ขนมปาด เป็นขนมพื้นบ้านโบราณ
ที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรม โดยเฉพาะในแถบภาคเหนือและบางส่วนของภาคกลาง
โดยนิยมทานในช่วงเวลาและเทศกาลสำคัญต่างๆ
ช่วงเทศกาลและงานบุญ
- งานบวช ขนมปาดถือเป็นขนมสำคัญที่ขาดไม่ได้ในงานบวชลูกแก้ว
(บวชลูกหลาน) ซึ่งนิยมทำขนมปาดเพื่อเลี้ยงแขกที่มาร่วมงาน
- ประเพณีสงกรานต์
(ปี๋ใหม่เมือง) ถือเป็นช่วงเวลาหลักที่ชาวบ้านนิยมทำขนมปาดกันมาก
เพื่อนำไปทำบุญที่วัดและเลี้ยงต้อนรับญาติพี่น้องที่กลับมาเยี่ยมบ้านในช่วงเทศกาล
- งานปอย
หรือเรียกอีกอย่างว่างานบุญปอย เป็นงานรื่นเริงหรืองานทำบุญของชาวเหนือ
ซึ่งขนมปาดมักจะทำเป็นขนมเลี้ยงแขกเช่นกัน
ช่วงโอกาสพิเศษ
- วันรวมญาติ
การทำขนมปาดต้องใช้แรงคนและเวลามาก (กวนนานเป็นชั่วโมง)
จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเป็นกุศโลบายในการรวมลูกหลานและคนในท้องถิ่นให้มาช่วยกันทำ
เป็นการสร้างความสามัคคีและได้พูดคุยสังสรรค์กัน
- เป็นขนมเลี้ยงแขก
ในช่วงเทศกาลสำคัญๆ เช่น สงกรานต์ หรือเทศกาลพื้นบ้านต่างๆ
ขนมปาดจะเป็นของหวานที่เจ้าภาพทำไว้ต้อนรับแขกที่มาเที่ยวบ้าน
วิธีทำ
สูตรขนมปาด
(อัตราส่วนโดยประมาณ)
คุณสามารถปรับลดอัตราส่วนลงได้หากต้องการทำปริมาณน้อยลง
ส่วนผสมหลัก:
- แป้ง:
- แป้งข้าวเหนียว 2
กิโลกรัม
- แป้งข้าวเจ้า 1/2
กิโลกรัม
- น้ำตาล:
- น้ำอ้อยก้อน 2
1/2 กิโลกรัม (หรือปรับความหวานตามชอบ)
- กะทิและน้ำ:
- กะทิ 2-3 กิโลกรัม (คั้นสดจะหอมมาก)
- น้ำสะอาดสำหรับผสมแป้ง
- ส่วนผสมอื่นๆ (ตัวเลือก):
- มะพร้าวทึนทึกขูด
(แบบเส้นหรือแผ่นบาง) 1 กิโลกรัม
(ใส่ผสมในเนื้อขนม)
ขั้นตอนการทำ
เตรียมส่วนผสม
- เตรียมแป้ง
ผสมแป้งข้าวเหนียวและแป้งข้าวเจ้าเข้าด้วยกันในภาชนะใบใหญ่ ค่อยๆ
เติมน้ำสะอาดลงไป นวดและคนให้แป้งละลายเข้ากันจนเนียน
(บางสูตรอาจนำแป้งไปนึ่งหรือต้มให้สุกก่อนนำมากวน)
- เตรียมน้ำอ้อย
เคี่ยวน้ำอ้อยก้อนกับน้ำเล็กน้อยจนละลายหมด
จากนั้นกรองด้วยผ้าขาวบางเพื่อเอาสิ่งสกปรกออก
เริ่มเคี่ยวและกวนขนม
(ขั้นตอนสำคัญ):
- ตั้งกระทะใบใหญ่
(ควรเป็นกระทะทองเหลืองหรือกระทะเหล็กขนาดใหญ่) บนเตาไฟ (นิยมใช้เตาฟืน)
- เทน้ำกะทิลงในกระทะ
เคี่ยวด้วยไฟอ่อนจนงวดและมีกลิ่นหอม
- เติมน้ำอ้อยที่ละลายแล้วลงไป
ผสมให้เข้ากัน
- เพิ่มมะพร้าวขูดลงไป ผสมให้เข้ากัน
- เทแป้งที่ผสมไว้ลงไป
ขั้นตอนนี้สำคัญมาก ต้องคนตลอดเวลาเพื่อไม่ให้แป้งจับตัวเป็นก้อน
- กวนอย่างต่อเนื่อง
ใช้ไม้พายขนาดใหญ่กวนขนมไปในทิศทางเดียวกันอย่างสม่ำเสมอ
ต้องออกแรงกวนมากขึ้นเมื่อขนมเริ่มข้นเหนียวและหนืด กวนจนเนื้อขนมสุก
เนียนเป็นเนื้อเดียวกัน และร่อนออกจากกระทะ (กวนนานเป็นชั่วโมง)
ขึ้นรูปและพักให้เย็น
- เมื่อขนมสุกได้ที่แล้ว
ให้เทใส่ถาดหรืองาที่เตรียมไว้ (นิยมใช้ถาดสังกะสีใบใหญ่หรือใบตองตึง)
ในขณะที่ขนมยังร้อนอยู่
- ปาดหน้าขนมให้เรียบเนียน
(เป็นที่มาของชื่อ "ขนมปาด")
- พักทิ้งไว้ให้เย็นสนิท
ขนมจะเซ็ตตัวเป็นก้อนนุ่มหนึบ
ตัดและเสิร์ฟ
- เมื่อขนมเย็นสนิทดีแล้ว
ให้ตัดเป็นชิ้นขนาดพอดีคำพร้อมเสิร์ฟ
เคล็ดลับ
- การใช้เตาฟืน
การใช้เตาฟืนในการกวนช่วยให้ขนมมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวและควบคุมความร้อนได้ดี
- คนตลอดเวลา
การกวนขนมต้องคนตลอดเวลาห้ามหยุดเพื่อไม่ให้ขนมไหม้ติดก้นกระทะ
- การรวมพลัง
เนื่องจากต้องใช้แรงกวนมาก
การทำขนมปาดจึงมักเป็นกิจกรรมที่ชาวบ้านหรือญาติพี่น้องมารวมตัวกันช่วยกันทำ
เป็นการสร้างความสามัคคีและสนุกสนาน
ขนมปาดที่ได้จะมีรสชาติหวานมัน
หอมกลิ่นน้ำอ้อยและกะทิ เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มหนึบหนับ
เป็นของหวานพื้นเมืองที่หาทานได้ยากในปัจจุบัน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น