วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569

'ขนมปาด' ขนมโบราณหาทานยาก ชวนดูวิธีทำขนมปาด

 


ขนมปาด เป็นขนมพื้นบ้านโบราณ ที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรม โดยเฉพาะในแถบภาคเหนือและบางส่วนของภาคกลาง โดยนิยมทานในช่วงเวลาและเทศกาลสำคัญต่างๆ

ช่วงเทศกาลและงานบุญ

  • งานบวช ขนมปาดถือเป็นขนมสำคัญที่ขาดไม่ได้ในงานบวชลูกแก้ว (บวชลูกหลาน) ซึ่งนิยมทำขนมปาดเพื่อเลี้ยงแขกที่มาร่วมงาน
  • ประเพณีสงกรานต์ (ปี๋ใหม่เมือง) ถือเป็นช่วงเวลาหลักที่ชาวบ้านนิยมทำขนมปาดกันมาก เพื่อนำไปทำบุญที่วัดและเลี้ยงต้อนรับญาติพี่น้องที่กลับมาเยี่ยมบ้านในช่วงเทศกาล
  • งานปอย หรือเรียกอีกอย่างว่างานบุญปอย เป็นงานรื่นเริงหรืองานทำบุญของชาวเหนือ ซึ่งขนมปาดมักจะทำเป็นขนมเลี้ยงแขกเช่นกัน

ช่วงโอกาสพิเศษ

  • วันรวมญาติ การทำขนมปาดต้องใช้แรงคนและเวลามาก (กวนนานเป็นชั่วโมง) จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเป็นกุศโลบายในการรวมลูกหลานและคนในท้องถิ่นให้มาช่วยกันทำ เป็นการสร้างความสามัคคีและได้พูดคุยสังสรรค์กัน
  • เป็นขนมเลี้ยงแขก ในช่วงเทศกาลสำคัญๆ เช่น สงกรานต์ หรือเทศกาลพื้นบ้านต่างๆ ขนมปาดจะเป็นของหวานที่เจ้าภาพทำไว้ต้อนรับแขกที่มาเที่ยวบ้าน

วิธีทำ

สูตรขนมปาด (อัตราส่วนโดยประมาณ)

คุณสามารถปรับลดอัตราส่วนลงได้หากต้องการทำปริมาณน้อยลง

ส่วนผสมหลัก:

  • แป้ง:
    • แป้งข้าวเหนียว 2 กิโลกรัม
    • แป้งข้าวเจ้า 1/2 กิโลกรัม
  • น้ำตาล:
    • น้ำอ้อยก้อน 2 1/2 กิโลกรัม (หรือปรับความหวานตามชอบ)
  • กะทิและน้ำ:
    • กะทิ 2-3 กิโลกรัม (คั้นสดจะหอมมาก)
    • น้ำสะอาดสำหรับผสมแป้ง
  • ส่วนผสมอื่นๆ (ตัวเลือก):
    • มะพร้าวทึนทึกขูด (แบบเส้นหรือแผ่นบาง) 1 กิโลกรัม (ใส่ผสมในเนื้อขนม)

ขั้นตอนการทำ

เตรียมส่วนผสม

  • เตรียมแป้ง ผสมแป้งข้าวเหนียวและแป้งข้าวเจ้าเข้าด้วยกันในภาชนะใบใหญ่ ค่อยๆ เติมน้ำสะอาดลงไป นวดและคนให้แป้งละลายเข้ากันจนเนียน (บางสูตรอาจนำแป้งไปนึ่งหรือต้มให้สุกก่อนนำมากวน)
  • เตรียมน้ำอ้อย เคี่ยวน้ำอ้อยก้อนกับน้ำเล็กน้อยจนละลายหมด จากนั้นกรองด้วยผ้าขาวบางเพื่อเอาสิ่งสกปรกออก

เริ่มเคี่ยวและกวนขนม (ขั้นตอนสำคัญ):

  • ตั้งกระทะใบใหญ่ (ควรเป็นกระทะทองเหลืองหรือกระทะเหล็กขนาดใหญ่) บนเตาไฟ (นิยมใช้เตาฟืน)
  • เทน้ำกะทิลงในกระทะ เคี่ยวด้วยไฟอ่อนจนงวดและมีกลิ่นหอม
  • เติมน้ำอ้อยที่ละลายแล้วลงไป ผสมให้เข้ากัน
  • เพิ่มมะพร้าวขูดลงไป ผสมให้เข้ากัน
  • เทแป้งที่ผสมไว้ลงไป ขั้นตอนนี้สำคัญมาก ต้องคนตลอดเวลาเพื่อไม่ให้แป้งจับตัวเป็นก้อน
  • กวนอย่างต่อเนื่อง ใช้ไม้พายขนาดใหญ่กวนขนมไปในทิศทางเดียวกันอย่างสม่ำเสมอ ต้องออกแรงกวนมากขึ้นเมื่อขนมเริ่มข้นเหนียวและหนืด กวนจนเนื้อขนมสุก เนียนเป็นเนื้อเดียวกัน และร่อนออกจากกระทะ (กวนนานเป็นชั่วโมง)

ขึ้นรูปและพักให้เย็น

  • เมื่อขนมสุกได้ที่แล้ว ให้เทใส่ถาดหรืองาที่เตรียมไว้ (นิยมใช้ถาดสังกะสีใบใหญ่หรือใบตองตึง) ในขณะที่ขนมยังร้อนอยู่
  • ปาดหน้าขนมให้เรียบเนียน (เป็นที่มาของชื่อ "ขนมปาด")
  • พักทิ้งไว้ให้เย็นสนิท ขนมจะเซ็ตตัวเป็นก้อนนุ่มหนึบ

ตัดและเสิร์ฟ

  • เมื่อขนมเย็นสนิทดีแล้ว ให้ตัดเป็นชิ้นขนาดพอดีคำพร้อมเสิร์ฟ

เคล็ดลับ

  • การใช้เตาฟืน การใช้เตาฟืนในการกวนช่วยให้ขนมมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวและควบคุมความร้อนได้ดี
  • คนตลอดเวลา การกวนขนมต้องคนตลอดเวลาห้ามหยุดเพื่อไม่ให้ขนมไหม้ติดก้นกระทะ
  • การรวมพลัง เนื่องจากต้องใช้แรงกวนมาก การทำขนมปาดจึงมักเป็นกิจกรรมที่ชาวบ้านหรือญาติพี่น้องมารวมตัวกันช่วยกันทำ เป็นการสร้างความสามัคคีและสนุกสนาน

ขนมปาดที่ได้จะมีรสชาติหวานมัน หอมกลิ่นน้ำอ้อยและกะทิ เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มหนึบหนับ เป็นของหวานพื้นเมืองที่หาทานได้ยากในปัจจุบัน



 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น