วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569

ชายผู้เสียหายโผล่อีกราย เคยถูก “นายฐา” ใช้มีดฟัน-แทง 4 แผล ตั้งแต่ ม.ค. แต่คดีเงียบ ก่อนมาก่อเหตุยิงนักข่าวท้องถิ่นดับ จึงแสดงตัวเข้าแจ้งความเพิ่มเติม

 


วันที่ 30 เม.ย. 2569 ที่ สภ.เขลางค์นคร อ.เมืองลำปาง ได้มีชายผู้เสียหายรายหนึ่งเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เขลางค์นคร  ระบุว่าเคยถูกชายชื่อ นายฐาหรือ นายอนุสรณ์ อายุ 63 ปี ชาวบ้านศรีปงชัย ต.ชมพู อ.เมืองลำปาง ใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกายตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมกราคม 2569  และเคยเข้าแจ้งบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เขลางค์นคร แล้ว แต่คดีไม่มีความคืบหน้า กระทั่งมาทราบภายหลังว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนักข่าวท้องถิ่นชายเสียชีวิต และใช้มีดทำร้ายภรรยาและน้องสาวของภรรยาจนบาดเจ็บสาหัส 2 ราย เมื่อวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา  จึงได้มาแสดงตัวและแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มเติมอีกครั้ง 

ผู้เสียหายเล่าว่า เหตุการณ์เริ่มขึ้นช่วงปลายเดือนมกราคม 2569 ขณะตนพร้อมภรรยาไปขอเตาอั้งโล่เก่าจากร้านลาบคนเถินที่ปิดกิจการแล้ว โดยใช้รถจักรยานยนต์พ่วงข้างเข้าไปยังบริเวณร้านดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ติดกับร้าน 268 ต้มเลือดหมู ของนายฐา บริเวณถนนพหลโยธิน


ระหว่างที่กำลังยกเตาอั้งโล่ขึ้นรถ นายฐาซึ่งนอนอยู่ในร้านได้ลุกขึ้นมาโวยวายต่อว่าอย่างรุนแรง อ้างว่าผู้เสียหายถอยรถไปเหยียบต้นไม้ที่ปลูกไว้ แม้ผู้เสียหายจะไม่ทราบว่าเป็นต้นไม้ของนายฐา เนื่องจากไม่ได้ปลูกในกระถางและได้กล่าวขอโทษแล้ว แต่นายฐายังคงไม่พอใจ และใช้ค้อนทุบเตาอั้งโล่จนเสียหาย ก่อนที่ผู้เสียหายจะตัดสินใจกลับบ้าน

ต่อมาอีก 2 วัน นายฐาได้พบผู้เสียหายบริเวณริมน้ำวัง และตะโกนถามด้วยถ้อยคำหยาบคายว่า วันนั้นให้ คxx ใครผู้เสียหายยืนยันว่าไม่ได้พูดและไม่โต้ตอบ แต่นายฐายังข่มขู่ว่า มึงรออยู่นี่ เดี๋ยวกูเอาปืนมายิงทำให้ผู้เสียหายต้องรีบหลบหนี

กระทั่งอีก 2-3 วันถัดมา ในวันที่ 28 ม.ค. 2569 เวลาประมาณ 10.30 น. ทั้งสองได้มาเจอกันอีกครั้งบริเวณหลังวัดปงชัย โดยนายฐาได้ขับรถยนต์มาขวางและพูดท้าทายว่า มึงเก๋านักเหรอก่อนจะใช้อาวุธมีดปลายแหลมยาวประมาณ 1 คืบกว่า ฟันและแทงผู้เสียหายอย่างต่อเนื่อง ผู้เสียหายต้องใช้มือเปล่าป้องกันตัวจนได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้า มือ และท้อง รวม 4 แผล  หลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เขลางค์นคร โดยในขณะนั้นยังไม่ทราบชื่อ-นามสกุลของผู้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งว่าจะติดตามความคืบหน้าให้ และแนะนำให้ไปตรวจร่างกายเพื่อเก็บหลักฐาน

อย่างไรก็ตาม เวลาผ่านไปหลายเดือน คดียังไม่มีความคืบหน้า จนกระทั่งผู้เสียหายเห็นข่าวเหตุยิงนักข่าว จึงทราบว่าผู้ก่อเหตุคือบุคคลเดียวกัน ทำให้ตัดสินใจเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มเติม พร้อมนำใบรับรองแพทย์มาเป็นหลักฐาน เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายฐาจนถึงที่สุด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น