แม้ในศึกเลือกตั้งครั้งนี้ ชื่อของ "ภุมรา จันทรสุรินทร์" อาจดูเป็นหน้าใหม่บนบัตรลงคะแนน แต่สำหรับคนในพื้นที่เขต 4 จังหวัดลำปาง เธอคือคนคุ้นเคยที่ทำงานอยู่เบื้องหลังตระกูลจันทรสุรินทร์มาอย่างยาวนาน วันนี้ไปทำความรู้จัก ความคิดและอุดมการณ์ของเธอ ในวันที่ตัดสินใจก้าวออกมายืนแถวหน้าเพื่อเป็นกระบอกเสียงให้พี่น้องประชาชน
ลานนาโพสต์: ในฐานะผู้สมัครหน้าใหม่ อะไรคือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจลงสมัคร
ส.ส. ในครั้งนี้?
ภุมรา:
แม้จะเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ แต่พี่หญิงทำงานเบื้องหลังร่วมกับท่าน ส.ส. พินิจ
และท่าน ส.ส. อิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ มาเกือบ 20 ปีแล้วค่ะ แรงผลักดันสำคัญมี 2
ส่วน
หนึ่งคือความตั้งใจส่วนตัวที่เรียนจบด้านรัฐศาสตร์
จุฬาฯ มาโดยตรง และมีอุดมการณ์ที่อยากจะเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง
ทั้งการตรากฎหมายเพื่อแก้ปัญหาการคุกคามทางเพศ และการผลักดันนโยบายเพื่อกลุ่ม SME
ที่พี่หญิงคลุกคลีอยู่
สองคือเสียงเรียกร้องจากชาวบ้านในพื้นที่ที่อยากให้เรามาสานต่อเจตนารมณ์ของ
ส.ส. อิทธิรัตน์ (สามี) ที่เสียชีวิตไป เพราะเขามั่นใจว่าตระกูลจันทรสุรินทร์ไม่เคยทอดทิ้งประชาชน
ลานนาโพสต์: สนามเลือกตั้งเขต 4 มีทั้งอดีต ส.ส. และผู้สมัครที่กระแสแรง
คุณมองว่าอะไรคือจุดเด่นที่จะใช้สู้ในศึกนี้?
ภุมรา:
ต้องยอมรับว่าคู่แข่งทุกท่านมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน แต่สำหรับพี่หญิง
เราเชื่อมั่นใน "ประสบการณ์"
ที่มีทั้งในเชิงบริหารธุรกิจและการประสานงานทางการเมืองที่สะสมมานาน
สิ่งนี้จะช่วยให้เราสามารถนำพาเขต 4
ไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรมค่ะ
ลานนาโพสต์: ปัญหาเร่งด่วนที่ต้องรีบแก้ไข และแผนการดูแลพื้นที่ในระยะยาวคืออะไร?
ภุมรา:
ปัญหาที่ต้องแก้ทันทีคือเรื่อง "ปากท้อง" รายรับไม่พอกับรายจ่าย
ซึ่งพรรคภูมิใจไทยมีนโยบาย "10 พลัส" เช่น คนละครึ่งพลัส
และการลดค่าไฟเหลือ 3 บาทต่อหน่วย เพื่อช่วยลดภาระประชาชน ส่วนแผนระยะยาวคือเรื่อง
"คุณภาพชีวิตและระบบน้ำ" ทั้งน้ำกินน้ำใช้และน้ำเพื่อการเกษตร
ซึ่งเป็นนโยบายหลักของตระกูลจันทรสุรินทร์มาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อพินิจ
เรามีผลงานประจักษ์ทั้งอ่างเก็บน้ำแม่ริมพัฒนา โครงการประปาหมู่บ้านเวียงมอก
และอีกหลายพื้นที่ที่ต้องเข้าไปทำนุบำรุงอย่างต่อเนื่อง
ลานนาโพสต์: สำหรับวิกฤต PM 2.5 ที่ลำปางเจอหนักทุกปี
มีแผนรับมือที่ทำได้จริงอย่างไร?
ภุมรา:
เราต้องแก้ที่ต้นตอค่ะ สาเหตุหลักมาจากการลดลงของพื้นที่ป่า และมีโรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น
โดยเฉพาะในเขตอำเภอเกาะคา พี่หญิงมองการแก้ปัญหาเป็น 2 ระยะ คือระยะสั้นต้องสร้างความเข้าใจและเสนอแนวทางใหม่ๆ
แทนการเผาเพื่อหาของป่าหรือกลบหน้าดิน ส่วนระยะยาวคือการเพิ่มมาตรการทางกฎหมาย
ซึ่งพี่หญิงตั้งใจจะนำเรื่องนี้เข้าสู่สภาเพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขอย่างยั่งยืน
หากมีโอกาสเข้าไปเป็นตัวแทนของพี่น้องเขต 4 ค่ะ
ลานนาโพสต์: หากต้องเลือกระหว่าง "ผลประโยชน์พรรค" กับ "ประโยชน์ของประชาชน"
คุณมีหลักการอย่างไร?
ภุมรา: พี่หญิงถือคติว่าเราอาสาเข้ามาต้องมีจิตวิญญาณ เราไม่ได้มาเป็นเจ้านาย แต่มาเป็น "ผู้ดูแลประโยชน์ของประชาชน" เมื่อเราได้ชื่อว่าเป็นผู้แทนราษฎรเขต 4 ของชาวลำปาง ทุกการกระทำและการตัดสินใจจะต้องคำนึงถึงเสียงทุกเสียงที่เลือกเราเข้ามาเป็นอันดับแรกค่ะ
“ร่วมกันใช้สิทธิเพื่อเลือก
'ผู้แทน' ที่พร้อมรับฟังทุกความเดือดร้อน
และพร้อมเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องชาวลำปางด้วยหัวใจ”






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น