วันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2569

เสียงสะท้อนจากเชียงใหม่ ถึงลำปาง “ณัฐพงษ์” เฉือน”ยศชนัน”

 

            หากวัดจากการทำโพลเฉพาะกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ ในห้วงระยะเวลาปลายปี 2568  เปรียบเทียบกับต้นปี 2569  จะพบว่า มีนัยสำคัญที่น่าสนใจ คือ จากกลุ่มคนอันดับหนึ่งที่บอกว่า ยังไม่ตัดสินใจเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรี กลับมีความชัดเจนมากขึ้น คือมีการระบุเจาะจงตัวบุคคลที่พวกเขาเห็นว่าควรสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี

          นั่นหมายถึงว่า ประชาชนมีข้อมูลมากขึ้น มีความชัดเจนมากขึ้น จากภาพบทบาท ลีลา ความน่าเชื่อถือของบรรดาแคนดิเดทนายกรัฐมนตรี ในช่วงการหาเสียง และการประชันวิสัยทัศน์บนเวทีต่างๆ ที่ประชาชนสามารถหาดูเมื่อไหร่ก็ได้ทางยูทูป โซเชียลมีเดียทั้งหลาย

            จึงสรุปมาเป็นอันดับ 1 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พรรคประชาชน 31.40 % อันดับ 2 ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พรรคเพื่อไทย 19.40 % โดยมี อนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย เป็นอันดับ 3 15.65 % (นิด้าโพล สำรวจความคิดเห็นเรื่อง “เลือกตั้ง 69 ของคนเชียงใหม่”สำรวจระหว่างวันที่ 9-14 มกราคม 2569)

            เสียงสะท้อนจากเชียงใหม่ จะดังถึงลำปางหรือไม่ คงไม่สามารถบอกได้ เพราะคนละพื้นที่ คนละกลุ่มประชากร แต่ภาพความเคลื่อนไหว และการหยั่งเสียงจากกระแสที่สัมผัส รับรู้ได้  ของ “ม้าสีหมอก” น่าจะพยากรณ์ได้ว่า คู่ชิงส.ส.เขตนาทีนี้ ก็คงมีเพียงพรรคประชาชน กับพรรคเพื่อไทยเท่านั้น

            แต่นั่นจะหมายถึงการสนับสนุนให้ผู้นำพรรคทั้งสองเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยหรือไม่นั้น คงต้องวิเคราะห์บทบาท การยอมรับ สไตล์หาเสียง การเข้าถึงผู้คนว่าระหว่าง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กับ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ มีจุดแข็ง จุดอ่อนต่างกันอย่างไร

          เริ่มที่ เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ อายุ 38 ปี มีประสบการณ์ในฐานะผู้นำพรรค 1 ปี จบปริญญาตรีวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จุดอ่อนของณัฐพงษ์ ที่ตกเป็นเป้าโจมตีมาอย่างต่อเนื่องคือการนำพรรคประชาชนไปสนับสนุนอนุทิน ชาญวีรกูล ให้เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งต่อมาได้ถูกนายอนุทิน ฉีก MOA หรือข้อตกลงความร่วมมือที่เคยทำไว้กับพรรคประชาชน ในประเด็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งทำให้เขาถูกมองว่าเป็นละอ่อนทางการเมือง โดยเฉพาะการวิพากษ์ของชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่ว่า เป็น “การหลอกลวงที่สมบูรณ์แบบ” และเขาจะทำสงครามสั่งสอนพรรคประชาชน ที่มีดีลลับกับพรรคภูมิใจไทย

            ในห้วงระยะเวลาที่ณัฐพงษ์ ยังไม่ได้ปรากฏตัวในฐานะหัวหน้าพรรค เขามีบทบาทสำคัญในการวางยุทธศาสตร์พรรค และต้องถือว่า การรับไม้ต่อจากชัยธวัช ตุลาธน ณัฐพงษ์ยังคงรักษาสถานะความเป็นพรรคคุณภาพของคนรุ่นใหม่ไว้ได้ รวมทั้งในหลายครั้งบนเวทีดีเบต ณัฐพงษ์ได้แสดงให้เห็นความเป็นนักการเมืองที่มีหลักการ ไม่อ่อนไหวไปตามกระแส เช่น การแสดงจุดยืน และคำอธิบายที่ชัดเจน ในคำถามเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 1 – 2 บนเวที NATION ELECTION 2569

            อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มี แต่ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ไม่มี คือสีสัน ลีลา บุคลิกของนักการเมืองที่จะเข้าถึงประชาชนได้ คุณสมบัติสำคัญที่ภาพหัวหน้าพรรคอาจไม่ได้มีส่วนช่วยมากนักสำหรับผู้สมัครพรรคประชาชน

          ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ อายุ 47 ปี บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย อันดับ 1 และเป็นบุคคลที่ได้รับเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ยศชนัน จบปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโทและเอกสาขาเดียวกันจากมหาวิทยาลัยเทกซัส อาร์ลิงตัน สหรัฐอเมริกา งานวิชาการที่โดดเด่นที่สุดของยศชนัน คือดุษฎีนิพนธ์เรื่องการใช้สัญญาณสมองมาช่วยเหลือผู้พิการ ก่อนมาทำงานการเมือง เขาคือศาสตราจารย์ สาขาวิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

            จุดอ่อนสำคัญของยศชนัน คือภาพของทายาทอสูร คือการเป็นเครือญาติของทักษิณ ชินวัตร ยศชนัน เป็นลูกชายของสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 26 และเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวทักษิณ ชินวัตร เขาจึงเป็นหลานของทักษิณ ชินวัตร เรียกว่าเป็นญาติใกล้ชิด พอจะตั้งข้อกล่าวหาได้ว่า คือตัวแทนทักษิณ หรืออย่างน้อย หากยศชนัน ได้เข้าสู่อำนาจ ข้อระแวงสงสัยเรื่อง The Man Behind หรือผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ก็อาจเป็นภาพหลอนติดตามมา เช่นเดียวกันช่วงที่แพรทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี

          ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งนับว่าได้เปรียบณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิอยู่เล็กน้อย ตรงที่เขายังไม่มีบาดแผลทางการเมือง แต่ก็ต้องพิสูจน์ตัวเองหนักหน่วง แม้ความเป็นยศชนัน จะเป็นดาวฤกษ์ ที่มีแสงสว่างในตัวเองอยู่แล้ว เขายิ่งต้องพยายามมากขึ้น เพื่อขับเน้นให้เห็นว่า หากวันหนึ่งประเทศไทย จะต้องขานชื่อนายกรัฐมนตรีชื่อยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ก็เป็นเพราะความเป็นยศชนันนั่นเอง ไม่ใช่ใครอื่น

#ม้าสีหมอก #เจาะสนามเลือกตั้งลำปาง #Lannapost #ลานนาโพสต์ #ข่าวลำปาง







ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น