ตำรวจ
ปทส. กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
กก.4 บก.ปทส. สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตำรวจ ในพื้นที่
เข้าตรวจยึดพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติคืน หลังมีผู้ร้องเรียนว่าอดีตผู้นำชุมชน รุกล้ำพื้นที่ป่าและลำห้วยหวังเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนหน้าร้อนนี้
วันที่
2 มี.ค. 69 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส.,พ.ต.อ.วิศิษฐ์
พลบม่วง รอง ผบก.ปคม.รรท.รอง ผบก.ปทส.,พ.ต.อ.ณัทกฤช
น้อยคำปัน ผกก.4 บก.ปทส., พ.ต.ท.เกียรติพันธ์ เจริญชนิกานต์
รอง ผกก.4 บก.ปทส., ร.ต.ท.วสุอนันต์ สารีพันธ์ รอง สว. (ป)
กก.4 บก.ปทส.,พร้อมชุดปฎิบัติการ กก.4 บก.ปทส. จ.ลำปาง สนธิกำลัง
เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ) กรมป่าไม้ นำโดย นายเมธี
ศาสตร์ศรี ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 3 ภาคเหนือ (กรมป่าไม้), นายกรัณย์พล แสงทอง
ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 ลำปาง นายกมล ร่างมณี ผู้อำนวยการส่วน
ป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า สั่งการให้ เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่
ลป.7 (แม่สอย) ประสาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน จ.ลำปาง เข้าร่วมตรวจสอบเหตุร้องเรียนไปยัง ตำรวจ ปทส. กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

หลังพบว่า มีอดีตผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่แห่งนี้ ได้นำเครื่องจักร รถแบ็กโฮ รถไถ และคนงาน
เข้ามาปรับพื้นที่ป่าเป็นบริเวณกว้าง สร้างสิ่งปลูกสร้างเพิงพักขนาดเล็ก 15 หลัง สร้างสไลด์เดอร์ กลางลำห้วยแม่สอย และสร้างสาธารณูปโภค เพื่อบริการนักท่องเที่ยว หวังให้เป็นแหล่งพักผ่อน
ท่องเที่ยวในห้วงหน้าร้อนและเทศการสงกรานต์ที่ใกล้จะถึงนี้ โดยใช้ชื่อว่า “ล่องแพแม่สอยใน
เปิดฤดูกาลความสนุก 1 มีนาคม 2569” ที่บริเวณลำห้วยแม่สอย เขตบ้านไร่ ม.4 ต.แจ้ซ้อน
อ.เมืองปาน จ.ลำปาง
จึงสนธิกำลังเข้าตรวจสอบ
เบื้องต้นไปถึงพบว่า พื้นที่ถูกปรับแผ้วถางเป็นบริเวณกว้าง พบนายกรณ์พลวัช
(ขอสวนนามสกุล) อายุ 48 ปี ชาวบ้านในพื้นที่
กำลังขับรถไถปรับพื้นที่เพื่อให้เป็นลานจอดรถ
ได้ยอมรับว่าตนเองเป็นเจ้าของพื้นที่และกำลังเร่งดำเนินการเพื่อที่จะเปิดให้บริการนักท่องเที่ยว
ให้เร็วที่สุดเนื่องจากว่าการก่อสร้างปรับพื้นที่ล่าช้าออกไปยังไม่สามารถให้บริการได้ในขณะนี้

โดยเจ้าหน้าที่ได้ให้
นายกรณ์พลวัช นำเอกสารหลักฐานในการครอบครองที่ดินมาแสดง
แต่อ้างว่ายังไม่สามารถนำมาได้เนื่องจากเอกสารอยู่อีกที่หนึ่ง
และที่ดินแห่งนี้เป็นมรดกตกทอดมาจากบิดามารดา ซึ่งแต่เดิมเป็นพื้นที่ทางการเกษตร
แต่สมัยที่ตนเองดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน มีแนวคิดที่จะพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว
เพื่อหาอาชีพให้แก่ชุมชน
จึงได้รวมกลุ่มจัดตั้งกลุ่มสหกรณ์(แต่ยังไม่ได้ลงทะเบียนกลุ่มสหกรณ์)
ได้ทำเรื่องทำถนนเข้าพื้นที่ระยะทาง 2 กิโลเมตร
ได้เกิดการร้องเรียนโครงการปรับปรุงซ่อมแซมถนน จนหน่วยงานราชการเข้ามาตรวจสอบแล้ว พบว่าไม่มีความผิด
เพื่อไม่ให้เกิดข้อพิพาทตนเองจึงได้ลาออกจากตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน
มาประกอบอาชีพส่วนตัว จนกระทั่งเมื่อปี 2567
เริ่มกลับเข้าพื้นที่และเข้ามาปรับปรุงพื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวให้ชุมชน

นายกรณ์พลวัช กล่าวว่า ได้ว่าจ้างคนงานและรถเครื่องจักรต่างๆมาปรับพื้นที่โดยใช้ทุนตนเองทั้งหมด
เพื่อหวังสร้างรายได้สร้างแหล่งท่องเที่ยวในชุมชนเร่งปรับพื้นที่ตกแต่งพื้นที่ก่อนเพื่อที่จะเปิดบริการท่องเที่ยวให้เร็วที่สุด
แต่ไม่ได้ขอนุญาตผู้ปกครองพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
และไม่มีเจตนารุกป่าลำห้วยแต่อย่างใด จนกระทั่งถูกเข้ามาตรวจสอบอีกครั้ง
ด้านเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจวัดพื้นที่ พบว่า
จุดดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่สุกป่าแม่สอย
ตรวจสอบพบพื้นที่ถูกบุกรุก 6-0-61 ไร่ ค่าเสีย 419,872 บาท จึงได้ควบคุมตัวนายกรณ์พลวัชมาสอบสวนและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น