ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่กำลังพัดผ่าน ลำปาง เขต 3 กำลังก้าวเข้าสู่หมุดหมายสำคัญที่ประชาชนจะเป็นผู้กำหนดทิศทางพื้นที่ของตนเองอีกครั้ง “ทนายโม” หรือ ธนภัทร ศรีปินตา เป็นอีกคนในฐานะคนรุ่นใหม่ที่ประกาศชัดว่า “หมดยุคนักการเมืองสืบทอด” พร้อมนำความรู้ด้านกฎหมายและเทคโนโลยีมาเปลี่ยนบ้านเกิด
ลานนาโพสต์: ในฐานะที่เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ เหตุใดจึงตัดสินใจมาลงสนามเลือกตั้ง ส.ส.ในเขต 3 ลำปางครั้งนี้?
ทนายโม:
ผมมั่นใจในนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ที่ว่า “ส.ส. ที่ดี คุณเองก็เป็นได้” ประชาธิปไตยยุคใหม่ต้องขับเคลื่อนโดยคนรุ่นใหม่
ผมเกิด โต และใช้ชีวิตที่นี่มาทั้งชีวิต จึงเข้าใจปัญหาพื้นที่เป็นอย่างดี
ผมมั่นใจว่า คำว่า ส.ส.ที่ดี คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะหัว หน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้กล่าวไว้ สำหรับผม คือใครก็ได้ที่ไม่ต้องพึ่งพาระบบบ้านใหญ่หรือการสืบทอดอำนาจ เพราะมันหมดยุคของการวางผ้าไตรนักการเมืองสืบทอดแล้วครับ
ลานนาโพสต์: อะไรคือ "ไม้เด็ด" ในการหาเสียงครั้งนี้
ท่ามกลางคู่แข่งที่มีทั้งอดีต ส.ส. และเจ้าของพื้นที่เดิม?
ทนายโม: ผมเน้นการหาเสียงแบบประชาธิปไตยยุคใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีและ AI เข้ามาช่วยเพื่อให้เข้าถึงผู้คน ผมไม่ซีเรียสว่าใครจะเป็นอดีต ส.ส. หรือมีตำแหน่งอะไร ผมเน้นที่ตัวผมและการหาเสียงที่ยุติธรรม ประสบการณ์ที่ผมเก็บเกี่ยวมา ทั้งจากการเป็นทนายความและพื้นฐานครอบครัว ทำให้ผมมั่นใจว่าผมพร้อมที่จะทำเต็มที่เพื่อคว้าที่นั่งเขต 3 ให้ได้
ลานนาโพสต์:คุณคิดว่าปัญหาเร่งด่วนที่จะต้องได้รับการแก้ไขในพื้นที่ เขต 3 ลำปาง มีอะไรบ้าง?
ทนายโม: ปัญหาที่เร่งด่วนในตอนนี้คือปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ผมเองก็เป็นลูกชาวนา ทุกวันนี้ทำนาก็แทบเสมอตัว เพราะปุ๋ยและต้นทุนทุกอย่างแพงมาก ผมจะผลักดันให้พืชผลการเกษตร โดยเฉพาะข้าว มีราคาที่สูงขึ้นและมีตลาดรองรับที่ชัดเจน นอกจากนี้ผมจะนำความรู้ด้านเทคโนโลยีมาช่วยพี่น้องไม่ให้ตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุดในชีวิตประจำวันครับ
ผมอยากให้มีการศึกษาที่เท่าเทียม
โดยมีนโยบาย “ยกหนี้ กยศ.” เพื่อลดภาระให้คนรุ่นใหม่ และมีสวัสดิการสนับสนุนการเกิด
เพื่อจูงใจให้ครอบครัวมีความพร้อม คือ “เกิดปุ๊บรับปั๊บ
65,000 บาท” และรับต่อเนื่องรวม 100,000 บาท จนถึงอายุ 18 ปี
นี่คือสิ่งที่ผมตั้งใจจะทำเพื่อสร้างรากฐานที่ดีให้เขต 3 ครับ
ลานนาโพสต์
:
ในฐานะนักกฎหมาย มีแนวคิดในการจัดการกับวิกฤตฝุ่น PM 2.5 ที่รุนแรงทุกปีอย่างไร?
ทนายโม:
ปัญหานี้ต้องใช้การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังครับ การเผาในที่โลกมีทั้งกฎหมายอาญา
จำคุกไม่เกิน 7 ปีและปรับไม่เกิน 140,000บาท และกฎหมายการสาธารณสุข
มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000บาท ผมมองว่าหากเอาจริงเอาจังจะช่วยลดการเจ็บป่วยของประชาชนได้
ควบคู่ไปกับการตรวจสอบมลพิษจากรถยนต์และโรงงานอย่างเข้มงวดตามโครงการที่รัฐมีอยู่แล้ว
ลานนาโพสต์: หากต้องเลือกระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน พรรค หรือประชาชน
คุณจะตัดสินใจอย่างไร?
ทนายโม:
ผมตัดสินใจชัดเจนครับว่า “ต้องเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง”
ผมไม่สนใจประโยชน์ส่วนตนหรือส่วนอื่นใด เพราะผมมาจากประชาชน
เป็นลูกชาวบ้านชาวนาที่อยากเห็นบ้านเกิดดีขึ้น เมื่อประชาชนให้โอกาสผม
ผมก็ต้องทำเพื่อประชาชนอย่างที่สุดครับ
"สุดท้ายแล้ว อนาคตของลำปางเขต 3 ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำมั่นสัญญาใดๆ
แต่ขึ้นอยู่กับปลายปากกาของพี่น้องประชาชนทุกคน ในวันเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้"





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น