สืบสวน สภ.เกาะคา
บุกจับ “แมน” คาบ้านพักในหมู่บ้านศาลาไชย ตรวจค้นพบยาบ้ากว่า
12,561 เม็ด และยาไอซ์ 6.11 กรัม เจ้าตัวพยายามวิ่งหนีจนล้มแขนบิดผิดรูป
ก่อนถูกควบคุมตัว พร้อมรับสารภาพรับยามาจำหน่ายต่อเพื่อเอากำไร
วันที่
15 มีนาคม 2569 เวลา 13.00 น. ชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พ.ต.ท.ภาค พิจอมบุตร
สว.สส.สภ.เกาะคา ร.ต.อ.อุทิศ ล้านสม รอง สว.สส.สภ.เกาะคา พร้อมชุดสืบสวน สภ.เกาะคา
ร่วมกันจับกุมตัว นายแมน อายุ 35 ปี ที่อยู่ หมู่ที่ 6 ตำบลศาลา อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง พร้อมของกลาง ยาบ้า 12,561 เม็ด ยาไอซ์ น้ำหนักรวม
6.11 กรัม โทรศัพท์มือถือไอโฟน 1 เครื่อง โดยกล่าวหาว่า
"มียาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงประเภท 1 (ยาบ้าและยาไอซ์)ไว้ในความครอบครอง
โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำการเพื่อการค้า
ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1
(เมทเอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนกฎหมาย"
โดยจับกุมได้ที่บ้านไม่มีเลขที่ ภายในหมู่บ้านศาลาไชย หมู่ที่ 2 ตำบลศาลา อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง
ก่อนการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.เกาะคา
ได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายแมน(ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) ได้นำยาบ้าจำนวนหนึ่งมาพักเก็บไว้
เพื่อรอจำหน่ายให้แก่กลุ่มผู้ใช้แรงงานและกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ อำเภอเกาะคา
จังหวัดลำปาง ที่บ้านไม่มีเลขที่ภายในหมู่บ้านศาลาไชย
หมู่ที่ 2 ตำบลศาลา อำเภอเกาะคา
จังหวัดลำปาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว
โดยอาศัยเหตุจำเป็นเร่งด่วน
เมื่อมาถึงบ้านหลังดังกล่าวพบชายคนหนึ่งยืนอยู่ภายในบ้าน
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัว
เมื่อชายคนดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้วิ่งหลบหนีไปบริเวณหลังบ้าน
จากนั้นได้ล้มลงเองแล้วเกิดอาการบาดเจ็บโดยแขนซ้ายมีการบิดผิดรูป จึงถูกจับกุมตัวไว้ได้ ซึ่งคือนายแมน
ตามที่สายลับแจ้งไว้
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยตำบลศาลา
มาตรวจสอบอาการบาดเจ็บและปฐมพยาบาลเบื้องต้น
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งนายแมน
เพื่อขอทำการตรวจค้นภายในบ้านพัก พบยาไอซ์ลักษณะชนิดเกล็ดสีใส
ยาไอซ์ทั้งหมดน้ำหนักรวม 6.11 กรัม และยาบ้าชช
จำนวน 12,561 เม็ด ก่อนจะนำตัวนายแมนไปตรวจปัสสาวะ ซึ่งมีผลเป็นบวก
นายแมนรับว่าได้เสพยาเสพติด (ยาบ้า)
มาจริง จึงได้ควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.เกาะคา
นายแมน
ให้การว่า ยาบ้าดังกล่าวซื้อมาจากนายจะคือ จำนวน 1 ก้อน (ก้อน 6 มัด มัดละ 10 ถุง
ถุงละ 200 เม็ด) รวมยาบ้าประมาณ 12,000 เม็ด ในราคา 20,000 บาท เฉลี่ยราคา ถุงละ
200 บาท โดยติดต่อผ่านช่องทางแอพพลิเคชั่นเฟซบุ๊ก
แล้วจากนั้น ตนไปรับยาที่จุดนัดพบ เมื่อได้ยาบ้ามาแล้วนั้นตนได้จำหน่ายยาบ้าส่วนหนึ่งให้กับกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใช้แรงงานในพื้นที่ อ.เกาะคา ในราคาถุงละ 2,000 บาท
และตนจะได้กำไรถุงละ 1,800 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน
จึงคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะคา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น