เมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา
กลุ่มสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.)
พร้อมด้วยเครือข่ายชาวบ้านจากหลายอำเภอในจังหวัดลำปาง ประมาณ 200 คน
ได้รวมตัวกันบริเวณถนนด้านหน้าทางเข้าศาลากลางจังหวัดลำปาง
ก่อนจะเดินขบวนเข้ามาด้านในศาลากลางจังหวัด
เพื่อยื่นข้อเรียกร้องต่อผู้ว่าราชการจังหวัด กรณีการออกประกาศห้ามเผาและมาตรการปิดป่า
ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อกลุ่มชาวบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่กับป่า
นายอิทธิพล
วัฒนาศักดิ์ดำรง ชาวบ้านแม่หมี ต.หัวเมือง อ.เมืองปาน จ.ลำปาง
หนึ่งในตัวแทนชาวบ้าน ได้เปิดเผยถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นว่า มาตรการปิดป่าที่รัฐนำมาใช้ทุกปีนั้น
กลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน
"พอมีมาตรการปิดป่า เราไม่สามารถเข้าไปจัดการทรัพยากรในป่าได้ตามปกติ เช่น เมื่อเกิดไฟป่าขึ้น เราก็ไม่สามารถเข้าไปดับไฟได้ทันท่วงที หรือแม้แต่การทำแนวกันไฟที่เราเคยทำเป็นประจำทุกปี ก็ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้ เนื่องจากชาวบ้านเกรงกลัวว่าจะเป็นการฝ่าฝืนคำสั่ง และมีความผิด " นายอิทธิพลกล่าว
นายอิทธิพล
ยังกล่าวถึงประเด็นการจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ว่า
ชาวบ้านมีการจัดการอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่การเผาอย่างไร้ทิศทาง โดยการเผาแต่ละครั้งเป็นการจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ที่กำหนดไว้
และทำเพียงปีละ 1 ครั้ง
โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงภายใต้การควบคุมของชุมชนจนกว่าไฟจะดับสนิท
นอกจากนี้
ชาวบ้านยังได้ร้องเรียนถึงเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ โดยระบุว่าเมื่อคืนวันที่
25 มีนาคมที่ผ่านมา ได้มีการเผากระท่อมของชาวบ้านในเขตชุมชนด้วย
จึงต้องการเรียกร้องต่อผู้ว่าราชการจังหวัด คัดค้านมาตรการปิดป่า ขอสิทธิชาวบ้านในการเข้าไปดูแลและจัดการไฟป่า
ตามวิถีชุมชนที่เคยปฏิบัติ ขอให้เปิดพื้นที่ป่าในเขตชุมชน
โดยไม่เหมารวมพื้นที่อยู่อาศัยและที่ทำกินของชาวบ้านเป็นเขตป่าที่ต้องปิด
และขอให้ชาวบ้านได้บริหารจัดการเชื้อเพลิงเอง รวมทั้งขอให้ฝ่ายปกครองตรวจสอบการละเมิดสิทธิ์บ้านแม่หมี
ต.หัวเมือง อ.เมืองปาน กรณีมีการเผากระท่อมของชาวบ้านบ้านแม่หมี
เมื่อคืนวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการกระทำที่กลุ่มชาวบ้านรับไม่ได้
ขณะเดียวกันทางชาวบ้านได้ขอให้ทางอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง
ชี้แจงความคืบหน้ากรณีเหมืองแม่เลียง อ.เสริมงาม ว่าขณะนี้อยู่ในขั้นตอนใด ขอสถานะการออกประทานบัตรเหมืองแร่ในพื้นที่
เนื่องจากพบว่ายังมีบริษัทเข้าไปสำรวจแร่ในพื้นที่โดยรอบอย่างต่อเนื่อง
โดยในช่วงแรก
กลุ่มผู้ชุมนุมแสดงความผิดหวัง เนื่องจากผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ได้ออกมาพบด้วยตนเอง
อย่างไรก็ตาม ทางจังหวัดลำปางได้ประสานให้ทางปลัดจังหวัด
พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
จ.ลำปาง สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 ลำปาง สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่
13 สาขาลำปาง เข้ารับเรื่องและรับฟังข้อเสนอของชาวบ้าน
โดยเปิดโอกาสให้ชาวบ้านทั้งหมดที่มาชุมนุมเข้าร่วมรับฟังการเจรจาที่อาคารห้องประชุมจังหวัด
เพื่อหาทางออกร่วมกันต่อมาตรการดังกล่าวต่อไป






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น