่ายคำมี จำเลยที่ 7 มีความผิดคนละ 4 กระทง ลงโทษจำคุกกระทงละ 1 ปี ปรับกระทงละ 10,000 บาท รวมจำคุก 4 ปี และปรับคนละ 40,000 บาท 

นายถนอม โพธิ์วิจิตร จำเลยที่ 4 นายอำนวย ศรีบุญชู จำเลยที่ 5 และ นายธนชาติ มังกิตะ จำเลยที่ 6 มีความผิดคนละ 2 กระทง ลงโทษจำคุก กระทงละ 1 ปี ปรับกระทงละ 10,000 บาท รวมจำคุกคนละ 2 ปี ปรับคนละ 20,000 บาท 

นายสว่าง จาคำมา จำเลยที่ 8  นายพิสิฐ ทักษิณาพิมุข จำเลยที่ 9  นายมนตรี จำปาคำ จำเลยที่ 10  นายปรีดา ผลดี จำเลยที่ 11  นายคำเภา บุญมา  จำเลยที่ 12 นายวินัย ตันใจ จำเลยที่ 13  และ นายวิช อินจันทร์ จำเลยที่ 14 มีความผิดคนละ 1 กระทง ลงโทษจำคุกคนละ 1 ปี ปรับคนละ 10,000 บาท 

นายมนตรี จำปาคำ จำเลยที่ 10  นายปรีดา ผลดี จำเลยที่ 11  นายคำเภา บุญมา  จำเลยที่ 12 นายวินัย ตันใจ จำเลยที่ 13  และ นายวิช อินจันทร์ จำเลยที่ 14  ลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ 8 เดือน ปรับคนละ 6,666.666 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้คนละ 1ปี 

และทราบว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมลงมติเมื่อวันที่ 13 ก.ค.2564 เห็นควรที่จะฎีกาคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์  ซึ่งคดีนี้ยังไม่สิ้นสุด จำเลยทั้งหมดยังต้องต่อสู้ในชั้นศาลฎีกาต่อไป

·       สำหรับจำเลยในคดีนี้ ทั้งหมด 15 คน ประกอบไปด้วย 

1.นายดิเรก ก้อนกลีบ อดีตผู้ว่าลำปาง 

2.นายเสริมศักดิ์ สีสันต์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง นายอำเภอแม่เมาะ, 

3.นายประสาน ฝ่ายคำมี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ปลัดอำเภอแม่เมาะ, 

4.นายมงคล ธงสิบเจ็ด เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง เจ้าพนักงานป่าไม้ 5 ทำหน้าที่ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลป 17 (แม่จางตอนขุน), 

5.นายถนอม โพธิวิจิตร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง เจ้าพนักงานป่าไม้ 5 ทำหน้าที่ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลป 38 (ท่าสี), 

6.นายอำนวย ศรีบุญชู เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง เจ้าหน้าที่บริหารงานป่าไม้ 6 สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) ,

7.นายธนชาติ มังกิตะ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง เจ้าพนักงานป่าไม้ 5 สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง, 

8.นายสว่าง จาคำมา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลจางเหนือ, 

9.นายพิสิฐ ทักษิณาพิมุข เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาสัก, 

10.นายมนตรี จำปาคำ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง กำนันตำบลนาสัก อำเภอแม่เมาะ, 

11.นายปรีดา ผลดี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านดง อำเภอแม่เมาะ, 

13.นายคำเภา บุญมา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 5 ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ, 

14.นายวินัย ตันใจ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 ตำบลจางเหนือ อำเภอแม่เมาะ และ

15.นายวิช อินจันทร์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 7 ตำบลนาสัก อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง

 ข้อมูลจาก สำนักข่าวอิศรา

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น